ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  อย่าแปลกใจที่ สมาชิกในคริสตจักรโกหกใส่กันและกัน  
 

จิวแป๊ะทง

11 ธ.ค. 55
เวลา 6:30:33

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
อย่าแปลกใจที่ สมาชิกในคริสตจักรโกหกใส่กันและกัน
เพราะว่า ผู้มีปัญญาของโลกนี้ได้ใส่เชื้อ ความผิดบาปของการโกหก ไว้ในตัวของพวกคุณแล้ว พวกคุณจึงไม่รู้สึกผิดบาปที่ได้โกหก
เทศกาลคริสตมาสและเทศกาลอีสเตอร์ เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น เป็นเรื่องไร้สาระของคนมีปัญญาบนโลกนี้คิดขึ้นมา(ไม่มีพระคัมภีร์รองรับ) และล่อลวงให้คนหลงผิดติดตามไปเป็นจำนวนมาก
1. เทศกาลคริสตมาส เป็นเรื่องโกหกเรื่องวันประสูติพระเยซู ถ้าพวกคุณอ่านพระคัมภีร์ พวกคุณจะรู้ว่าปฏิทินของพระเจ้านับวันตามดวงจันทร์ วันที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละปี (ยังมีรายละเอียดมากกว่านี้)
2. เทศกาลอีสเตอร์ เป็นเทศกาลของพระอื่นที่ผู้มีปัญญาของโลกนี้ ยกขึ้นมาแทนเทศกาลปัสกาที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คุณไม่รู้ว่าเทศกาลปัสกายิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะผู้มีปัญญาบนโลกนี้ได้ทำให้เรื่องทั้งหมดจางหายไป เหลือแค่ความรอดของมนุษย์เท่านั้น(เหลือแค่ปลายติ่ง)

เทศกาลคริสตมาสนับวันตามดวงอาทิตย์ เทศกาลอีสเตอร์นับวันตามดวงจันทร์ พวกคุณไม่รู้สึกประหลาดใจเลยหรือ มันมั่วมากๆ ถ้ามาจากสติปัญญาของพระเจ้าจะมั่วแบบนี้หรือเปล่า

จงตื่นเถอะ ผู้ที่รักความจริง จงตื่นเถอะ พี่น้องลูกของพระเจ้า จงประกาศว่า ลูกแห่งความจริงจะไม่ร่วมงานฉลองที่โกหกระดับโลกนี้อีก ไม่ทำเรื่องไร้สาระนี้อีก
ถ้าลูกของพระเจ้าอยากจัดงานฉลองประกาศข่าวประเสริญ ประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พวกเราสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องตรงตามน้ำพระทัยพระเจ้า ด้วยการจัดงานฉลองในเทศกาลของพระเจ้า(ที่มีพระคัมภีร์รองรับ)
 


คำตอบที่ 181-200 ทั้งหมด 218 คำตอบ | หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 | หน้าถัดไป 
  คำตอบที่ 181  
 

shinonose

6 ม.ค. 56
เวลา 7:37:25
สวัสดีครับท่านจิว...


ท่านจิว....ไม่จบ..บอกแล้วว่า อิสเตอร์ไม่ใช่เทศกาลของคริสเตียน เรานมัสการเพื่อระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ไม่ได้นมัสการไข่ต้ม
ท่านจิว...ทำเป็นได้แค่นี้ไช่ไหม???

งั้นบอกมาหน่อยซิว่า...ปีนี้...เทศกาลที่เป็นปัสกา...ตรงกับวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร และคนไทยที่ไม่ใช่ยิว...ต้องทำไงบ้างในเทศกาลนีั แล้ว
1.ท่านจิวจะทำอะไรเพื่อเป็นตัวอย่าง...
2.อยากให้คริสเตียนคนอื่นๆ ทำอะไร...บอกมาเป็นข้อๆ เพื่อเราจะได้เข้าใจเพราะไม่รู้เลยว่า เทศกาลแบบยิวนั้นต้องทำอย่างไร???

3.ทำอย่างไรที่จะเข้าถึงการระลึกถึงการทรงช่วยกู้ให้รอดจากความตายได้อย่างหมดหัวใจอย่างเต็มล้น....ได้เหมือนการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ...
(แบบให้ระลึถถึงพระเยซูที่ไม่ได้อยู่อุโมงค์นะไม่ใช่ระลึกการทาวงกบด้วยเลือด...หรือสามารถทำให้เชื่อมโยงความรู้สึกแบบถึงจิตวิญญาณ ไม่ใช่การรู้สึกธรรมดานะ...ก็แนะนำมา)

4.เทศกาลนี้ต้องใช้เวลากี่วันที่เราจะทำตาม และสามารถทำให้จิตวิญญาณเราเข้าสู่การนมัสการพระเจ้าได้เต็มล้นเหมือนกับที่เราได้รับมาหรือเปล่า
คือการระลึกถึงจนกระทั่งร้องไห้ออกมาจากใจภายใน ที่เห็นความรักของพระเยซูที่ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา โรม 5: 6-8 ได้ไหม??? ร้องไห้นึกถึงพระคุณจนกระทั่งจิตวิญญาณพูดมาเป็นภาษาแปลกๆ อย่างสุดหัวใจ ได้ไหม???

5.และแน่ใจไหมว่า...พระเจ้าจะพอพระทัยต่อการที่เราเข้าสู่เทศกาลปัสกาแบบไทยๆ (คือไม่ครบทุกขั้นตอน) ที่เลียนแบบยิว หรือสามารถทำแบบยิวได้เต็มร้อย
เราจะได้รับการสัมผัสจากพระวิญญาณฯ แบบเต็มที่เหมือนที่เราได้รับหรือเปล่า..

6.ท่านจิว...เคยเข้าสู่ปัสกาแบบยิวมาแล้วกี่ครั้ง ...ที่ไหนที่บ้าน หรือที่ใจสมาน หรือในกลุ่มของท่าน ใช้เวลากี่วัน...มีคนเข้ากลุ่มกี่คน...และต้องแต่งชุดอะไรธรรมดา หรือ แบบยิว ที่พิธีและอุปกรณ์ช่วยอะไรไหม เช่นเชิงเทียน ผ้าพันคอซิททิส ขนมปังไร้เชื่อ น้ำองุ่น เต้นท์...อื่นๆ และที่สำคัญได้รับการแตะต้องในจิตวิญญาณอะไรบ้าง????....ช่วยเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นพระพร...

7.แล้วถ้าในคริสตจักรที่ไม่เคยทำแบบยิว...นำมาขั้นตอนที่ท่านจิวแนะนำมา..รับรองได้ไหมว่า...จะไม่เกิดความแตกแยกภายในคริสตจักร และใครจะเป็นผู้นำนมัสการในเทศกาลแบบนี้...หรือผู้นำต้องไปเรียนรู้รับประสบการณ์ แล้วมาถ่ายทอดหรือ ท่านจิวจะมีคนมาสอนการเรียนรู้เรื่องของเทศกาลยิว แบบเป็นครอสส์ๆ เป็นชั้นเรียน แล้วมั่นใจได้ไหมว่า...การทำแบบยิวนี้จะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกของสมาชิกว่า เป็นความเพี้ยน เป็นลัทธิเทียมเท็จ...เราสามารถแคร์ความรู้สึกตรงได้ไหม...และแน่ใจนะว่า..(ผมไม่รู้ แต่ท่านต้องรู้เพราะว่ามีประสบการณ์แบบยิว ) คริสตจักรจะได้รับการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนแบบที่เป็นมา

8. แบบที่สำคัญ...ถ้านำแบบนี้มาใช้...สมาชิกคริสตจักรจะเพิ่มพูน เพราะว่ากระทำในสิ่งที่ถูกต้องตามน้ำพระทัยพระเจ้า (ในแบบยิว) และต้องเปลี่ยนจากการนมัสการวันอาทิตย์มาเป็นวันเสาร์หรือไม่..(จำเป็นไหม) และยังคงมีวันอธิษฐานเหมือนเดิมไหม???

9. การใช้ภาษาในแง่ของการทักทาย หรือ เอ่ยพระนาม เราต้องเปลี่ยนไหม เช่น เมื่อก่อนเรา "ขอบคุณพระเจ้า" เป็น "ขอบคุณพระยาเวห์"
"ขอพระเจ้าอวยพระพร" เป็น "ขอพระบิดายาเวห์อวยพร" "ชาโลมๆ"
จำเป็นไหม ???

10. แล้วทำไงต่อ...แนะนำมาให้เข้าใจด้วยครับ...เพื่อที่เราที่เป็นคริสเตียนไทยจะไม่พลาดจากทางของพระเจ้า....และกระทำถูกต้องตามน้ำพระทัยพระเจ้า และหวังว่า...พระเจ้าจะเมตตาท่านจิว..ที่จะเป็นผู้นำในการกระทำทุกสิ่งในรูปแบบของ Hebrew เต็มขั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ที่หลงทางมาร้อยกว่าปี ตามที่ท่านจิวได้รับจากพระวิญญาณฯ ใช่ไหม???ครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 182  
 

จิวแป๊ะทง

6 ม.ค. 56
เวลา 13:24:25
ผมไม่ได้ถือเทศกาล จึงไม่ได้เข้าร่วมเทศกาลใดอีกเลย

ก็รอ เต้ยคุง มาเล่าเรื่องชาวยิวที่กลับใจใหม่ฉลองเทศกาลปัสกายังไง จะประยุกต์ยังไง

ถ้าจำเป็นต้องจัดฉลอง ผมจะประกาศว่า พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ในเทศกาลปัสกา ไม่เอ่ยถึงอีสเตอร์อีกเลย ไม่แจกไข่ต้มด้วย จัดวันไหนก็ได้ในเทศกาลปัสกา ไม่มีศุกร์ประเสริฐ เพราะสามารถระลึกถึงเหตุการณ์นั้นได้ทุกวัน คือ พิธีมหาสนิท ไม่จำเป็นต้องระลึกถึงแค่ปีละครั้ง และพิธืมหาสนิทควรทำทุกบ่อย ตามกลุ่ม ตามบ้าน ตามคริสตจักร พิธีมหาสนิทจะช่วยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ให้อภัยกันมากขึ้น ทำลายรากเง้าของบาปบ่อยๆ เพราะกลัวถูกปรับโทษ
 


  คำตอบที่ 183  
 

อับดุลลอฟาด์ฮากริ๊บ

6 ม.ค. 56
เวลา 13:28:43
หล่อฟาดทำมหาสนิทวันละสามครั้งเลย

เดือนละครั้งนานไป
 


  คำตอบที่ 184  
 

mookanda

6 ม.ค. 56
เวลา 19:34:18
ท่านหล่อ.....นี่ !!!!!?????!!!!!!!!
 


  คำตอบที่ 185  
 

จิวแป๊ะทง

6 ม.ค. 56
เวลา 19:43:18
พิธีมหาสนิท ไม่ใช่คำอธิษฐานก่อนกินข้าว

1โครินธ์ 11:27-31
เหตุฉะนั้น ถ้าผู้ใดกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร ผู้นั้นก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ เพราะว่าคนที่กินและดื่มอย่างไม่สมควร ก็กินและดื่มเพื่อนำพระอาชญามาสู่ตนเอง เพราะมิได้พินิจดูพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยอยู่และที่ล่วงหลับไปแล้วก็มีมาก เพราะถ้าเราจะพิจารณาตัวเราเอง เราจะไม่ต้องถูกทำโทษ[/dd]

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำหลังยุคอัครทูตจึงไม่กล้าทำบ่อยๆ
 


  คำตอบที่ 186  
 

Z

6 ม.ค. 56
เวลา 20:45:45
วันเวลา..อีสเตอร์..2013.....31 มีนาคม
ปัสกา.....2013.....25 มีนาคม

http://hebcal.com/holidays/pesach

หน้านี้เป็น ของ ปี 2012 แปลไม่เก่ง ลองดูเขาทำอะไรบ้าง แต่สำหรับเรา..พระเยซูเป็นศูนย์กลาง http://chabad.org/holidays/passover/pesach_cdo/aid/1723/jewish/Passover-Calendar.htm
 


  คำตอบที่ 187  
 

เต้ยคุง

6 ม.ค. 56
เวลา 23:19:28
การที่คริสต์จักรจะกลับไปสู่รากฐานความเชื่อตามแบบคริสต์จักรยุคอัครทูต ( ไม่อยากใช้ึคำว่า กลับไปสู่รากของอิสราเอล เพราะจะเข้าใจผิด) จะต้องเข้าใจ 2 เรื่อง

1. แก่นแท้ของ TORAH
2. พันธกรทั้ง 5

บางคริสต์จักรเลือกเอาแค่ข้อใดข้อหนึ่ง จึงเกิดอาการ "ตกขอบ" คือถ้าไม่ตกขอบไปด้านเอาแต่ฤทธิ์เดช หรืออ้างพระคุณอย่างเดียวจนละเลยพระวจนะ ก็อาจจะตกขอบไปอีกด้านคือกลายเป็นพวก "เคร่งธรรมบัญญัติแบบฟาริสิ (Rabbinic Judaism)" ปฏิเสธพระยาห์ชูวาห์ (พระเยซู) ไปเลย
 


  คำตอบที่ 188  
 

shinonose

7 ม.ค. 56
เวลา 0:02:37
ท่านจิว...ใน 181

ท่านจิวไม่ตอบอะไรสักข้อเลย...ท่านไม่ได้มีความรอบรู้อะไรเลยในเรื่องของการนมัสการแบบ Hebrew mindset พิธี และเทศกาลท่านก็ไม่แม่น...ไม่แนะนำไม่รู้เรื่อง ช่วงวันเวลา ระยะะเวลา อุปกรณ์ที่ต้องใช้ แนวทางการปฏิบัติตัว

แล้วท่านจะให้คริสตจักรที่ท่านประนามหยามเหยียด ดูหมิ่น เกลียดชัง..นั้น
เปลี่ยนแปลงยังไง ถึงจะถูกต้องตามแบบที่ท่านคิดว่าถูกต้อง.......แล้วท่านจะยังไงต่อครับ...รับผิดชอบด้วย...ผูกเรื่องต้องแก้ด้วยครับ...อย่าพูดอย่างเดียว..

คริสตจักรไม่มีแจกอยู่แล้วไข๋ต้มวันอิสเตอร์...เด็กเค้าเล่นกันเองสนุกสนานตามประสาเด็กๆ ตามคนเถ้าคนแก่ อายุ เจ็ดสิบ แปดสิบ...ซึ่งก็ไม่ได้นมัสการไขต้ม แต่นมัสการพระเจ้า...เราคนหนุ่มสาว วัยทำงานไม่สนไข่ต้มอยู่แล้วท่านจิว...

มหาสนิท.ระลึกอยู่แล้วทุกเดือน ไม่ใช่ปีละครั้ง...
และทีบอกท่านประชดว่า...
พิธีมหาสนิท ไม่ใช่คำอธิษฐานก่อนกินข้าว

ท่านจะเพื้ยน และไร้สาระ ไปหรือไง...
ไม่มีใครเค้าทำกัน...อยู่แล้ว...จะพูดทำไม...ไร้สติ ถ้าคิดอะไรไม่ได้ คิดไม่ออก ก็ไม่ต้องพูดไม่ต้องเขียนมาหรอกนะ....กลุ้มใจจริงๆ... แสดงว่าท่านจิวไม่รู้เรืองอะไรเกี่ยวกับ...มหาสนิทเลยสักนิดเดียว...ว่าทำขึ้นมาเพื่ออะไร...

แล้ววันที่ 15 ของเดือนนิสาน.ของยิว.ปีนี้ปีที่เท่าไหร่..ตรงกับวันไหนเดือนไหนของ ปี สากล ...ท่านรู้ไหม??? แล้วเป็นวันปัสกา วันไหน แล้วตรงกับวันที่พระเยซูถูกตรึงสิ้นพระชนม์วันไหน และถ้าให้ยึดตามเดือนนิสาน.ของยิว..วันสะบาโตก็จะไม่ใช่วันเสาร์ของปีสากล...แต่จะตรงกับวันฟื้นคืนพระชนม์ซึ่งจะตรงกับวันพุธที่ 27 ของปีสากล 2013 ในเดือนมีนาคม...
ฉะนั้นรุ่งขึ้นเช้าวันสะบาโต ก็ คือวันพูธของปีสากล แต่ตรงกับ ที่ 17 ของเดือนนิสาน ปี 5773

ท่านจิว...ไหนๆ ท่านก็ก้าวเข้ามาการปฏิบัติตัวตามเทศกาลแล้วช่วยรับผิดชอบ...การกระทำของท่านด้วย ...ทำให้จบ ครบบริบูรณ์...ครับ
 


  คำตอบที่ 189  
 

shinonose

7 ม.ค. 56
เวลา 0:55:29
ถาม ..เต้ยคุงครับ...ว่า

ทำไมการที่จะทำให้คริสตจักรในปัจจุบันกลับไปสู่ยุคของอัครทูต...ต้องเข้าใจสองเรื่อง
1.แก่นแท้ของโทราห์
2. พันธกรทั้ง 5

คำว่า" เข้าใจ"...นั้นต้องปฏิบัติตามด้วยหรือไม่
ซึ่งถ้าคำว่า เข้าใจ หมายถึง การเรียนรู้ ความเป็นไป ของเหตุการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้น ในเบญบรรณ ทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงบทเรียน เพื่อสร้างชีวิตและจิตวิญญาณแก่เรา..ในฤทธิ์เดชอันอัศจรรย์ของพระเจ้าที่ทรงกอบกู้บรรพบุรุษทางจิตวิญญาณของเรา แต่ธรรมบัญญัตินั้น...ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์ ...โดยเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณเรา...ฉะนั้น...การเข้าใจแก่นแท้ของโทราห์จะคือทางไหน คือ ในทางธรรมเนียมปฏิบัติ เรื่องเทศกาลหรือเปล่า??? ซึ่งก็เท่ากับการซุ่มเสี่ยงต่อการเป็นฟาริสี และ ปฏิเสธ พระคุณความรักของพระเยซูไปซึ่งเท่ากับปฏิเสธพระเจ้าพระบิดา และพระวิญญาณฯ ด้วยเพราะว่า...ทรงเป็นพระเจ้าเดียวกัน..

แล้วพันธกรทั้ง 5 นั้น ในสมัยนี้...อัครทูตไม่มีแล้ว..เพราะอัครทูตจะมีอยู่แต่ในการทรงแต่งตั้งของพระเยซูแต่ผู้เดียว...ส่วน ผู้เผยพระวจนะยังมีอยู่ ตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนพระเยซูคริสต์ ผู้ประกาศข่าวประเสริฐก็คือผู้รับใช้พระเจ้าในการนำข่าวดีมาบอก ศิษยาภิบาล คือ ผู้เลี้ยงดูแลจิตวิญญาณ อาจารย์ คือ ผู้สอนที่ประกอบสติปัญญาที่มาจากพระเจ้า

ซึ่งเหล่านี้ เป็นของประทาน ที่พระเจ้าให้ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน...
นั้นคือ...จะเหลือเพียงแค่ 4 เพราะว่าตัดอัครทูตออกไป แล้วทั้งสี่นี้จะมีบทบาทอย่างไรต่อการ ที่จะทำให้คริสตจักรกลับไปสู่รากของอิสราเอลได้ หรือ ในยุคของอัครทูตได้...เพราะว่าปัจจุบันนี้เวลามันเลยมานานมากแล้ว...การที่เราจะกลับไปดำเนินชีวิต และปฏิบัติการนมัสการพระเจ้าในรูปแบบนั้น จะเหมาะกับเวลานี้หรือไม่...ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี การพูด การยึดถึอเทศกาล การกิน การแต่งกาย การใช้อุปกรณ์ Knotty ซิสทิส เทศกาลทั้งเจ็ด Happy Hanukkah การฟังเพลงจากภาษาอังกฤษเป็นภาษายิว การเรียนรู้ภาษาฮีบูร การเรียกพระเยซูคริสต์ว่า..พระยาห์ชูวา...
อะไรต่อมิอะไร แบบนี้หรือไม่ จะเกิดอาการแปลกๆ หรือไม่...

ซึ่งทั้งหมดแล้ว...สิ่งที่ผ่านมาการกลับใจใหม่ที่มาเชื่อพระเยซูคริสต์ การอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน การที่เราได้อธิษฐานและมีการพูดคุยกับพระเจ้าที่ผ่านมา..แท้จริงแล้วเราคุยกับใครหรือใช่พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช่พระยาเวห์ หรือไม่ การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การรักษาโรค การอัศจรรย์ต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา การนมัสการด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของเรา...กลายเป็นศูนย์หรือ อย่างไร...เพราะว่าไม่ได้ทำตาม Hebrew Mindset
อย่างที่ท่านจิวกล่าวหามาทั้งหมด รวมทั้งแนวคิดของเต้ยคุงด้วยที่กำลังจะคิดว่าเป็นแบบนั้น...ซึ่งเมือก่อนก็เชื่อว่า...การนมัสการนั้นพระเจ้าทอดพระเนตรดูที่ชีวิตและจิตวิญญาณของเรา..แต่ตอนนี้กลับว่าไม่ใช่แล้ว....ต้องตามแบบยิว

แท้จริงแล้ว...คืออะไร???? กันแน่

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ


 


  คำตอบที่ 190  
 

shinonose

7 ม.ค. 56
เวลา 0:55:47
ถาม ..เต้ยคุงครับ...ว่า

ทำไมการที่จะทำให้คริสตจักรในปัจจุบันกลับไปสู่ยุคของอัครทูต...ต้องเข้าใจสองเรื่อง
1.แก่นแท้ของโทราห์
2. พันธกรทั้ง 5

คำว่า" เข้าใจ"...นั้นต้องปฏิบัติตามด้วยหรือไม่
ซึ่งถ้าคำว่า เข้าใจ หมายถึง การเรียนรู้ ความเป็นไป ของเหตุการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้น ในเบญบรรณ ทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงบทเรียน เพื่อสร้างชีวิตและจิตวิญญาณแก่เรา..ในฤทธิ์เดชอันอัศจรรย์ของพระเจ้าที่ทรงกอบกู้บรรพบุรุษทางจิตวิญญาณของเรา แต่ธรรมบัญญัตินั้น...ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์ ...โดยเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณเรา...ฉะนั้น...การเข้าใจแก่นแท้ของโทราห์จะคือทางไหน คือ ในทางธรรมเนียมปฏิบัติ เรื่องเทศกาลหรือเปล่า??? ซึ่งก็เท่ากับการซุ่มเสี่ยงต่อการเป็นฟาริสี และ ปฏิเสธ พระคุณความรักของพระเยซูไปซึ่งเท่ากับปฏิเสธพระเจ้าพระบิดา และพระวิญญาณฯ ด้วยเพราะว่า...ทรงเป็นพระเจ้าเดียวกัน..

แล้วพันธกรทั้ง 5 นั้น ในสมัยนี้...อัครทูตไม่มีแล้ว..เพราะอัครทูตจะมีอยู่แต่ในการทรงแต่งตั้งของพระเยซูแต่ผู้เดียว...ส่วน ผู้เผยพระวจนะยังมีอยู่ ตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนพระเยซูคริสต์ ผู้ประกาศข่าวประเสริฐก็คือผู้รับใช้พระเจ้าในการนำข่าวดีมาบอก ศิษยาภิบาล คือ ผู้เลี้ยงดูแลจิตวิญญาณ อาจารย์ คือ ผู้สอนที่ประกอบสติปัญญาที่มาจากพระเจ้า

ซึ่งเหล่านี้ เป็นของประทาน ที่พระเจ้าให้ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน...
นั้นคือ...จะเหลือเพียงแค่ 4 เพราะว่าตัดอัครทูตออกไป แล้วทั้งสี่นี้จะมีบทบาทอย่างไรต่อการ ที่จะทำให้คริสตจักรกลับไปสู่รากของอิสราเอลได้ หรือ ในยุคของอัครทูตได้...เพราะว่าปัจจุบันนี้เวลามันเลยมานานมากแล้ว...การที่เราจะกลับไปดำเนินชีวิต และปฏิบัติการนมัสการพระเจ้าในรูปแบบนั้น จะเหมาะกับเวลานี้หรือไม่...ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี การพูด การยึดถึอเทศกาล การกิน การแต่งกาย การใช้อุปกรณ์ Knotty ซิสทิส เทศกาลทั้งเจ็ด Happy Hanukkah การฟังเพลงจากภาษาอังกฤษเป็นภาษายิว การเรียนรู้ภาษาฮีบูร การเรียกพระเยซูคริสต์ว่า..พระยาห์ชูวา...
อะไรต่อมิอะไร แบบนี้หรือไม่ จะเกิดอาการแปลกๆ หรือไม่...

ซึ่งทั้งหมดแล้ว...สิ่งที่ผ่านมาการกลับใจใหม่ที่มาเชื่อพระเยซูคริสต์ การอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน การที่เราได้อธิษฐานและมีการพูดคุยกับพระเจ้าที่ผ่านมา..แท้จริงแล้วเราคุยกับใครหรือใช่พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช่พระยาเวห์ หรือไม่ การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การรักษาโรค การอัศจรรย์ต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา การนมัสการด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของเรา...กลายเป็นศูนย์หรือ อย่างไร...เพราะว่าไม่ได้ทำตาม Hebrew Mindset
อย่างที่ท่านจิวกล่าวหามาทั้งหมด รวมทั้งแนวคิดของเต้ยคุงด้วยที่กำลังจะคิดว่าเป็นแบบนั้น...ซึ่งเมือก่อนก็เชื่อว่า...การนมัสการนั้นพระเจ้าทอดพระเนตรดูที่ชีวิตและจิตวิญญาณของเรา..แต่ตอนนี้กลับว่าไม่ใช่แล้ว....ต้องตามแบบยิว

แท้จริงแล้ว...คืออะไร???? กันแน่

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ


 


  คำตอบที่ 191  
 

จิวแป๊ะทง

7 ม.ค. 56
เวลา 1:16:04
ผมตอบไปแล้ว สำหรับชาต่างชาติไม่มีอะไรผูกมัด ทำให้เต็มที่แต่อย่าโกหกอย่าสร้างเรื่อง

ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนที่ชาวยิวทำ(กิ่งมะกอกเทศแท้) เราชาวต่างชาติ(กิ่งมะกอกเทศป่า)พระเจ้าให้ทำตามสมัครใจ อยากทำอะไรก็ทำ ขอเพียงอย่าโกหกจงพูดความจริง

เหมือนคำเทศนาวันนี้ ถ้าติดกะดุมเสื้อเม็ดแรกผิด เม็ดที่เหลือตามมาจะติดได้ดีแค่ไหน ก็ผิดตามไปด้วย อย่าเริ่มด้วยการโกหก

อย่าหลอกให้คนอื่นเชื่อว่า พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ในเทศกาลอีสเตอร์ เพราะเป็นการเริ่มต้นที่ผิด

ปฏทินชาวยิว http://timeanddate.com/calendar/?year=2013&country=34
 


  คำตอบที่ 192  
 

จิวแป๊ะทง

7 ม.ค. 56
เวลา 1:28:25
Mar 26 Nisan 15 Pesach I (First day of Passover)
Mar 27 Nisan 16 Pesach II (Passover)
Mar 28 Nisan 17 Pesach III (Passover)
Mar 29 Nisan 18 Pesach IV (Passover)
Mar 30 Nisan 19 Pesach V (Passover)
Mar 31 Nisan 20 Pesach VI (Passover)
Apr 1 Nisan 21 Pesach VII (Last day of Passover)
วันของพระเจ้า เริ่มจากเวลาเย็น ดังนั้นเทศกาลปัศกาของพระเจ้า
เริ่มจาก วันจันทร์ที่25มีนาคมเวลาเย็น ถึง วันจันทร์ที่1เมษายนเวลาเย็น
 


  คำตอบที่ 193  
 

จิวแป๊ะทง

7 ม.ค. 56
เวลา 1:37:22
เมื่อชาวยิวหลงไปกับพระอื่น แล้วกลับมาหาพระเจ้า ชาวยิวจะเริ่มด้วย งานฉลองเทศกาลปัสกาของพระเจ้า แล้วพระพรและการช่วยกู้จะกลับคืนมา สิ่งดีๆ รูปแบบและโครงสร้างของพระเจ้าจะกลับคืนมา
 


  คำตอบที่ 194  
 

shinonose

7 ม.ค. 56
เวลา 4:30:26
เมื่อรู้วันแล้วทำไงต่อ...ท่านจิว
ใน 191 อย่ามัวแต่ต่อว่าดูหมิ่นพี่น้องกันอีกเลย....หยุดต่อว่าได้แล้ว...เบื่อ..เอียนเลี่ยน...แสดงผลของพระวิญญาณในตัวท่านหน่อยนะ...


คำว่า" ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนที่ชาวยิวทำ(กิ่งมะกอกเทศแท้) เราชาวต่างชาติ(กิ่งมะกอกเทศป่า)พระเจ้าให้ทำตามสมัครใจ อยากทำอะไรก็ทำ ขอเพียงอย่าโกหกจงพูดความจริง "

หมายความว่าไงหรือ...อ้าวงี้ที่ คริสตจักรทั่วไปทำอยู่ก็ถูกแล้วดิ..ท่านจิว เพราะว่าเราก็พูดความจริงเกี่ยวกับการมาบังเกิด ตายไถ่บาป ฟื้นคืนพระชนม์ ปัสกา ไม่ได้มีการโกหกอะไร...

ท่านจิว...อย่าเเลี่ยงประเด็นครับท่าน...
กลัดกระดุมเม็ดแรกของท่านให้ถูกด้วยดีกว่า...อย่าบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำง่ายๆ แบบนี้เลยท่านจิว...

แนะนำมาให้เข้าใจเป็นสเต๊ปๆ
แบบถูกต้อง...จะเป็นแบบยิวแท้หรือต่างชาติ...

แบบที่ท่านเคยทำ...พร้อมยกตัวอย่างว่าปีที่ผ่านมาท่านทำอย่างไร...บ้าง
วันที่หนึ่งทำอะไร ห้ามทำอะไร
วันที่สองทำอะไร ห้ามทำอะไร
...
...

วันที่เจ็ดทำอะไร ห้ามทำอะไร

192 รู้แล้ว
193 โพสต์มาไม่มีประโยชน์อะไร เลยครับท่าน

โพสต์ใหม่เอาแบบสาระ เต็มๆ อ่านแล้วได้ประโยชน์ต่อจิตวิญญาณ ครับท่านจิว
สิ่งที่ควรทำ ปฏิบัติ รูปแบบการนมัสการ พิธี ทำอย่างไร...ครับ

ขอบคุณครับ...

หวังว่าจะได้รับประโยชน์แบบมีสาระ มีความรู้ ความเข้าใจจริงๆ ในแบบกรอบนมัสการของฮีบูร จากท่านจิวในโพสต์ต่อไปนะครับ...
 


  คำตอบที่ 195  
 

เต้ยคุง

7 ม.ค. 56
เวลา 6:29:32
พันธกรทั้ง 5 ยืนยันว่า อัครทูต มีแน่นอนครับ

แต่คำว่าอัครทูต (Apostle) ความหมายที่แท้จริงตามพระคัมภีร์ (จริงๆ) หมายถึงผู้วางรากฐานตามอย่าง TORAH ไม่ใช่แค่ผู้บุกเบิกคริสต์จักร ตามที่เราเข้าใจและสอนกันมา (ซึ่งมองแบบ Greek Mindset เพราะเราได้รับอิทธิพลจากคริสต์จักร Alexandria)

เพราะฉะนั้น ในมุมมองของ Hebrew Mindset อัครทูต จะต้องเข้าใจ "แก่นแท้" ของ TORAH ว่าคืออะไร และต้องสร้างคริสต์จักรตามรากฐานของ TORAH

ส่วนการบุกเบิกคริสต์จักร แท้จริงเป็นเรื่องของ "ผู้ประกาศ" ครับ

บางคน ในมุมมองเรา เราอาจเข้าใจว่าเขาเป็น "อัครทูต" แท้จริง เขาอาจเป็น "ผู้ประกาศ" หรือเป็น "ผู้เผยพระวจนะ" ก็ได้ครับ

ส่วนแก่นแท้ของ TORAH คืออะไร เอาใว้จะค่อยๆ แบ่งปัน ครับผม เพราะถ้าแบ่งปันไม่ละเอียด จะทำให้คนเข้าใจสับสน และจะ "ตกขอบ" ไปได้อย่างที่บอกครับ

แต่ ณ. ตอนนี้ อยากให้เข้าใจกันก่อนว่า

1. อย่าลืมว่าเรารอดโดยความเชื่อในพระโลหิตของพระยาห์ชูวาห์ ไม่ใช่การทำตาม TORAH (เอเฟซัส 2:8-10) ข้อนี้ ต้องจำใว้ให้ดีๆ อย่าลืม ไม่เช่นนันเวลาพูดถึงเรื่อง TORAH เราจะ "ตกขอบ" ทันที

2. TORAH ในความหมายจริง ตามพระคัมภีร์ (รากศัพท์ของภาษาฮีบรู) ไม่ใช่แค่ "LAW" อย่างที่เราเข้าใจผิด เพราะในรากศัพท์ภาษากรีก ของ Manuscript ทั้ง Textus Receptus (Antioch) และ Codex Vaticanus (Alexandria) ใช้คำว่า nomos ซึ่งแปลว่า กฎหมาย กฎบัญญัติ แต่ความ TORAH จริงๆ ในรากศัทพ์พระคัมภีร์ภาษาฮีบรู (ตาม Hebrew Mindset) มีมากกว่านั้น

แต่อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ขอให้เข้าใจก่อนว่า พระยาห์ชูวาห์ เป็นเป้าหมายของ TORAH (Romans 10:4 TS-1998 For Messiah is the goal of the ‘Torah unto righteousness’to everyone who believes.) เวลาที่เราพูดถึง TORAH กับเรื่องพันธกรทั้ง 5 เราต้องมองไปที่พระยาห์ชูวาห์เสมอ ไม่เช่นนั้นเราจะ "ตกขอบ" ครับ

 


  คำตอบที่ 196  
 

เต้ยคุง

7 ม.ค. 56
เวลา 6:31:08
ข้อพระคัมภีร์เมื่อกี๊

Romans 10:4 TS-1998

For Messiah is the goal of the Torah unto righteousness to everyone who believes.
 


  คำตอบที่ 197  
 

เต้ยคุง

7 ม.ค. 56
เวลา 6:37:38

เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่อง "แก่นของ TORAH" และไม่ยอมเอาเรื่อง "พันธกรทั้ง 5" มาใช้ในคริสต์จักร การรื้อฟื้นคริสต์จักรกลับไปสู่รากของอิสราเอล เราจะได้แต่ "เปลือก" ครับ รื้อไปรื้อมา เราจะได้แค่ "กลุ่มคนที่เคร่งบทบัญญัติ และเคร่งประเพณียิว" เท่านั้นเอง ไม่ต่างจากฟาริสีในยุคของพระเยซูครับ

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พระบิดา "ไม่พอพระทัย" ครับ

ในพระธรม อิสยาห์ ยทที่ 1 พระยาห์เวห์ทรงตำหนิประชาชนอิสราเอล ที่เดินติดตามพระองค์ด้วยปาก ด้วยการรักษาวันสะบาโตแต่เพียงเป็นพิธี แต่ใจของเขาไม่ได้ยอมกลับใจใหม่ ไม่ยอมหันหลังกลับจากบาป ซึ่งเหมือนกับพวกฟาริสีในสมัยพระเยซู อย่ากลับไปเป็นแบบนั้นครับ ไม่เอาครับ
 


  คำตอบที่ 198  
 

เต้ยคุง

7 ม.ค. 56
เวลา 7:07:35
จากประโยคขของลุงจิว


"...แท้จริงแล้วเราคุยกับใครหรือใช่พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช่พระยาเวห์ หรือไม่ การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การรักษาโรค การอัศจรรย์ต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา การนมัสการด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของเรา...กลายเป็นศูนย์หรือ อย่างไร...เพราะว่าไม่ได้ทำตาม Hebrew Mindset อย่างที่ท่านจิวกล่าวหามาทั้งหมด รวมทั้งแนวคิดของเต้ยคุงด้วยที่กำลังจะคิดว่าเป็นแบบนั้น...ซึ่งเมือก่อนก็เชื่อว่า...การนมัสการนั้นพระเจ้าทอดพระเนตรดูที่ชีวิตและจิตวิญญาณของเรา..แต่ตอนนี้กลับว่าไม่ใช่แล้ว....ต้องตามแบบยิว.."

นี่คือสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจแบบ "ตกขอบ" เมื่อพูดถึง TORAH เพราะการไม่เข้าใจแก่นของ TORAH จึงทำให้เราไป Focus กับ "เปลือก" คือธรรมเนียมประเพณีต่างๆ

กรอบความคิดที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ (TORAH) สำคัญกว่าการสักแต่เอารูปแบบยิวมาทำตาม โดยขาดความเข้าใจ (ถ้าทำแบบเคร่งศาสนาแล้ว ผมว่าไม่ทำเลยยังจะดีเสียกว่า)


ส่วนเรื่อง "....แท้จริงแล้วเราคุยกับใครหรือใช่พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช่พระยาเวห์ หรือไม่ การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การรักษาโรค การอัศจรรย์ต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา การนมัสการด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของเรา...กลายเป็นศูนย์หรือ อย่างไร..."

ขอตอบว่า ท่านไม่ได้คุยกับพระเจ้าผิดองค์แน่นอนครับ และสิ่งต่างๆ ที่ทำมา ไม่ได้กลายเป็น "ศูนย์" นะครับ **Don't Worry**

ตัวผมเอง การที่หันกลับมาสู่รากเดิมตามพระคัมภีร์ .......อืมม...จริงๆ ผมชอบคำนี้มากกว่าการบอกว่า "กลับมาสู่รากยิว" นะ มันถูกต้องมากกว่า เพราะเราไม่ได้กลับมาสู่ "ประเพณียิว" แต่เรากลับมาสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องตาม TORAH จริงๆ ครับ

(กรอบความคิดแบบ Hebrew Mindset จริงๆ มองว่าพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ทุกเล่ม มีสิทธิอำนาจเทียบเท่ากับ "บัญญัติ 10 ประการ" เสียด้วยซ้ำ)

ผมเองไม่เคยทิ้งคำสอนในพระคัมภีร์ใหม่ครับ ณ. ปัจจุบัน เวลาสอนหรือหนุนใจคนอื่นๆ ผมใช้พระคัมภีร์ใหม่มากกว่าพระคัมภีร์เดิมเสียด้วยซ้ำ และผมก็มั่นใจ 100% เลยว่าก่อนหน้านั้น ผมไม่ได้คุยกับพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณ ผิดองค์ แน่นอนครับ

จริงๆ แล้วเรื่องตรีเอกานุภาพ ตามกรอบของ Hebrew Mindset น่าสนใจมาก เคยมีอยู่เคสหนึ่งที่มีคนสับสนเพราะคำสอนของลัทธิเทียมเท็จ (พระเจ้าพระมารดา) เมื่อผมได้แบ่งปันเรื่องตรีเอกานุภาพ ตามกรอบของ Hebrew Mindset ผลคือเขาสามารถเข้าใจเรื่องของพระลักษณะพระเจ้าที่เป็น 3 บุคคล แต่เป็นพระเจ้าองค์เดียว ได้อย่างชนิดที่ Clear เลยครับ เขารู้เลยว่าลัทธินั้นสอนผิดอย่างไร ไม่เหมือนสิ่งที่เราสอนกันมาด้วย concept แบบตะวันตก (Greek Mindset) ซึ่งมีแต่จะทำให้สับสนครับ






 


  คำตอบที่ 199  
 

เต้ยคุง

7 ม.ค. 56
เวลา 7:12:26
ส่วนเรื่องแก่นแท้ของ TORAH คืออะไรกันแน่ เดี๋ยวขอมาต่อช่วงค่ำ (หรือดึกๆ) อีกทีครับ พอดีวันนี้ต้องไปไซด์งานลูกค้าครับ

ชาโลม ขอพระเจ้าอวยพรครับ
 


  คำตอบที่ 200  
 

ลูกสิทธิ์

7 ม.ค. 56
เวลา 9:51:37
วันคริสตมาส วันอีสเตอร์ วันศุกร์ประเสริฐ
ฯลฯ

บรรลุวัตถุประสงค์ โดย "คำอธิษฐาน"

ของธรรมมิกชน ผู้ชอบธรรมทั้งปวง
ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และจนถึงอนาคต



 


| หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 | หน้าถัดไป 


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127