ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  ทำไมต้องใส่สร้อยที่มีไม้กางเขน  
 

Z

29 ส.ค. 55
เวลา 20:13:33

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
บางคนบอกว่าเป็นสัญญลักษณ์ ของความเชื่อของเรา บางคนบอกว่าเป็นการประกาศ
เรารู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่หน้ากระจก แล้วมองเห็นไม้กางเขนกลางอกของเรา.........สัญญลักษณ์ ส่วนตัว....ทำไมต้องย้ำกับตัวเอง......ประกาศ...คนทั่วไปเห็นหรือปล่าวและเราประกาศพระเจ้าด้วยการกระทำหรือไม่...ท่านคิดอย่างไรกับไม้กางเขนที่กลางอกท่าน
 


คำตอบที่ 1-20 ทั้งหมด 28 คำตอบ | หน้า 1 2 |
  คำตอบที่ 1  
 

mookanda

29 ส.ค. 55
เวลา 20:54:26
ไม่มีความคิดค่ะ .... เพราะไม่เคยแขวนระหว่างอก

มีสร้อยคอสั้น+กางเขนเล็กจิ๋วสีเงินอยู่ 1 เส้น (เพื่อนสนิท....ให้มา)
แขวนบ้างบางครั้ง .... รู้สึกเป็นแค่...........เครื่องประดับเท่านั้น

มันเป็นเพียงสัญญลักษณ์.......สำหรับชาวโลก

มันจะช่วยประกาศ........หากชีวิตของเราสำแดงความเชื่อ
ขณะเดียวกันมันคือความอับอาย.....หากชีวิตนั้นไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

สิ่งที่ย้ำเตือนเรา.....คือ ถ้อยคำในพระคัมภีร์
.............พระคำของพระเจ้า................

แล้วเราจำเป็นต้องย้ำตัวเองหรือไม่......คะ
 


  คำตอบที่ 2  
 

Z

29 ส.ค. 55
เวลา 21:01:21
ผมกำลังนำไปถึงการเจิมด้วยน้ำมัน ที่บางโบสถ์ ไปใช้กับ รถ บ้าน สิ่งของเครื่องใช้และสัตว์เลี้ยง แต่นั่นเป็นเรื่องรองลงไป กับความคิดท่านที่เห็นไม้กางเขน ตามที่ต่างๆ ท่านคิดอย่างไร โดยเฉพาะติดตัว ( ยังมีที่แขวนในรถด้วยนะครับ )
 


  คำตอบที่ 3  
 

Z

29 ส.ค. 55
เวลา 21:03:15
วิพากษ์ให้ชัดเจนเลยครับ .....ไม่อยากให้กลายเป็นรูปเคารพ
 


  คำตอบที่ 4  
 

vyt

29 ส.ค. 55
เวลา 21:22:46
ทำไมกางเขนจะกลายเป็นรูปเคารพ เกิดอะไรขึ้น
 


  คำตอบที่ 5  
 

shinonose

29 ส.ค. 55
เวลา 21:47:26
ก็นั่นแหละครับ...

ถ้าผู้หญิง...มีเหมือนจี้ห้อยคอ...เหมือนเครื่องประดับ...ดูน่ารักๆ...ก็ไม่เป็นไร
ถ้าไม่ได้มุ่งเน้นเป็นเรื่องของรูปเคารพ...
แต่ถ้าจิตใจ...มุ่งเน้นเป็นเหมือนรูปเคารพ...ก็เท่ากับ...ยังยึดติดกับเรื่องนี้

ทั้ง ไม้กางเขน หรือรูปภาพเหมือนที่วาดเป็นพระเยซู เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้นถ้านำมาติด หรือ แขวนที่บ้าน ในรถ....ถ้าเราเองมุ่งไปในแนวรูปเคารพ...ก็เท่ากับ...ยังยึดติดกับเรื่องของรูปเคารพ....เช่นกัน...

รูปสัญลักษณ์ ไม้กางเขนที่ติดอยู่กับพระคัมภีร์ ก็เป็นเพียงแค่บอกให้รู้ว่าตัวหนังสือนี้คือ พระคริสตธรรมคัมภีร์...เห็นปุ๊ปก็รู้ปั๊บ...ก็เท่านั้น อย่าคิดเป็นเรื่องของรูปเคารพ

รูปปลาที่ติดอยู่หลังท้ายรถเก๋ง....ก็เป็นเพียงบอกตัวตนให้สามัญชนคนขับรถทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคริสเตียนด้วยกัน....รู้ว่า..ฉันเป็นคริสเตียน...เวลาขับมาจ๊ะเอ๊กันกลางถนนตามท้ายกันมา...ก็ประหนึ่งว่าเจอพวกเดียวกัน...ก็จะเกรงอกเกรงใจกัน...แบบอลุ่มอล่วยกัน...เธอไปก่อน ฉันทีหลังก็ได้ ...เธอแซงไปก๋อนก็ได้....อะไรทำนองเนี่ย...ว่ามะ

พวงกุณแจไม้กางเขน...ที่ทับกระดาษที่เป็นคริสตัล(แก้วผลึก) เป็นรูปไม้กางเขนสวยๆใสอยู่ข้างใน...รูปมือพนม....โอ้...สารพัดอย่าง...ทุกชนิด...ทำออกมาเป็นสื่อสัญลักษณ์...เท่านั้น...

คุณ Z อย่าคิดมากเลยครับ....เชื่อว่า...คริสเตียนที่บังเกิดจากการวางรากฐานของคริสตจักรแท้....จะเข้าใจเรื่องแบบนี้ดีครับ..เพียงแต่บางครั้ง...บางเรื่องมันอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะมีไว้ครอบครองโดย...ไม่ได้มุ่งหมายว่าจะให้เป็นเรื่องของรูปเคารพ....อย่างเช่น...ปกพระคัมภีร์ไงครับ...ร้อยทั้งร้อย...มีรูปไม้กางเขน...เห็นเด่นเป็นสง่า...เชียว...ทั้งด้านหน้า ด้านข้างสันปก ด้านหลังปก ด้านในปก ...แม้แต่ในเนื้อหาที่คำว่า..."องค์พระผู้เป็นเจ้าt" ยังรูปไม้กางเขนยกลอยกำกับไว้เลย

ครับ
 


  คำตอบที่ 6  
 

Z

29 ส.ค. 55
เวลา 22:06:05
ต่อไป การ เจิมน้ำมันครับ ช่วยกันแสดงความเห็นเยอะๆครับ เป็นเหมือนกับการแชร์นะครับ ผมอายุก็เกือบ 50 แล้วครับ ผมคิดว่าความเชื่อพื้นฐานที่จะอธิบายให้ลูกหลานต้องแน่นนะครับ การรับฟังเป็นสิ่งที่ดีครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ...อีกประเด็นหนึ่ง ผมไม่อยากให้เกิดความชาชินกับสัญญลักษณ์ไม้กางเขน เหมือนผมเสนอคำถาม เมื่อท่านมองดูไม้กางเขน ท่านมองเห็นอะไร กางเขนที่ติดกลางห้องนมัสการ มีความหมายอย่างไร ที่อยู่กลางอกท่านเคยทำให้ให้ท่านร้องไห้บ้างไหม หรือชาชินไปแล้ว
เรื่องสัญญาถวาย คิดว่าคำตอบของหลายท่านก็ถูกใจหลายคน การสรุปจากความคิดเป็นการปฏิบัติจะทำให้รอบคอบและยึดความรักของพระเยซูเป็นหลัก
ขอพระเจ้าอำนวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 7  
 

4u

30 ส.ค. 55
เวลา 12:39:44
ไม่ได้คิดอะไร แต่ที่ใส่ เวลามีคนถามจะได้ฉวยโอกาสเป็นพยานซะเลย

ไม่ได้คิดเป็นอื่นใดจริงๆ

 


  คำตอบที่ 8  
 

4u

30 ส.ค. 55
เวลา 12:42:29
มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนา

เหมือนเวลาเราอธ. ก่อนกินข้าว เขาจะถามเราเป็นคริสต์หรอ

เป้นการเปิดโอกาสในการประกาศได้อย่างหนึ่ง

 


  คำตอบที่ 9  
 

shinonose

31 ส.ค. 55
เวลา 9:58:47

การเจิมน้ำมัน...เหรอ...

การเจิมน้ำมัน..เราจะอ่านพบได้ในพระวจนหลายตอน...ทั้งใน OT และ NT

ใน OT นั้น...การเจิมฯ จะมุ่งเน้นการแต่งตั้งคนของพระเจ้าที่เป็นผู้รับใช้ในการเป็นผู้นำประชากรของพระองค์โดยการทรงเรียกของพระเจ้าผ่านทางผู้นำอาวุโสที่ได้รับการแต่งตั้งมาก่อน...เช่น...ซาอูลได้รับการเจิมแต่งตั้งจากซามูเอลให้เป็นKING ดาวิดได้รับการเจิมแต่งตั้งจากเหล่าผู้นำอาวุโสให้เป็น KING
เป็นต้น...
• 1ซามูเอล10:1 “แล้วซามูเอลก็หยิบขวดน้ำมันเทลงบนศีรษะของซาอูล และจุบท่านแล้วกล่าวว่า ‘พระเจ้าทรงเจิมท่านไว้ให้เป็นเจ้านายเหนืออิสราเอลประชากรมรดกของพระองค์แล้วมิใช่หรือ’”
• 1ซามูเอล10:6 “แล้วพระวิญญาณของพระเจ้าจะมา สถิตกับท่านอย่างมาก และท่านจะเผยพระวจนะกับคนเหล่านั้น เปลี่ยนเป็นคนละคน”
• 1ซามูเอล 16:13 “ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิมตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์”


ในNT การเจิมด้วยน้ำมัน...ส่วนใหญ่ใช้ควบคู่ไปกับการอธิษฐานเยี่ยวยารักษาการเจ็บป่วย ...เช่น..
• มาระโก 6:13 “เขาได้ขับผีให้ออกเสียหลายผี และได้เอาน้ำมันทาคนเจ็บป่วยหลายคนให้หายโรค”
• ยากอบ 5:14 “มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

ส่วนการที่คริสตจักรนำสิ่งเหล่านี้มาใช้เป็นแบบอย่าง....ก็ไม่น่ามีปัญหาอย่างไร..แต่.....ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกทุกคนให้เข้าใจด้วยว่า....
น้ำมันที่นำมาใช้เจิมนั้น...ไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้มีฤทธานุภาพอัศจรรย์ แต่อย่างใด..ไม่ใช่ของเคารพบูชา ....ไม่ได้ทำให้การเจ็บป่วยหายแต่อย่างใด
แต่การหายจากการเจ็บเป็นเพราะความเชื่อของเราในฤทธานุภาพของพระเจ้าโดยเดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสถิตกับเราเป็นพระเจ้าผู้รักษาเรา..ทั้งสิ้น...

ฉะนั้น...จึงควรมีการสอนการทำความเข้าใจในรากฐานของคริสตจักรแท้อย่างถูกต้อง ...ไม่ให้หลงไป

นั่นคือ....เมื่อเรากลับใจใหม่แล้วเชื่อในข่าวประเสริฐทั้งสิ้นของพระองค์เราก็จะได้รับการเจิมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์...ให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์แล้วสิ้นทุกคน....
ฉะนั้น..ด้วยความเชื่อมั่นคงของเรา...เราก็สามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าขอการเยี่ยวยารักษาให้เราหายจาการเจ็บป่วยได้ และถึงจะไม่หายเดี๋ยวนี้ อาจเป็นวันอื่นๆ หรือไม่หายเลยจากสิ่งที่เราเห็นหรือยังรู้สึกว่ายังไม่หาย...เราก็ต้องมีความเชื่อว่า...เราได้รับการรักษาจากพระเจ้า...พระองค์ทรงสดับฟังเราอยู่เสมอ...เพราะว่าเราไม่รู้ว่าทรงรักษาเราแบบไหนทรงมีวิธีของพระองค์....ซึ่งเราไม่อาจทราบได้.....

ส่วนการเจิมน้ำมันบน...บ้าน...รถ...สิ่งของ..สัตว์เลี้ยงฯลฯ..เป็นสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้องครับ
จะกลายเป็นเรื่องของการยึดอยู่ในการหลอกลวงของมารในการวางใจในรูปเคารพ(น้ำมัน) มากกว่าความเชื่อที่วางใจในพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ.....และอาจทำให้หลงไป...

ซึ่งตัวเราเองต่างหากที่จะต้องอธิษฐานเผื่อขอสติปัญญาในการใช้สิ่งของเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่ดีและเหมาะสมให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดทั้งในส่วนตัวและงานของพระเจ้า......เพราะสิ่งเหล่านี้....เป็นเพียงวัตถุ สิ่งของ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราที่เป็นผู้ใช้

ครับ...
 


  คำตอบที่ 10  
 

mookanda

31 ส.ค. 55
เวลา 14:38:00
อาเมนค่ะ.....คุณชิโนโนส
 


  คำตอบที่ 11  
 

Z

31 ส.ค. 55
เวลา 17:12:11
มีประเด็นปฏิบัติที่ต่างทันทีเลยครับ สำหรับคำตอบของคุณชิโน ตั้งแต่เข้าเว็ปบอร์ดมานี่หลายเรื่องแล้วครับ.......
จะพยายามตั้งกระทู้ชวนกันให้มาตอบต่อไปครับ หลายกระทู้ที่ผมอ่านมาให้ความรู้ดีนะครับ ที่สำคัญๆน่าจะปักหมุดได้ จะได้ไม่โพสซ้ำ
 


  คำตอบที่ 12  
 

kkk

31 ส.ค. 55
เวลา 18:07:29
ท่านชิโน..อธิบายได้ดีมาก...ผู้น้อยขอคารวะ
แต่ขออธิบายรายละเอียดเรื่องการเจิม การวางมือ (มีการล้ม การเมา ที่บางคจ.เอามาใช้) อธิบายที่มีพระคัมภีร์รับรอง ไม่เอาตามความคิดของมนุษย์ เพื่อเป็นพระพรแก่พี่น้อง เพื่อจะไม่วุ่นวายสับสน คิดเองเออเอง ขอคุณครับ
 


  คำตอบที่ 13  
 

shinonose

1 ก.ย. 55
เวลา 11:23:26
คุณ Z ครับ

คำว่า...

"มีประเด็นที่ต่างทันทีเลย" ในความหมายของคุณ คืออะไรครับ...
ขยายความนิดหนึ่งครับ

อ้อ...แล้วก็
จากคำถามของ คุณเอง
ทั้งเรื่องไม้กางเขน...เรื่องการเจิมน้ำมัน....เรื่องการทำสัญญาถวายเพื่อวัตถุประสงค์โครงการพิเศษ

คุณเองมีแนวความคิด ความเข้าใจโดยยึดอยู่ในหลักข้อเชื่อที่อยู่ในพระวจนะของพระเจ้าอย่างไรบ้างครับ.....

ลองแสดงความคิดเห็นมาพอสังเขปบ้างซิครับ...

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ

 


  คำตอบที่ 14  
 

Z

1 ก.ย. 55
เวลา 13:00:30
ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ...ยัง..มิได้นำไปเป็นข้อโต้แย้งหรือข้อเสนอหรือข้อคิดเห็นกับ อจ.และคณะกรรมการ คจ ที่ ผมนมัสการอยู่ทั้งสิ้น
สัญญาถวาย
ไม่ใช่สิบลดนะครับ เป็นการถวายเพื่อการรับใช้พี่น้องและปรับปรุงคริสตจักรไปด้วยกัน เช่น ติดพัดลม ใส่ฝ้าเพดาน เทพื้นปูนบริเวณทางเดิน เป็นต้น หรือ การจัดงานวันคริสตมาส และการจัดประชุมหนุนใจตามวาระ
1.ต้องมีแผนงานประจำปีแจกแจงงบประมาณและมีลำดับความสำคัญ
2.ใช้การเดินถุงถวายหรือกล่องเงินพันธกิจ
3.พี่น้องลูกหลานสามารถร่วมพันธกิจได้ด้วยการถวายทันทีโดยตรงผ่านถุงถวายหรือทำสัญญาถวายใส่ถุงถวาย
4.มีการสรุปยอดรับจ่ายสำหรับพันธกิจทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
5.ไม่มีการติดประกาศแจ้งรายชื่อผู้ถวาย ถ้าพี่น้องต้องการทราบให้ตรวจสอบได้จากระบบบัญชีพันธกิจประจำปี
6.ทำพันธกิจตามกำลังที่ได้รับมา เน้นการดูแลซึ่งกันและกันเป็นหลักก่อน ระมัดระวังอย่าให้เกิดความรู้สึก 1 2 3ในการมีส่วนร่วมพันธกิจให้เกิดพลังการขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพียงมาร่วมกันมาเจอกันวันที่ทำพันธกิจก็ดีใจแล้วครับ
นี่เป็นความคิดของผม กับสัญญาถวาย ผมมอง สัญญาถวายทรัพย์เป็นวิธีประเมินล่วงหน้าเท่านั้น..... อย่าไปให้บทบาทมากจนเป้นผลกระทบความรู้สึกของพี่น้อง.....จึงอยากถามความคิดหรือการปฏิบัติที่แตกต่างออกไป...
 


  คำตอบที่ 15  
 

Z

1 ก.ย. 55
เวลา 13:08:07
ลืมตอบคำถามแรกเลยครับ ประโยค... มีประเด็นที่ต่างทันทีเลย..หมายถึง คำตอบของคุณชิโนบางข้อ คริสตจักรที่ผมนมัสการอยู่ทำในสิ่งที่ท่านไม่เห็นด้วยอยู่แบบครึ่งๆ เช่น การเจิม รถ อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าจริงครับแต่ใช้น้ำมันเจิมด้วย ผมถึงมาถาม ครับ
 


  คำตอบที่ 16  
 

Z

1 ก.ย. 55
เวลา 14:27:09
สำหรับเรื่องไม้กางเขนที่สร้อยคอ ก่อนหน้านี้..ผมเหมือนหลายท่านที่บอกว่าไม่คิดอะไรเลย เป็นการแสดงสัญญลักษณ์ ทุกวันนี้ก็คิดเหมือนเดิมแต่มีที่เพิ่มขึ้นมาคือ จิตสำนึกในพระคุณรุนแรงกว่าเดิม
เห็นกางเขนแล้วนึกถึงพระเยซูกับช่วงสุดท้ายของพระองค์
ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามาในเว็ปบอร์ด ที่โบสถ์มีจัดประชุม อจ.ได้แบ่งปันเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงเคลื่อนไหวในเราและการขับเคลื่อนคริสตจักรโดยของประทาน
การถกเถียงกันของทุกคนที่นี่ทำให้การอ่านพระคำของพระเจ้ามากขึ้น พันธสัญญาใหม่ มีแต่เรื่องความรักของพระเจ้าที่มีต่อคนบาป
มารก็เชื่อ ว่าพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ผมอาจจะบาปเยอะก็เลยรู้สึกเยอะ
สรุป ไม้กางเขน เป็นสัญญลักษณ์ทำให้นึกถึงพระคุณที่พระองค์ประทานให้...ด้วยความรัก...ซึ่งผ่านการเจ็บปวด อดทน ลำบาก ทั้ง..กาย...และ..ใจ...จนถึงความตายที่ไม้กางเขน การคร่ำครวญเมื่อสำนึกพระคุณพระองค์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าจิตใจไม่ตายด้าน ส่วนใครจะมองกางเขนแล้วรู้สึกอย่างไรหรือไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงแล้วแต่การคร่ำครวญของแต่ละคน
ทุกวันนี้ ผมเห็นสาวพรหมจารี วิ่งหาน้ำมันกันเยอะมาก ทำอย่างไรจะให้เขารู้ว่า ..เพราะพระองค์รักเรา พระคุณจากพระองค์จึงมาสู่เรา..แล้วเรารักพระองค์มากแค่ไหน.....ให้จิตวิญญาณของเราตอบพระองค์
 


  คำตอบที่ 17  
 

ฉัน = คาทอลิก

11 ก.ย. 55
เวลา 22:49:18
ปัจจุบันก็มีพวกดารา บลาๆ ใส่ไม้กางเขนไปโดยไม่ได้รู้ความหมายของมัน คือใส่เอาเท่ว่า

แต่จรืงๆ ไม้กางเขนนั้น เมื่อเราสวมใส่ มันจะเป็นการตอกย้ำถึงผู้ที่พบเห็นและผูัที่มองเห็น ถึงความเชื่อของเราต่อบุคคลลที่ทำให้สัญลักษณ์นี้โด่งดังไปทั่วโลก

ดังนั้น หากไม้กางเขน เราไม่ได้สวมใส่เพื่อทำให้มันเป็น idol ก็เท่ากับมันเป็น icon ซึ่ง ช่วยเราในเรื่องของการแสดงตัวตนหรืออัตลักษณืขงความเชื่อ ทางด้านเทวศาสตร์ของเรา
 


  คำตอบที่ 18  
 

vyt

12 ก.ย. 55
เวลา 9:04:05
อยากรู้ว่าทางคาทอลิกเขาให้รับเชื่อยังไงเหมือนของคริสเตียนมั้ย ให้อธ.รับเชื่อในพระเยซูคริสต์ คุณ ฉัน= คาทอลิก อธิบายถึงการรับเชื่อแบบของคุณให้หน่อยซิ พี่น้องท่านใดพอทราบช่วยบอกเราหน่อย ขอบคุณมากๆ
 


  คำตอบที่ 19  
 

josep_maria

12 ก.ย. 55
เวลา 19:53:04
มาเป็นคาทอลิก ต้องเข้ารับศิลล้างบาป(บัพติศมา) และศิลศักดิ์สิทธิอื่นๆ ตามจารีตคาทอลิกครับ ก่อนเข้าพิธีล้างบาป ต้องเข้าเรียนคำสอน ผ่านหลักสูตรที่เรียกว่า RCIA ดูข้อมูลตามนี้นะครับ http://ccbkk.catholic.or.th/rcia/rcia02/rcia02.html
 


  คำตอบที่ 20  
 

vyt

12 ก.ย. 55
เวลา 22:31:01
ขอบคุณคุณ josep_maria ที่ตอบให้นะ ขอถามต่ออีกว่า

6. พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ แห่งการรับเข้าเป็นคริสตชน ผู้ได้รับเลือกสรรจะได้รับศีลล้างบาป ศีลกำลัง และศีลมหาสนิทในคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (Easter Vigil)

ในพิธีมีการให้รับเชื่อองค์พระเยซูคริสต์มั้ยแบบคริสเตียนคือรับด้วยปากเชื่อด้วยใจ เราอยากรู้ตรงนี้แหละ เพราะมันสำคัญกับความรอดของจิตวิญญาณที่จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า
 


| หน้า 1 2 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127