ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  อยากเข้าใจพระวิญญาณบริสุทธิ์  
 

คริสเตียนใหม่

4 พ.ย. 52
เวลา 12:45:01

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
อยากทราบว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ อยากให้ผู้ตอบมาเป็นพยานหน่อยว่าการใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นอย่างไรแล้วการรับพระวิญญาณรับมาได้อย่างไรใช้เวลานานไหม แล้วการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เกี่ยวกับคริสตจักรด้วยไหม เช่น แบพติ้ส เพนเทคอส
 


คำตอบที่ 21-32 ทั้งหมด 32 คำตอบ | หน้า 1 2 |
  คำตอบที่ 21  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 16:41:34
ถึงคุณ bjia 11123 ครับ อ้อและคุณ kafuse ด้วยเลยไหม เห็นเครียด
คืองี้ครับ ....
การพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้หมายถึงการพูดภาษาแปลกๆ นะครับเป็นคนละส่วนกันครับ ต้องแยกกันครับ

การพูดคุยกับพระวิญญาญบริสุทธิ์ การพูดธรรมดาแต่เป็นพูดผ่านจิตวิญญาณของเราจะออกเสียงหรือไม่ก็ได้ จะอ้าปากพูดหรือไม่ก็ได้ พูดคุยได้ทุกเมื่อ ทุกเรื่องเหมือนคุยกับพ่อแม่ แต่อย่าลืมว่าการจะพูดคุยได้ต้องมีชีวิตที่ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในส่วนอื่นด้วย หมายถึงการติดสนิทและมีสัมพันธ์ภาพกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอเช่น อ่านพระวจนะ อธิษฐาน นมัสการ เฝ้าเดี่ยว พักสงบในพระเจ้า รับใช้ในพันธกิจ มีความรัก ถ่อมใจ และอื่นๆ

การพูดภาษาแปลกๆ เป็นสรรเสริญพระเจ้า จะอยู่ในช่วงนมัสการหรือไม่ก็ได้ เป็นการที่เราได้รับการสัมผัสหรือได้รับการเล้าโลมใจ มากมายจนเต็มล้นไม่สามารถจะบรรยายได้หมดจากก้นบึงหัวใจของเรา สรรเสริญจนไม่เป็นคำหรือภาษามนุษย์จนเป็นภาษาแปลกๆ แต่ในคำแปลกๆนั้นเป็นความหมายของการสรรเสริญทั้งสิ้น คือขณะที่เราพูดภาษาแปลกออกไปในใจฝ่ายจิตวิญญาณของเรายังคงความหมายของการสรรเสริญถวายเกียรติพระเจ้าอยู่
และการพูดภาษาแปลกๆ เป็นของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ให้กับบางคน บางคนของประทานเป็น การเผยพระวจนะ การรักษาโรค การบริการ การช่วยเหลือ การสังเกตฝ่ายวิญญาณ และอีกหลายอย่าง ครับผม

เพราะฉะนั้นจึงอยากให้เข้าใจในเรื่องนี้ครับว่า การพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิกับการพูดภาษาแปลกๆ นั้นไม่เหมือนกัน ต่างกันครับ

ขอพระเจ้าเมตตาให้เข้าใจความล้ำลึกแห่งพระองค์ มากย่งขึ้นครับ
ขอพระเจ้าอวยพระพร
 


  คำตอบที่ 22  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 16:59:13
ต่ออีกนิดครับ

คนที่สามารถการพูดภาษาแปลกๆได้ นั้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผลให้เขารักษาความเชื่อและดำรงอยู่กับเขา ครับ

แต่ความเชื่อนั้นเกิดจากความถ่อมใจและเชื่อฟังพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ หรือสงสัยใดๆ และสามารถทำสิ่งใดก็ได้ ความเชื่อแม้เพียงเมล็ดพันธ์ผักกาดก็เดินบนน้ำได้ เคลื่อนภูเขาก็ได้ ....

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 23  
 

หล่อฟาด

19 พ.ย. 52
เวลา 18:05:32
ขอบคุณคับ ตอนแรกก็นึกว่าพูดภาษาแปลกกับการพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นส่วนเดียวกันซะอีด

มาถึงคำถามที่ 2 นะครับ
คุณ SHIINONO อยู่คจ.แบ๊บติสต์ใช่มั๊ย แสดงว่าคุณต้องเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "คนในโบสถ์เพนเทคอสไม่ค่อยมีผลของพระวิญญาณ" คิดว่าคุณคงเคยได้ยิน ผมได้ยินบ่อยซึ่งแรกๆผมก็มองว่าเราดูถูกเค้าเกินไปหรือเปล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมก็เริ่มรู้สึกเห็นด้วย

ผลของพระวิญญาณ(ถ้าจำไม่ผิด) ได้แก่ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความชื่นชมยินดี ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ การรู้จักบังคับตน

ผมเคยคลุกคลีกับทั้งสังคมแบ๊บและเพน และผมก็พบว่าสังคมแบ๊บมีผลของพระวิญญาณมากกว่าจริงๆ(อันนี้เอาที่เกิดจากประสบการณ์จริงนะครับไม่ได้เหมารวมทั้งหมด) สิ่งที่แบ๊บมีมากกว่าเพนอย่างเห็นได้ชัดคือ ความรัก ความอดกลั้นใจ และการรู้จักบังคับตน ส่วนข้ออื่นๆคิดว่ามีพอๆกัน คุณคงรู้สึกเหมือนผมว่าแบ๊บนั้นรักกันมากและอบอุ่นมาก ในขณะที่เพนชอบทะเลาะกัน เอาชนะกันแม้เรื่องเพียงเล็กน้อย หลายคนเป็นคนอารมณ์ร้อน

ประเด็นที่ถามคือ ทำไมคจ.ที่เน้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ถึงมีผลพระวิญญาณน้อยกว่าคจ.ที่ไม่เน้น

ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมนะครับ เช่น ปฏิคมแบ๊บจะต้อนรับคนมาใหม่ได้อบอุ่นกว่าเพน โดยทั่วไปคนที่ไม่ใช่คต.จะมองว่าคต.แบ๊บ ดูอบอุ่น มีความรัก ถ่อมใจ แต่กลับมองคต.เพนว่า เป็นพวกหัวแข็ง ชอบมัดมือชก ชอบทะเลาะวิวาทกับคนไม่เชื่อ และผมมองว่าคนที่บัพติศมาในพระวิญญาณมักเป็นคนอารมณ์ร้อน พูดจาโผงผาง ชอบตำหนิคนที่ไม่เชื่อ มักมีปัญหาเรื่องการอยู่ร่วมกันในคจ.และการใช้คำพูด ในขณะที่คนไม่เอาเรื่องภาษาแปลกๆมักเป็นคนใจเย็นกว่า ไม่ทะเลาะหรือตำหนิผู้อื่นง่ายๆ และมีความรักมาก


 


  คำตอบที่ 24  
 

เต้ยคุง

19 พ.ย. 52
เวลา 19:15:14

To Reply 23

ประเด็นที่ถามคือ ทำไมคจ.ที่เน้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ถึงมีผลพระวิญญาณน้อยกว่าคจ.ที่ไม่เน้น


การเติบโตฝ่ายวิญญาณ วัดกันที่การถ่อมใจยอมเชื่อฟังพระเจ้า คนที่ยอมถ่อมใจกับพระเจ้ามาก ยอมให้พระองค์เปลี่ยนแปลงขัดเกลาชีวิต ก้จะเกิดผลพระวิญญาณมากในชีวิต (มีชีวิตเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้นทุกวัน)

หลายๆ ครั้ง คำว่า "คจ. ที่เน้นพระวิญญาณบริสุทธิ์" มักจะกลายเป็น "คจ. ที่เน้นการอัศจรรย์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์" มากกว่า "คจ. ที่เน้นเรื่องการถ่อมใจ ยอมจำนนเชื่อฟัง ถวายตัวพระวิญญาณบริสุทธิ์"

พอไม่เชื่อฟัง ชีวิตคริสเตียนจึงไม่ค่อยเกิดผลพระวิญญาณเท่าไหร่ คนรอบข้างก็เลยมองไม่ค่อยเห็นว่ามาเชื่อพระเยซูแล้วดีอย่างไร


 


  คำตอบที่ 25  
 

เต้ยคุง

19 พ.ย. 52
เวลา 19:16:34

อ่อ ลืมบอกไป ปกติผมอยู่ คจ. ที่เป็นเพนเทคอสต์ครับ
 


  คำตอบที่ 26  
 

เต้ยคุง

19 พ.ย. 52
เวลา 19:19:22

Galatians 5:16-21

16 แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณและท่านจะไม่สนองความต้องการของเนื้อหนัง

17 เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้

18 แต่ถ้าพระวิญญาณทรงนำท่าน ท่านก็ไม่อยู่ใต้พระราชบัญญัติ

19 แล้วการงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการเล่นชู้ การล่วงประเวณี การโสโครก การลามก

20 การนับถือรูปเคารพ การนับถือพ่อมดหมอผี การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การทุ่มเถียงกัน การใฝ่สูง การแตกก๊กกัน

21 การอิจฉากัน การฆาตกรรม การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีก เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก
--------------------

Galatians 5:22-26

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความเชื่อ

23 ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีพระราชบัญญัติห้ามไว้เลย

24 ผู้ที่เป็นของพระคริสต์ได้เอาเนื้อหนังกับความอยากและราคะตัณหาของเนื้อหนังตรึงไว้ที่กางเขนเสียแล้ว

25 ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณ ก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้วย

26 เราอย่าถือตัว อย่ายั่วโทสะกัน และอย่าอิจฉาริษยากันเลย
 


  คำตอบที่ 27  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 20:12:50
ถึงคุณ หล่อฟาด ครับ
คุณเต้ยคุงได้ตอบ ในมุมมองประเด็นที่เป็นจริงอย่างนั้นไปแล้ว ผมก็เห็นด้วยครับ
แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมดแบบที่คุณ หล่อฟาด เข้าใจครับ ทุกอย่างขึ้นกับการดำเนินชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า การถ่อมใจ การเชื่อฟัง การเข้าใจน้ำพระทัยมากน้อยเพียงไร การเข้าใจในพระวจนะขนาดไหน ของคนคนนั้นครับ
ไม่แยก เพนเทคอสหรือแบ๊บติสต์ ครับ ฉะนั้นจึงไม่ใช้เครื่องชี้วัดครับ

ประเด็นอยู่ที่ว่า คนที่เชื่อใหม่ในกลุ่มเพนทาคอสนั้นมักจะถูกท้าท้ายด้วยชีวิต ที่ร้อนรน เอาจริงเอาจังในการรับใช้ การประกาศและการแสวงหาของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงมีมุมมองที่เห็นความเย็นแบบนุ่มนวลของแบ๊บติสต์กลายเป็นความเย็นชา หรือแม้แต่ในกลุ่มเดียวถ้ายังเย็นชา แต่ในที่สุดเมื่อคนเหล่านี้เติบโตขึ้นในคริสตจักร ก็จะมีบุคลิกที่สงบขึ้นต่อมุมมองในคนอื่น แต่การร้อนรนในการรับใช้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น ในที่สุดเราจะเห็นว่าผู้ใหญ่ในคริสตจักรทั้งสองแบบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ก็ SAMEๆ และพูดคุยกันเข้าใจกันได้ดี ครับ
ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันนัก

แต่ยังมีอีกคำหนึ่งที่คุณพูดถึงคือเรื่องบัพติสมาในพระวิญญาณ ดูเหมือนคุณหล่อฟาดยังไม่เข้าใจ ....เดี๋ยวมาต่อครับ
 


  คำตอบที่ 28  
 

bjia11123

19 พ.ย. 52
เวลา 22:51:07
ถ้าการพูดคุยกับพระวิญญาณด้วยภาษามนุษย์ ก็น่าจะเรียกว่าอธิษฐานในใจหรือออกเสียงมากกว่า หรือเข้าข่ายเฝ้าเดี่ยวเลย เพราะเป็นการคุยส่วนตัวโดยไม่สนใจว่าจะมีใครฟังหรือไม่ และถ้าพูดคุยด้วยการเป็นภาษาสวรรค์ ก็คือการพูดภาษาแปลกๆนั่นเอง ซึ่งของประทานทุกอย่างมีจุดประสงค์ ไม่ใช่ให้มีไว้เฉยๆ แต่ให้มีไว้ใช้ อาจจะเพื่อตัวเอง หรือเพื่อคนอื่น เป็นการหนุนใจตัวเอง หรือหนุนใจคนอื่น ผมก็ยังมองไม่ออกว่า จะใช้อย่างไร จะว่าเพื่อติดต่อกับพระเจ้าแล้วให้คนอื่นรู้เหมือนในสมัยแรกๆ ผมว่า ก็คือหนุนใจให้ทุกคนอยู่ในความเชื่อที่มั่นคง มั่นใจว่ามีพระเจ้าอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัว (สำหรับบางคนที่พระเจ้าทรงเห็นว่าต้องการสำหรับคนนั้นๆ) ส่วนความเชื่อที่คุณ Shinono พูดถึงนั้นเป็นความเชื่อเมื่ออยู่ในเหตุการณ์ธรรมดา สำหรับบางคนที่จะต้องเผชิญกับบางอย่างที่จะทำให้ความเชื่อของเขาท้อถอย พระเจ้าก็จะประทานให้เป็นของส่วนตัว หรือใช้ในคริสตจักรเพื่อหนุนความเชื่อของคริสตจักรให้มั่นคง หรือเพื่อประกาศกิตติคุณ คือใช้เพื่อส่วนตัว กับส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และ/หรือต่อคริสตจักร(อื่นๆด้วย) และเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ก็จะถูกเรียกคืนจากพระองค์ พระเจ้าเราไ่ม่ฟุ่มเฟือยครับ
อีกประการการอธิษฐาน ก็มีทั้งการพูดและการฟัง ดังนั้นจะเรียกว่า คุยกับพระวิญญาณก็คงจะได้กระมังครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
 


  คำตอบที่ 29  
 

SHINONO

20 พ.ย. 52
เวลา 1:39:37
ถึง คุณหล่อฟาด ครับ ต่อจาก คห.ที่ 27
เรื่องบัพติสมาในพระวิญญาณ หมายถึงเป็นการบังเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งเกิดหลังจากเมื่อเราได้เชื่อในข่าวประเสริฐ และกลับใจใหม่ เราจะรู้ได้ถึงการสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเราทันที ครับ

ถึง คุณ bjia11123 ครับ จากคห.ที่ 28
การพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็อย่างหนึ่ง
การอธิษฐานก็อย่างหนึ่ง
การพูดภาษาแปลกๆ ก็อย่างหนึ่งครับ

การพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และการอธิษฐาน
อาจคล้ายกันแต่ไม่ใช่ครับ แต่ต่างกันตรงที่ว่า เป็นการโต้ตอบในเหมือนคุยกัน ไม่ได้มีช่วงเวลารอคอยครับ และเป็นการพูดคุยในลักษณะในสภาวะการใช้ชีวิตปกติ เช่น เวลาเราจะขับรถไปทำงานหรือทำธุระอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนออกรถเราจะอธิษฐานของการทรงนำ การคุ้มครองความปลอดภัย ให้รถอยู่ในสภาพที่ดีไม่เสียกลางทาง ขอสติปัญญาในการทำงานให้เกิดผลดีไม่มีอุปสรรค... ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน ออกรถ....ไประหว่างที่ขับไปทำไมรถติดจัง เผอิญมีทางลัดเราสามารถไปออกอีกทางหนึ่งได้ ก่อนเราตัดสินใจเราจะถามพระวิญญาบริสุทธิ์ว่า เอ ข้าพระองค์จะไปทางลัดนี้ดีไหม เราจะได้รับการตอบโต้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งในการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับความคิดของเราเองก็ได้ ถ้าเราเชื่อฟังก็จะทำให้การตัดสินใจของเราอยู่ในการนำทางของพระองค์ แค่เนี่ยแหละครับคือการพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ คุณอาจจะคิดว่าเพียงแค่นี้เหรอะที่เรียกว่าคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่เห็นมีฤทธิ์เดชเลย ครับเพียงแค่แหละครับที่อาจแฝงไว้ด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้าอย่างมากมายที่คุณอาจไม่มีวันลืมเลย เพราะถ้าคุณไม่เชื่อฟังการแนะนำ ถ้าคุณฝืนขับไปอีกทางในความคิดของคุณเอง คุณอาจไปเกิดอุบัติเหตุชนรถอีกคันที่จอดขว้างอยู่โดยที่คุณไม่เห็นก็ได้ ...

การอธิษฐาน มีทั้งเป็นการที่อ้อนวอนขอการทรงช่วยเหลือช่วยกู้ ขอการแก้ไขปัญหา ขอการเยี่ยวยารักษา ขอการแนะนำ ขอหมายสำคัญ ขอสติปัญญา ขอการอวยพร สารพัดขอต่อพระเจ้า และอีกอย่างคืออธิษฐานขอบพระคุณในการตอบการอธิษฐาน
ทั้งหมดอาจจะมีช่วงเวลาการรอคอย หรืออาจได้รับคำตอบในทันที แล้วแต่พระเจ้าจะเห็นเหมาะสม

จะเห็นว่าทั้งสองอย่าง แอคชั่นจะไม่เหมือนกัน อาจคล้ายกันแต่ไม่ใช่

ส่วนเรื่องการพูดภาษาแปลกๆ ได้ชี้แจงไปแล้วใน คห.ที่ 21

ครับ ทั้งหมดนี้ถ้าเราเข้าใจในความเป็นพระเจ้าของพระเจ้า ของเรา เราจะสามารถล่วงรู้ทุกสิ่งในความล้ำลึกของพระองค์ และเราก็จะสามารถนำสิ่งต่างๆที่พระเจ้าได้ให้เราไว้มาเป็นพระพรสำหรับชีวิตของเราและต่อผู้อื่นได้อย่างเต็มเปี่ยม


ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 30  
 

U2

20 พ.ย. 52
เวลา 8:57:50
มีหนังสือเล่มนึงเพิ่งอ่านจบครับ (คนอื่นให้ยืมมาเลยอ่านจบเร็ว) ดีมากๆครับ
อยากให้สมาชิกในคริสตจักรได้อ่านกันทุกคน คือ

"ชัยชนะเหนือวิญญาณศาสนา" - คำนิยมโดย อ.ชัค เพียร์ ปีเตอร์ ซีแวกเนอร์

ขอพระเจ้าอวยพร
 


  คำตอบที่ 31  
 

ง,

24 พ.ย. 52
เวลา 15:36:32
งง มาแล้ว
 


  คำตอบที่ 32  
 

kafuse

24 พ.ย. 52
เวลา 19:39:51
พี่เต้ยอยู่ เพนเทคอสหรอเนี่ย

หึหึ หึหึ ขอบคุณที่เพิ่ง แนะนำตัวเองนะครับ

อยู๋ ใน พระกิตติคุณสมบูรณ์ หรือป่าวครับ
 


| หน้า 1 2 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127