ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  นายหูหนวกและนายหูดี  
 

Law&Grace

19 ก.ย. 51
เวลา 19:45:59

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
มีคนสองคน คนหนึ่งหูหนวก คนหนึ่งหูดี ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องหนึ่งซึ่งเปิดเสียงเพลงสุดแสนไพเราะ คนแรกหูดีเดินเข้าไปก่อน และเมื่อได้ยินเสียงเพลงก็เร่ิมมีความสุขกับเสียงเพลงนั้น และเมื่อมีความสุขหน้าก็เร่ิมยิ้มแย้ม ตาเปล่งประกาย และก็เร่ิม ดีดนิ้วมือตามจังหวะดนตรี และเท้าก็เร่ิมขยับ ตามเสียงเพลงบรรเลง อย่่างมีความสุขภายใน

ฝ่ายคนหูหนวกเห็นดังนั้นก็คิดว่า “น่าสนุกดีนะ” จึงเดินเข้าไปบ้าง แล้วก็ว่า “ฉันไม่เห็นมีความสุขอะไรเลย” แต่นายหูดีนั้นดูท่าทางมีความสุข ว่าแล้วนายหูหนวกก็เร่ิมฉีกยิ้มเห็นฟัน แล้วก็เร่ิมดีดนิ้วตามนายหูดี แล้วเท้าก็เคาะตามจังหวะที่นายหูดีเคาะ

มีคนเดินผ่านมาจากข้างนอก มองเข้าไปข้างในเห็นคนสองคน มีความสุขอยู่กับเสียงเพลงที่ได้ยินมาถึงข้างนอก แต่ทว่า.. คนนั้นไม่รู้หรอกว่า คนหนึ่งมีความสุขจริงๆ แต่อีกคนหนึ่งแค่ทำตามเท่านั้น

สักพักหนึ่งนายหูหนวกก็เบื่อ เพราะไม่ได้ยินเสียงอะไร ไอ้ที่ทำตามเขาก็เลยต้องเลิก และก็เดินออกจากห้องไป โดยไม่หวลกลับมาอีกเลย

พี่น้องที่รัก คนที่ดำเนินชีวิตคริสเตียนตามกฎหมายธรรมบัญญัติก็เป็นเช่นนั้นแล ไม่มีความสุขภายใน ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์นำทาง ดูภายนอกผิวเผินเหมือนคริสเตียนทุกอย่าง ทำตามจารีต ทำตามประเพณี ทำตามกิจกรรมทุกอย่าง มาโบสถ์ทุกอาทิตย์ สอนได้ นมัสการได้ อธิษฐานหลับตา ยกมือ เหมือนคริสเตียนทุกอย่าง แต่ไม่ได้บังเกิดใหม่ ไม่มีชีวิตของพระคริสต์เร้าใจอยู่ภายใน ไม่มีดนตรีฝ่ายวิญญาณ ไม่มี “เสียงเพลงแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์” บรรเลงอยู่ภายใน เมื่อทำไปสัก สองปี บ้างก็ห้าปี บ้างก็สิบปี แล้วก็ว่า “ทำไมไม่มีความสุข?” ในที่สุดก็ว่า “ไม่เอาดีกว่า” แล้วก็เดินจากไป

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราจะสอนพระคุณเท่านั้น ในพันธสัญญาใหม่หรือไม่?

“ถ้าท่านปรารถนาจะเป็นคนชอบธรรมโดยธรรมบัญญัติ ก็ขาดจากพระคริสต์ และหล่นพ้นจากพระคุณไปเสียแล้ว” (กาลาเทีย 5:4)
web.me.com/graceonly

 


คำตอบที่ 21-34 ทั้งหมด 34 คำตอบ | หน้า 1 2 |
  คำตอบที่ 21  
 

BIGBANG

27 ก.ย. 51
เวลา 10:25:39
ขอบคุณครับที่อธิษฐานเผื่อ และขอบคุณคุณ kkk ที่ช่วยหนุนใจ ผมพรินต์ BLOG ของคุณออกมาอ่านอยู่ครับ น่าสนใจมาก ว่าจะอ่านหลายๆรอบให้เข้าใจ ขอบคุณครับ
 


  คำตอบที่ 22  
 

Law&Grace

27 ก.ย. 51
เวลา 11:12:35
ดีใจเหมือนกับครับ ผมคิดว่าจะไม่ค่อยหนุนใจซะแล้ว ขอบคุณครับที่เห็นความสำคัญของ blog ผม คุณ bigbang ได้ไปทางลัดแล้วล่ะครับ เพราะว่ากว่าผมจะเข้าใจเรื่องพระคุณดี ผมฟัดและปล้ำเรื่องนี้เพื่อปลอดล็อคตัวเองจาก ธรรมบัญญัติ มาเป็นเวลาเกือบ 3
 


  คำตอบที่ 23  
 

Law&Grace

27 ก.ย. 51
เวลา 11:16:28
ปีครับ ผมค้นคว้าจากหนังสือหลายเล่ม และอ่านพระคัมภีร์ใหม่อีกสองรอบ โดยเฉพาะพันธสัญญาใหม่ จริงๆแล้วตรรกะของพระเจ้าไม่ยากเลยครับ พระองค์เป็นผู้ให้ เราเป็นผู้สนอง เมื่อใดก็ตามที่ เรา อยู่ในต้นของสมการ เมื่อนั้นเราไม่มีทางเข้าใจเรื่องพระคุณ แต่เมื่อเราเข้าใจว่าตัว เรา นั้นถูกขายอยู่ใต้บาป และไม่สมควรด้วยประการใดๆ ทั้งปวงที่ได้รับพระคุณที่พระองค์ให้ เมื่อนั้น เราจะซาบซึ้งในพระคุณ และจะขอบคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณี นี่แหละจะเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตคริสเตียนได้ครับ เมื่อ เราเรียงลำดับใหม่ โดยเราออกไปจากจดศูนย์กลาง และแทนที่ด้วยพระคริสต์ พระองค์จะเป็นศูนย์กลาง และเมื่อเราโคจรรอบพระองค์ เราจะเห็นรัศมีแห่งพระคุณ ส่องนำ เราอยู่ตลอดครับ

รักในพระคริสต์
คงศักดิ์
web.me.com/graceonly
 


  คำตอบที่ 24  
 

Law&Grace

28 ก.ย. 51
เวลา 0:09:29
ธรรมบัญญัติ นั้นดี และก็บริสุทธิ์ ในตัวเองครับ แต่สิ่งดีกลับทำให้เราต้องตายหรือ ไม่ใช่หรอก บาปต่างหากที่ทำให้เราต้องตาย โดยอาศัยธรรมบัญญัติเป็นช่อง แปลไทยเป็นไทยว่าอย่างนี้ครับ

ธรรมบัญญัติเป็นเหมือน "กระจกเงา" เมื่อเราส่องหน้าเราเอง มันฟ้องให้เห็นว่า หน้าสกปรกจัง กระจกเงามันยืนยันถึงความมอมแมม แต่มันไม่เคยช่วยเราล้างหน้าได้ มันสะท้อนเฉย และมันยืนยันว่าเป็นจริง

ธรรมบัญญัติก็เป็ฺนดั่ง "กระจกเงา" ที่ยืนยันให้เห็นว่าเรามีบาปจริง และ ชั่วร้ายยิ่งนัก เช่น เราโลภ และความโลภเป็นบาปที่อยู่ในตัวเรา และธรรมบัญญัติกล่าวว่า "อย่าโลภ" ธรรมบัญญัติจึงเป็นตัวส่องสะท้อนให้เห็นว่า เราบาปจริง เพราะธรรมบัญญัติว่าอย่าโลภ และธรรมบัญญัติยืนยันความบาปของเราเพราะว่าเราโลภ บาปจึงใช้ช่องแห่งธรรมบัญญัติที่ได้บัญญ้ติไว้ว่า "อย่าโลภ" เพื่อใช้ประหารเราโดยอาศัยธรรมบัญญัติ

ส่วนพระคุณนั้นเป็นดั่ง "สายฝน" ที่ถึงแม้รู้ว่าเรามอมแมม และ สกปรกแค่ไหน ก็สามารถชะล้างได้และให้สะอาดหมดจดได้ โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้นั้นจะมอมแมมแค่ไหน และ ไม่เอาผิดเอาโทษ อีกต่อไป คนที่ได้รับสายฝนนี้ก็จะขอบคุณ และซาบซึ้ง และเขาได้มั่นใจว่าสะอาดอยู่เสมอโดยไม่ต้องดูกระจก เพราะเขารู้ว่าสายฝนนั้นชำระเขาได้สิ้นหมดแล้ว เมื่อเป็นดั่งนี้เขาก็จะซาบซึ้งและไม่อยากไปทำหน้าตัวเองสกปรกอีก

ขอบคุณสายฝนนี้ที่ไม่เคยหยุดไหลหลั่งในใจของเราทางความเชื่อ
 


  คำตอบที่ 25  
 

mm

28 ก.ย. 51
เวลา 0:43:15
จริงๆแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าพระเจ้าให้ธรรมบัญญัติมาทำไม ใน 1ทิโมธี บทที่ 1 ข้อ 8-10
น่าตอบได้อย่างชัดเจนนะครับ

"เราทั้งหลายรู้อยู่ว่า ธรรมบัญญัตินั้นดีถ้าผู้ใดใช้ให้ถูก คือ โดยรู้ว่า ธรรมบัญญัตินั้น
มิได้ทรงบัญญัติไว้สำหรับคนชอบธรรม แต่ทรงบัญญัติไว้สำหรับ คนอธรรมและคนดื้อด้าน
คนผิดและคนบาป คนไม่นับถือพระเจ้าและคนหมิ่นประมาท............."

พระเจ้าให้ธรรมบัญญัติเพื่อ ให้เราจะได้รู้ว่า เรามีแต่จะต้องทำบาปเท่านั้น ให้มาเพื่อจะได้
รู้ตัวว่าเป็นคนบาป ไม่ใช่ให้ถือรักษา คนที่พยายามถือรักษาไว้ ก็คือ คน อธรรม เท่านั้น
ใน อพยพ คนอิสราเอล ออกจาก อียิปต์ เข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เมื่อ โมเสสเอาธรรม
บัญญัติลงมา พวกเขาก็ทำบาปอยู่แล้ว โดยสร้างรูปวัวทองคำ หลังจากนั้น เมื่อพวกเขา
รับปากว่า จะถือรักษาธรรมบัญญัติ แต่สุดท้าย มีใครรอดเข้าแผ่นดิน คานาอันบ้างครับ
มีเพียง โยชูวากับคาเลบเท่านั้น นอกนั้นผู้ชายที่ไม่ใช่เด็กตายทั้งหมด
คนที่รอด ก็คือ ผู้หญิง เด็กเล็กๆ เท่านั้น คนอ่อนแอ รอด คนที่แข็งแรง ตายเกลี้ยง

ไม่ว่าเราจะเก่ง ดี มีความสามารถ หรือ มีกำลังมาก แต่ถ้าอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ ก็มีแต่ต้องตาย
เพราะ ธรรมบัญญัติ ทำให้เราต้องมีบาป(รม5:13) และเมื่อมีธรรมบัญญัติก็มีแต่ละเมิด(รม4:15)

คนที่ยังเหนื่อยยาก กับความบาปอยู่ ลองคิดลึกๆดูใหม่นะครับ เช็คดูที่ผลของความเชื่อดู
ถ้าพบว่า เหนื่อย และ ท้อแท้ ก็ลองคุยกัน เปิดใจกัน ไม่ใช่เอาชนะกัน ทิ้งความคิดของตัวเอง แล้วเชื่อพระคำตรงๆ ก็จะได้พบกับพระคุณ ที่แท้จริงครับ
 


  คำตอบที่ 26  
 

บาปหมดแล้ว

28 ก.ย. 51
เวลา 21:08:58
ขอคุณmm.....ช่วยหนุนใจกระทู้เกย์ด้วยดิ... พระเยซูชำระบาปทั้งหมดให้แล้ว คต.ต้องเชื่อว่าบาปหมดแล้ว พระวิญญาณถึงสถิตกับคต.ได้ คุณเกย์ ทอม ตุ๊ด ดี้ เขาเชื่อพระเจ้าแล้ว แต่เขายังอยู่กับสิ่งเหล่านี้อยู่ จุดนี้....ถือว่าสะอาดแล้ว ชอบธรรมแล้ว บริสุทธิ์แล้ว ยังไง? และถ้าคุณเธอเป็นลักษณะนี้เรื่อยไป รอดไหม? ก็เพราะถือว่า เชื่อพระเจ้าแล้ว เป็นคต.แล้ว ถือว่าชอบธรรมแล้ว ไม่มีบาปอีกต่อไปแล้ว......ขอตอบหน่อย
 


  คำตอบที่ 27  
 

Law&Grace

29 ก.ย. 51
เวลา 0:07:43
ผมคงไม่ต้องตอบนะครับ ให้คุณ​ mm ตอบหน่อยก็แล้วกัน ลองตอบเองดูนะครับคุณ​ mm ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณ​ mm จะตอบอย่างไร เพราะในส่วนของผมตอบไปแล้วใน web ที่นี่และ blog ผม ในหัวข้อ คริสเตียนทำบาปซ้ำๆพระคุณจะเป็นพระคุณอย่างไร

ที่ผมอยากให้คุณ mm ตอบเพราะผมก็อยากรู้ความเห็นของคุณ​ mm ด้วยเหมือนกันครับ ก่อนที่จะอ่านหนังสือที่คุณ mm บอกว่าจะส่งมาให้ คืองี้ครับ มีคริสเตียนออโธดอกซ์กลุ่มหนึ่งเช่นเดียวกันก็เชื่อเรื่องพระคุณสมบูรณ์เหมือนกันครับ แต่ไม่สนใจเรื่อง การกระทำ เลย คือคิดว่าเมื่อพระคุณช่วยได้หมดแล้วก็ช่างมัน ฉันไม่แคร์ เพราะมันก็ทำไม่ได้อยู่แล้วเป็นต้น ในเรื่องของพระคุณที่สมบูรณ์นั้น ผมเห็นด้วย 100% ครับ และผมก็เห็นด้วยหลายเรื่องมากเลยครับ เช่น การสถิตย์ของพระวิญญาณ เรื่องการให้ธรรมบัญญัติ ในทิตัส แต่ที่คุณ mm ยังไม่ได้เขียนถึงคือเรื่องว่า เมื่อเราได้พระคุณแล้ว เรามีมุมมองอย่างไรกับ ผลแห่งพระวิญญาณครับ ผมอยากได้มุมมองนี้จากคุณ mm ครับ จะได้เป็นประโยชน์

ผมเชื่อว่าคุณ บาปหมดแล้ว ก็ถามด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกันครับ

ขอบคุณครับ
คงศักดิ์
web.me.com/graceonly

 


  คำตอบที่ 28  
 

mm

29 ก.ย. 51
เวลา 18:35:21
ผมตอบ เรื่องเกย์แล้ว ที่กระทู้ธรรมบัญญัติและพระคุณ ลองไปอ่านดูนะครับ
 


  คำตอบที่ 29  
 

Law&Grace

30 ก.ย. 51
เวลา 23:59:28
คุณ บาปหมดแล้ว อ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ครับ ช่วยตอบที
 


  คำตอบที่ 30  
 

Law&Grace

1 ต.ค. 51
เวลา 23:04:16
ถึง พี่น้องร่วมกระทู้ครับ

ผมเขียนไปเขียนมาแล้ว เห็นความจริงอยู่ข้อหนึ่งเกี่ยวกับการตีความพระคัมภีร์ของพวกเรา ผมจึงเขียนบทความเรื่อง "บริบทพระคัมภีร์นั้น สำคัญไฉน" ไว้ที่ board นี้ขึ้นมาอีกกระทู้หนึ่งครับ เพื่อลองอ่านดูแล้วอาจเป็นประโยชน์ และ ผมยินดีตอบคำถามให้ครับ

รักในพระคริสต์
คงศักดิ์
web.me.com/graceonly
 


  คำตอบที่ 31  
 

Law&Grace

5 ต.ค. 51
เวลา 13:28:08
เรียน เพื่อนร่วมกระทู้ครับ ผมขออณุญาติเพิ่มหัวข้อกระทู้เรื่อง นายใกล้ กับ นายไกล เพื่อตอบคำถามคริสเตียนท่านหนึ่งซึ่งเป็นคำถามที่ดีมากว่าอย่างนี้ครับ

1. คริสเตียนที่ดำเนินชีวิตตามกฎบัญญัติเป็นอย่างไร
2. ตัวอย่างของชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินตามธรรมบัญญัติ
3. ชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิตตามพระคุณเป็นอย่างไร
4. ตัวอย่างชีวิตที่ดำเนินตามพระคุณ
5. เปรียบเทียบของทั้งสองว่าเปนอย่างไร
แค่นี้พอก่อนครับ

พี่น้องเพื่อนๆลองอ่านดูนะครับ ว่ามีความเห็นอย่างไรครับ

รักในพระคริสต์
คงศักดิ์
 


  คำตอบที่ 32  
 

คริสเตียน

13 พ.ย. 51
เวลา 15:42:30
คต. 2

ขออธิบายสักหน่อย ความจริงในความเห็นของผมคำว่าธรรมบัญญัติของผมก็คือหมายถึงพระคำของพระเจ้า (ซึ่งเราสามารถเรียกได้ตั้งหลายอย่างแต่เป็นความหมายเดียวกัน) ที่จะต้องใช้ควบคู่กันไปกับพระคุณในการดำเนินชีวิตคริสเตียน แต่ผมก็ยอมรับอย่างหนึ่งในเรื่องของบริบทที่คุณคงศักดิ์ก็ได้อธิบายแล้วว่าธรรมบัญญัติไม่ได้ใช้สำหรับเรา

เรื่องของบริบทไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ ไม่ใช่ป็นเรื่องที่ไม่มีการสอนกันใน คจ. หรือในโรงเรียนพระคริสตธรรม แต่เป็นเพราะเราชอบเรื่องของอาหารจานด่วนจนกลายเป็นนิสัย ทำให้เราไม่เห็นความสำคัญของบริบท ชอบหยิบยกเอามาใช้อย่างฉาบฉวยเป็นข้อๆแล้วก็ตีความกันตามตัวอักษร ทำให้เกิดความผิดพลาดอย่างที่เห็น ผมขอเริ่มต้นใหม่ครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
 


  คำตอบที่ 33  
 

Law&Grace

14 พ.ย. 51
เวลา 21:56:45
จำได้แล้วครับ เมื่อเตือนความจำแบบนี้ก็จำได้เลยครับ ขอโทษด้วย ขอบคุณมากครับที่ให้กำลังใจมา

อนึ่งเมื่อพระคัมภีร์เอ่ยถึงธรรมบัญญัติ จะหมายถึง Law of Moses ครับ คือ หนังสือ 5 เล่มแรก ซึ่งแท้จริงไม่ได้หยุดแค่นั้นครับ แต่ใช้ประยุกต์ทั้งหมดในพระคัมภีร์เดิม เลยมาถึงยุคของพระเยซูด้วยครับ แม้กระทั่งพระเยซูคริสต์เองก็บังเกิดและสอนท่ามกลางบริบทของ ธรรมบัญญัตินี้ครับ แต่ถึงแม้พระองค์สอนท่ามกลางบริบทชาวยิวและธรรมบัญญัติของโมเสส พระองค๋์กลับแสดงสิ่งที่แตกต่างคือให้มองไปที่ หัวใจ ที่ความรัก แทนที่จะมองไปที่กฏหมาย และหลักธรรม การสอนเช่นนี้ทำให้พวกฟาริสีโกรธมากครับ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องการตรึงพระองค์ เพื่อรักษาธรรมบัญญัตินี่แหละครับ หลายครั้งฟาริสีใช้ธรรมบัญญัติหาช่องทางที่ประนามและประหารพระเยซูตลอดเวลา

พระองค์จึงสถาปนาพันธสัญญาใหม่ คือหลังการสิ้นพระชนม์ครับ จึงเป็นมรดกของเราโดยพินัยกรรมนี้ครับ

เมื่อเราเอ่ยถึงพระคัมภีร์ เราหมายถึงทั้งสองส่วนคือ ทั้งเก่าและใหม่ แต่เราอยู่ในส่วนใหม่ครับ ส่วนเก่านั้นเล็งเห็นถึงสิ่งที่ประเสริฐกว่าในพันธสัญญาใหม่ครับ ซึ่งในพันธสัญญาใหม่นี้ เราซึี่งเป็นชาวต่างชาติได้รับพระกรุณาของพระเจ้าให้เข้าสู่ได้ ซึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งพระคุณครับ

รักในพระคริสต์
คงศักดิ์
 


  คำตอบที่ 34  
 

คริสเตียน

17 พ.ย. 51
เวลา 15:06:59
ขอบคุณคุณคงศักดิ์ครับที่ทำให้ผมได้รับความรู้ ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณสำหรับพระพรจากการแบ่งปันครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
 


| หน้า 1 2 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127