ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  International Youth Fellowship (IYF)  
 

gel

30 ส.ค. 51
เวลา 4:20:34

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
คิดยังไงกับองค์กรนี้ ตอนนี้องค์กรนี้ได้เข้าไปในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ได้ยินมาองค์กรนี้เข้ามาในรูปแบบการเข้าค่าย มีการคัดตัวไปเกาหลี ที่สำคัญ"คำสอนบางอย่างมันรู้สึกแปลกๆ"
 


คำตอบที่ 81-100 ทั้งหมด 109 คำตอบ | หน้า 1 2 3 4 5 6 |
  คำตอบที่ 81  
 

mm

16 พ.ย. 52
เวลา 23:38:34
หายไปนาน ล็อกอินไม่ได้
ตอนนี้มาแล้ว ถามมาใหม่ได้นะครับ
 


  คำตอบที่ 82  
 

mm

16 พ.ย. 52
เวลา 23:48:55
ตอบคุณ บีเค นิดนึงนะว่า
คนทุกคนจะเชื่อพระเจ้าได้ไหมครับ
เด็กที่มาในโครงการเรา เราก็อยากให้เขาเชื่อนะครับ
แต่ถ้าเขาไม่เชื่อ เราจะต้องเกลียดเขาหรือครับ
เราปฏิบัติต่อเด็กทุกคนเหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะเชื่อพระเจ้าหรือไม่
เราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย เราไม่มีกำไรจากโครงการนี้
เราใช้เงินของโบสถ์ เพื่อเผยแพร่ข่าวประเสริฐ
ในแต่ละปี เราได้พบเด็กที่จริงจังต่อพระเจ้าหลายๆคน
และเด็กที่ไม่เชื่อ จะให้เราทิ้งพวกเขาหรือครับ บางคนก็ยังมาร่วมกับเรา
แม้จะไม่เชื่อพระเจ้า เราก็ต้องยินดีอยู่แล้ว

ถ้าคุณเปิดรับ นักศึกษาให้มาฟังพระคำอย่างเดียว คุณคิดว่าจะมีเด็กมาไหมครับ
เมื่อไม่มาคุณจะเผยแพร่ยังไงล่ะครับ
 


  คำตอบที่ 83  
 

BK

17 พ.ย. 52
เวลา 0:21:30
สิ่งที่ผมเห็นทั้งปัญหา และ อุปสรรค ที่เป็นด้านที่อยากให้พิจารณา ผมได้เขียนมาหมดแล้วครับท่าน mm

ผมคิดว่าผมได้เขียนครบถ้วนแล้วในข้างต้น ลองกลับไปอ่านแล้วพิจารณาดูอีกครับครับ
ผมไม่อยากให้เกิดข้อโต้เถียงซ้ำอีกครับ

พระเจ้าอวยพรครับ
 


  คำตอบที่ 84  
 

kafuse

17 พ.ย. 52
เวลา 9:13:27
เด็กที่พวกท่านรับเนี่ย อายุ 17 ปีไหวไหม เผื่อผมสนใจ นะ คุณ MM

ไม่อยากเข้ามหาลัยพอดี
 


  คำตอบที่ 85  
 

SHINONO

17 พ.ย. 52
เวลา 11:51:16
ขออนุญาตตอบด้วยคนนะครับ

ความจริงรูปแบบของ IYF ไม่ได้เพิ่งนำมาใช้นะครับแต่คริสตจักรในประเทศไทยก็ได้ใช้แบบกันอยู่แล้วและก็เกิดผลมากน้อยต่างกันไป
การนำกิจกรรมมาเป็นตัวควบคู่กับการศึกษาพระวจนะแบ่งสัดส่วนกันไป ศึกษาพระวจนะ+อธิษฐาน+การประกาศ 70% กิจกรรมภายในคริสตจักร 10% ฝีกทำงานรับใช้พันธกิจภายในคริสตจักร+ฝีกการประกาศ 20%
คริสตจักรของคริสเตียนทุกแห่งไม่ได้สอนหรือให้รังเกียจหรือเกลียด ผู้ที่เข้ามาแล้วไม่เชื่อนะครับ แต่เราต้องติดตาม หนุนใจ ตลอดเวลา เพราะบางทีเขาเหล่านั้นเป็นเพื่อนๆ ในโรงเรียนหรือมหาลัยของอนุชนในคริสตจักร คริสตจักรดูแลโดยผ่านอนุชนครับ คุณmm อย่าท้อแท้หรือลงโทษตัวเองครับ
การประกาศหรือเผยแพร่ข่าวประเสริฐ เป็นพระมหาบัญชาที่ทรงไว้ให้แก่เราทุกคนครับ เราและคริสตจักรต้องทำการประกาศอยู่แล้วแต่การเกิดผลเป็นของพระเจ้าเราไม่ม่สิทธิบังคับหรือทำให้ใครมารับเชื่อได้ด้วยกำลังของเราเองครับ โปรดอย่าคิดมากเกินไปว่าไม่มีคนมาเชื่อต้องขอการทรงนำจากพระเจ้าอย่างเดียวเท่านั้นครับ
การนำคนมาเชื่อและจะเกิดผลได้นั้น ต้องอยู่ที่การศึกษาพระวจนะให้ข่าวประเสริฐแก่เขาก่อน เรื่องกิจกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นรับใช้ร่วมกัน
ตอนสมัยผมเรียนมหาวิทยาลัย และเป็นคริสเตียนใหม่ๆ กำลังแสวงหาพระเจ้า ผมเองก็ไม่ได้หวังกับกิจกรรมที่ตื่นเต้นเร้าใจอะไร เพราะว่าเป็นสิ่งที่ฉาบฉวยแต่เนื้อแท้คือการแสวงหาพระเจ้า สิ่งเป็นจริงและมีเป้าหมายในชีวิต เพราะฉะนั้นในมหาวิทยาลัยแต่ละที่จะมีกลุ่มคริสเตียนเป็นชมรม มีการจัดเวลาที่ว่างจากการเรียนมาเข้าเซลกรู๊ฟ เพื่อแบ่งพระวจนะซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนทัศนะกัน มีพี่เลี้ยงหรือบัดดี้ คอยดูแลกัน สิ่งเหล่านี้ต่างหากเป็นสิ่งที่ดีในสังคมอนุชนคริสเตียนในมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน แต่ในโรงเรียนคงทำยากเพราะเวลาการเรียนนั้นฟิกไว้ไม่เอื้ออำนวย
จึงอยากหนุนใจ คุณ mm ครับ ว่าอย่าพึ่งกำลังของตนเองหรือกิจกรรมของโครงการ IYF ที่เพียงแค่ดึงดูดความสนใจและนำเข้ามาเท่านั้น แต่เสริมสร้างจิตวิญญาณโดยป้อนพระวจนะให้มากที่สุดเพื่อเป็นอาหารที่แท้จริงมิใช่ กิจกรรมที่เป็นอาหารเสริมนิดๆหน่อยๆ กินมากก็ไม่เกิดประโยชน์ครับผม จะยิ่งทำลายสุขภาพของอนุชนและสังคมคริสเตียนที่ทำงานรับใช้พระเจ้าอย่างซื่อตรง และต้องมาคอยซ่อมสุขภาพของอนุชนที่เสียไป ...

ขอพระเจ้าเป็นสติปัญญาให้คุณด้วยครับ ขอพระเจ้าอวยพระพร
 


  คำตอบที่ 86  
 

mm

17 พ.ย. 52
เวลา 19:48:13
เราสอนพระคำพวกเขา วันละ 2 ครั้ง และ มีกรู๊ปมีตติ้ง ช่วง บ่าย และ ค่ำ ทุกวันนะครับ เด็กบางคนก็ฟัง บางคนก็ไม่ฟังครับ
ขอบคุณ คุณshinono ที่ให้กำลังใจนะครับ แต่เราไม่ได้ท้อใจอะไร เพราะ การเผยแพร่มันต้องยากลำบากอยู่แล้ว
เอาเป็นว่า ถ้าเราทำให้ใครลำบากใจ เราก็ขอโทษก็แล้วกัน แต่เราก็ต้องทำต่อไปครับ และถ้าคุณ บีเค หรือใคร ที่พบกับเราก็เข้ามาคุย หรือถาม หรือ ต่อว่าอะไรก็ได้ เรายินดีรับฟังทั้งหมดครับ
 


  คำตอบที่ 87  
 

BK

17 พ.ย. 52
เวลา 20:02:50
ผมเคยคุยกับ มิชชันนารีเกาหลีแล้วครับท่าน mm คิดว่าเขาเป็นผู้นำกลุ่มนะ
แต่ก็อย่างที่เห็นคือ ทุกอย่างเขาถูกหมด ไม่ยอมที่จะฟังและ ไม่ยอมที่จะหาวิธีทำงานร่วมกัน มันยากครับท่าน mm ผมถึงขอท่านว่าถ้าท่านเป็นผู้นำลองคุยกับสมาชิกกลุ่มผู้นำหรือผู้ประกาศว่า ทำอย่างไรกลุ่มของท่านจะเป็นกลุ่มหนึ่งที่ร่วมรับใช้ หรือทำงานร่วมกันกับกลุ่มที่เขาทำงานในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยู่แล้ว
ยอมถ่อมใจลงนิด คุยกัน น่าจะดีครับ
 


  คำตอบที่ 88  
 

mm

17 พ.ย. 52
เวลา 22:31:10
คุณคุยว่ายังไงบ้างครับ เล่าให้ฟังได้ไหม
 


  คำตอบที่ 89  
 

BK

17 พ.ย. 52
เวลา 23:41:14
ก็เหมือน ๆ กับที่ผมเขียนไปข้างบนนั่นแหล่ะครับ ผมชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นปัญหา และ สิ่งที่น่าจะทำหรือ หาวิธีร่วมกัน แต่เขาแข็ง (ตามสไตน์เกาหลี) และยิ่งเรื่องความเชื่อที่แตกต่างนี่แตะกันไม่ได้เลย

ผมรู้จักกับแทบทุกองค์กรที่ทำงานใน ม. ครับ ทั้ง CCC YFC นคท. ชมรมคริสเตียน แทบจะทุกองค์กร เราสนิทกันเพราะสังคมคริสเตียนมันแคบ แต่เมื่อกลุ่มท่านเข้ามามันก็เป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขคุยกัน แต่มันไม่ได้จริง ๆ (เท่าที่น้องที่เป็นประธานชมรมคริสเตียนในตอนนั้นเล่าให้ฟัง) ถึงขั้นผมเห็นชมรมได้เขียนหนังสือเพื่อติดประกาศว่าไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นจากการกระทำของกลุ่มนี้ ทางชมรมจะไม่ได้ยอมรับ หรือ เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น ก็แรงพอสมควร ซึ่งสิ่งที่เกิดผมก็เข้าใจเพราะผมอยู่วงในรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด
แต่ผมไม่ได้พยายามขัดขวางนะ ถึงแม้ว่าหลักคำสอนเราจะต่างกันเยอะมาก ๆ แต่สิ่งที่ผมอยากให้พิจารณาคือ ลองเข้าไปคุยกับชมรม กับกลุ่มที่เขาทำงานอยู่แล้วว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร

การดึงคริสเตียนจากโบสถ์อื่น และ ผู้นำโดยเฉพาะผู้นำชมรมเพื่อเข้ากลุ่มเป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้จริง ๆ ผู้นำคนที่ผมกล่าวถึงเขาพยายามโทรตาม ติดตามประธานชมรมหลายครั้งมากจนทางชมรมและ กรรมการต้องเข้าไปคุยกับเขา

สิ่งนี้ลองพิจารณาดูนะครับว่าพยายามเสริมสร้างจริงหรือเปล่าวิธีที่ทำ
น่าจะมีการสอบถามว่า คนที่เข้าร่วมกิจกรรม เข้าเข้าร่วมกิจกรรมที่อื่นมั๊ย หรือ เป็นคริสเตียนอยู่แล้วมั๊ย ถ้าเขาเป็นคริสเตียนควรจะบอก หรือ ขอเขาให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมกับโบสถ์ของเขาดีกว่า ไม่ควรไปหลายที่ เพื่อที่จะมี commitment กับโบสถ์และเติบโต ร่วมรับใช้ที่นั่น นั่นคือสิ่งที่ควรจะทำร่วมกันทุกที่เพื่อให้ผู้เชื่อเป็นสาวก ไม่ใช่ผู้เชื่อที่เดินชอปปิ้งไปเรื่อย

หวังว่าจะเข้าใจเจตนาของผมนะครับ
 


  คำตอบที่ 90  
 

SHINONO

18 พ.ย. 52
เวลา 1:40:40
ถึง คุณ mm ครับ
อย่างที่คุณ BK บอกครับปัญหาที่ทาง IYF หรือ กลุ่มที่ทำในแนวเดียวกับคุณทิ้งไว้เยอะมากครับ คุณอาจเป็นผู้ซึ่งเชื่อใหม่ในกลุ่มแบบนี้จึงไม่มีประสบการณ์ หรือเคยได้ยินกับปัญหาที่เกิดซึ่งมันสะสมนับเป็นสิบๆปีแล้วนะครับ แต่เมื่อก่อนยังดีครับที่ไม่ได้เป็นกระแสนิยมบ้าคลั่งเกาหลีแบบไร้เหตุผลเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่เป็นการร้อนรนด้วยการแสวงหาฤทธิเดช และการเกิดผลในฝ่ายจิตวิญญาณและการสร้างจำนวนคนให้มากโดยสอนแบบเอาจริงเอาจัง แต่เพียงทำผิดจริยธรรมที่ควรจะเป็น

ปัญหาก็คือการแย่งลูกแกะ (ผู้ที่เชื่อใหม่ หรือผู้ที่กำลังจะตัดสินใจเชื่อ หรือที่กำลังเรียนรู้และยังแยกแยะกลุ่มคริสเตียนที่แตกต่างไม่ออก) ที่คริสตจักรต่างๆกำลังเลี้ยงดูด้วยวิธีการที่ถูกต้องเพื่อให้อนุชนเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีหลักข้อเชื่อที่ถูกต้อง แต่จุดอ่อนของอนุชนเหล่านี้(บางคน)ก็คือเด็กๆ ที่ต้องการสิ่งเร้าใจ การตื่นเต้น การปลุกเร้าด้วยกระแสนิยม ซึ่งในปัจจุบันเกาหลีเป็นกระแส ไม่ว่าการแต่งตัว ดารา นักร้อง ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา ใครชมว่าเหมือนคนเกาหลีหน่อยไม่ได้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทั้งๆที่พูดไม่เป็นสักคำ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเกาหลีเลยสักนิด นี่แหละครับที่เป็นจุดอ่อน
ซึ่งทาง IYF นำมาใช้ และเป็นการฉวยโอกาสแบบไม่ถูกต้อง (ขาดจริยธรรม)
โดยไม่สนใจคนอื่น ลุยทำอย่างเดียว ซึ่งในมุมมองของคุณอาจเห็นว่าเป็นการประกาศและนำคนมาเชื่อให้มากที่สุด เหมือนที่ว่าไม่ได้มาด้วยธรรมดาก็ต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อให้มา สุดท้ายก็คือได้คนมาไม่เท่าไหร่ ที่เหลือก็คือไม่ได้แล้วยังสร้างภาพมุมลบให้กับคนเหล่านี้ว่า ซื้อคนมาเชื่อ ด้วยกระแสนิยม

การประกาศข่าวประเสริฐเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของคริสเตียนทุกคนครับ เชื่อว่าทางกลุ่ม IYF ก็ทำอย่างนั้น ประกาศจนสามารถนำการกลับใจมาเชื่อพระเจ้าได้ และรับบัพติสมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบตุร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และหลังจากนั้น ก็ต้องมีการติดตามผล มีการสอนบทเรียนโดยยึดพระคัมภีร์เป็นหัวใจสำคัญ ในทุกด้าน คือสอนหลักข้อเชื่อทุกอย่าง สอนวิธีการดำเนินชีวิตตามพระคัมภีร์ สอนถึงฤทธิเดช ความไพบูลย์ของพระคริสต์ นอกจากนี้ยังต้องสอนจริยธรรมทางสังคมการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การให้อภัย การสำนึกผิด การสารภาพบาป การร่วมรับใช้ในคริสตจักร และอื่นๆ

การประกาศควรยึดแนวทางที่ท่านอาจารย์เปาโลได้บอกกับเราไว้ว่า จะไม่วางรากฐานซ้ำบนรากฐานเดิมที่ได้สร้างไว้แล้ว แต่จะไปวางรากฐานใหม่โดยเสาะแสวงหาผู้ที่ยังไม่เชื่อ ให้ได้ยินข่าวประเสริฐ

การเพิ่มจำนวนคนให้มาเข้ากลุ่มด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เป็นการสร้างปัญหาต่อทุกฝ่าย
พึงระลึกเสมอว่าอย่าใช้แผนการของมนุษย์ที่คิดขึ้นมา แต่พึ่งกำลังและการทรงนำของพระเจ้าเท่านั้น ในการนำจิตวิญญาณและพระองค์จะทำให้เกิดผลเองครับ
ที่ผมหนุนใจไม่ใช่ให้ทำผิดจริยธรรม แต่หนุนใจในการตั้งใจประกาศข่าวประเสริฐแต่ต้องตั้งอยู่บนการพึ่งพาการทรงนำของพระเจ้าไม่ใช่พึ่งพาความคิดของมนุษย์
การนำผู้มาเชื่อด้วยกระแสนิยมทางโลกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะถือเป็นการหลอกลวง ถ้าเริ่มตันด้วยการหลอกลวง สุดท้ายแล้วมันจะจบที่ตรงไหนล่ะครับ ...
ในที่สุดท่านก็จากไป ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตาและรอยบอบช้ำแห่งจิตวิญญาณ
สู้ท่านไม่ต้องทำอะไรจะดีกว่า ...ครับ
ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 91  
 

mm

19 พ.ย. 52
เวลา 0:40:05
คุณรู้ไหม ทำไมจึงเกิดปัญหา และทำงานด้วนกันไม่ได้
-เราถูกตัดสินว่า สอนผิด

ทำไมเราจะไม่อยากทำงานร่วมกัน มีใครบ้างที่ชอบเจอปัญหา แต่ทุกๆที่ตัดสินเราแล้วว่า สอนผิด เมื่อเราเข้าไปก็เจอกีดกันก่อนแล้ว

สิ่งที่คุณพูดมา ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเลย ถ้าผมพูดว่า คุณคิดกันเอง คุณจะยอมรับหรือ เราเผยแพร่อย่างจริงจัง ไม่เคยคิดเรื่องกระแสเกาหลี แต่บังเอิญกลุ่มเราเป็นเกาหลี แล้วจะให้บอกว่าอะไรล่ะ
วิธีการของเรา เราก็ไม่ได้คิดเอง แต่เป็นวิธีการเดียวกันทั่วโลก แต่บังเอิญเมืองไทยกำลัง นิยมเกาหลีพอดี ถ้าคุณไปแอฟริกา ที่นั่นไม่ได้สนใจกระแสเกาหลี แต่เราก็ทำวิธีเดียวกันกับที่นี่ ไม่ว่าที่ไหนเราก็ทำแบบนี้ และเด็กที่เข้าโครงการของเราก็ไม่ใช่ทุกคนที่ไปเกาหลี ปีนี้เราส่งไป 42 คน 13 ประเทศ มีแอฟริกา 5 คนด้วย คุณคิดว่าเด็กที่ไปแอฟริกา เขาบ้าเกาหลีไหมครับ
คุณรู้ไหมครับว่า เด็กที่ไป คือ เด็กที่ฟังพระคำได้ พวกเขายอมรับว่า พระคำทำให้เขาเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ กล้าเผชิญกับความยากลำบาก และก้าวข้ามขีดจำกัดได้ เพราะ รู้แล้วว่า พระเจ้าอยู่กับเขาทุกที่จริงๆ

แล้วเด็กที่ไม่ไปล่ะ
-พ่อ แม่ ไม่ให้ไป
-ดร็อปไม่ได้
-ไม่อยากเชื่อพระเยซู
-พ่อแม่ต่อต้าน
-คิดว่ามาสนุกๆอย่างเดียว แต่พอมาเจอการฟังเทศนา ก็เลยไม่เอา

แล้วยังไงล่ะ คริสเตียนโบสถ์อื่นก็มี ที่มาลองดู แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ไปกับเรา
คุณไม่ต้องกลัวหรอกว่า ทุกคนจะมาทางเราทั้งหมด ถ้าคุณแน่ใจว่า พระเจ้าอยู่กับคุณจริงๆคุณจะกลัวอะไรล่ะ

ถ้าคุณเปิดใจจริงๆ คุณก็ไม่น่าจะตัดสินคนอื่นที่คิดไม่เหมือนคุณว่า ผิด
ปัญหาไม่ได้เกิดที่เรา แต่เกิดที่คุณเอง คุณกล้าทำงานกับเราหรือทั้งๆที่ตัดสินว่า เราสอนผิด แล้วถ้าบอกว่าให้เราสอนเหมือนคุณก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ผมอยากบอกว่า คุณไม่ต้องกังวลกับพวกเราว่า จะแย่งคนไปหมดหรอก
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระเจ้า เราเองไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เรายัดเยียดความเชื่อให้กันไม่ได้ครับ
 


  คำตอบที่ 92  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 5:56:52
ถึง คุณmm ครับ
อย่ามองเพียงมุมเดียวของคุณครับ ต้องมองภาพกว้างของสังคมคริสเตียนทั้งหมดครับ
จากกระทู้ที่ผ่านมาทั้งหมด คุณเองทั้งนั้นที่เป็นคนพูดมาและสารภาพออกมาทั้งหมด ไม่ว่าเรื่อง
การขาดความเชื่อ การไม่วางใจพระเจ้า เจตนา วิธีการทำงาน การล่อลวง รวมทั้งสอนผิด ทั้งหมดอยู่ในกระทู้ทั้งนั้น จึงไม่มีข้อแก้ตัวครับ
เพียงแต่ตอนนี้คุณสามารถพูดได้ให้ดุดีขึ้นเพราะคุณรู้ปัญหาที่เราได้พูดถึงหมดแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่คุณก็เข้าใจผิดก็คือว่า เราไม่ได้กลัวหรือกังวลเรื่องการแย่งคนเพราะเราพึ่งพาพระเจ้าในการทำให้เกิดผล แต่สิ่งที่คุณทิ้งไว้ติดกับตัวคนคือเรื่องการสอนผิด มันคือตัวปัญหาครับ และการแย่งคนก็คือปัญหาต่อมา
กลุ่มเกาหลี กลุ่มอื่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ที่หลักการทำงานถูกต้องไม่ไม่สอนผิด ไม่สร้างปัญหาก็มีหลายกลุ่ม และก็ไม่ได้มีใครต่อต้าน ทำไมคุณไม่มองในจุดนี้แหละครับ

เชื่อเถอะครับ ถ้าคริสตจักร ร้อยแห่งมองคุณกลุ่มเดียวแล้วบอกว่าสอนผิด แล้วคุณยังมองตัวเองว่าถูก คุณคิดว่าอย่างไร ...มันต้องกลับมาย้อนดูตัวเองครับ

คุณตัองเปิดใจครับ...เหมือนกับที่คุณพูดกับทุกคริสตจักรให้เปิดใจ
คุณต้องเปิดใจครับ...เช็คคำสอนของคุณเอง
คุณต้องเปิดใจครับ...มองเจตนาของคุณเอง
คุณต้องเปิดใจครับ...ไม่วางรากฐานซ้ำ
คุณต้องเปิดใจครับ...สิ่งทีคุณทำถูกต้องหรือไม่ การส่งเด็กออกไปทำงานยังต่างประเทศโดยยังไม่ได้มีการเรียนรู้ เรื่องการประกาศ การเข้าใจในพระวจนะอย่างถ่องแท้ การสอน การดำรงชีวิต .......
..........
.........

ขอพระเจ้าเมตตาครับ...โดยเฉพาะตัวคุณครับ
ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 


  คำตอบที่ 93  
 

4u

19 พ.ย. 52
เวลา 10:12:46
เข้ามา ....เดินเล่น......

ยื้อ แย่ง อารั้ย กันหรอ.......ของพระเจ้าทั้งนั้นเลยนิ
 


  คำตอบที่ 94  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 10:25:21
ต่อจาก 92

โดยหวังจะว่าพึ่งการทรงนำอย่างเดียวล้วนๆ โดยที่ยังไม่มีการเตรียมชีวิตความพร้อมให้พระเจ้าได้เห็นการในความตั้งใจ โดยการอธิษฐานของการตรัสตอบในหมายสำคัญเลยหรือ...ครับ
เขียนชี้แจงไปมากันคงวนเวียนอยู่แบบนี้ ผมจึงอยากถามคุณmmเป็นข้อๆอย่างนี้ครับ
1.วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของ IYF คืออะไรและเป็นอย่างไร

2.ธรรมนูญหรือหลักข้อเชื่อโดยรวมกว้างๆ มีอะไรบ้าง

3.มีวัตถุประสงค์อะไรในการส่งเด็กๆ หรืออนุชนไปต่างประเทศ และเพื่ออะไร

4.การประกาศข่าวประเสริฐของคุณ ทำไมถึงคิดว่าถ้าไม่ทำแบบคุณแล้วจะกลัวว่าไม่มีคนมาเข้ากลุ่ม แล้วอย่างการประกาศฯอย่างที่ทุกคริสตจักรทำอยู่ก็มีคนกลับใจเหมือนกันไม่ใช่แค่เพียงมาร่วมกิจกรรมเท่านั้น...ไม่ดีตรงไหน เชย โบราณตรงไหน....ต่างกับคุณอย่างไร

5.ความยากลำบากเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นหรือที่คุณเอามาเป็นเครื่องชี้วัด เรื่องของการพึ่งพาพระเจ้า เรื่องการเปลี่ยนชีวิต และเป็นเหตุให้ส่งเด็กไปต่างประเทศ ส่วนพระพรของพระเจ้าในด้านอื่นละเช่นเรื่องการทำงาน การเรียน ครอบครัวความอบอุ่น ความรักฉันท์พี่น้องและสันติสุขในด้านการดำเนินชีวิต และอื่นๆ ละคุณคิดอย่างไร และมีไหม และคุณสร้างเขาด้วยวิธีอะไร

6.เรื่องที่คริสตจักรอื่นๆมองคุณว่าสอนผิด นั้นเขาได้อาศัยพระคัมภีร์เป็นสิ่งชี้วัดก่อนที่จะบอกคุณในเรื่องเหล่านี้ คุณได้เช็คเรื่องการสอนผิดไหมว่าเป็นเรื่องอะไรแล้วกลับมาสำรวจในจุดนี้ไหม ก่อนที่จะโต้แย้งกลับไป และได้โดยอาศัยพระคัมภีร์เป็นพื้นฐานหรือไม่

7.เมื่อหลายฝ่ายได้เปิดใจ ให้คุณได้แสดงออกอย่างเปิดใจ และเปิดเผย เมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผยแล้วว่าไม่ถูกต้อง สิ่งที่คุณเรียกร้องให้เปิดใจอีก นั้นหมายความว่าอย่างไร คือให้คุณทำอย่างนั้นต่อไปใช่หรือไม่

8.แล้วในส่วนนี่หละคุณแก้ปัญหาอย่างไร
"แล้วเด็กที่ไม่ไปล่ะ
-พ่อ แม่ ไม่ให้ไป
-ดร็อปไม่ได้
-ไม่อยากเชื่อพระเยซู
-พ่อแม่ต่อต้าน
-คิดว่ามาสนุกๆอย่างเดียว แต่พอมาเจอการฟังเทศนา ก็เลยไม่เอา"
คุณได้ติดตามผลต่อไหม เช่น ยังเทคแคร์ดูแล สอนพระวจนะต่อจนเขารับเชื่อ หรือปล่อยทิ้งไปเลยให้ไปเป็นปัญหาทางจิตวิญญาณกับคริสเตียนกลุ่มอื่นต่อไป หรือเปล่า
แล้วถ้าปล่อยไป จะเรียกว่า "เอาแต่เห็นแก่ได้หรือไม่" จะตอบว่าอย่างไร

9.เด็ก "42 คน 13 ประเทศ มีแอฟริกา 5 คนด้วย คุณคิดว่าเด็กที่ไปแอฟริกา เขาบ้าเกาหลีไหมครับ " ที่คุณอ้างมานี้เป็นผลลัพธ์ของคุณ ไม่ใช่สิ่งที่เริ่มต้น เพราะคุณเริ่มต้นจากกระแสเกาหลี เป็นตัวชนวนชักชวน ในมุมมองกลับกันถ้าคุณเริ่มต้นด้วย กระแสแอฟริกา ถามว่าจะมีคนมาไหม คำตอบคือ....
คุณเริ่มต้นจากอะไรครับในฝ่ายจิตวิญญาณสัตย์ซื่อหรือไม่ สัตย์ซื่อจากสิ่งเล็กน้อยหรือไม่

10. คุณได้มองกลุ่มเกาหลีกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ IYF หรือไม่ว่ามีวิธีประกาศอย่างไรเหมือนหรือต่าง และเกิดผลเหมือนหรือต่าง

ขอรบกวนช่วยตอบให้นิดนึ่งครับ เพราะเป็นข้อสรุปคร่าวๆ ในตัวคุณ และ IYF
บางทีอาจดีขึ้นในความเข้าใจเกี่ยวกับคุณ
ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ


 


  คำตอบที่ 95  
 

mm

19 พ.ย. 52
เวลา 21:25:10
มีหลายๆอย่างที่ผมตอบไปแล้ว แล้วคุณก็มาย้อนถามอีก
เด็กที่ไม่เชื่อ ผมก็ตอบไปแล้วว่า เราจะเกลียดเขาหรือ เราก็ให้เขาเข้าร่วมเหมือนปกติ ไม่ต่างจากคนอื่นที่เชื่อ

เรื่องความต่างนี่ พูดยากนะครับ จะต้องให้ทำเหมือนคุณหรือครับจึงจะจบ
ผมคงต้องจบแค่นี้ก่อนนะครับ ตอบไปก็คงจะเลยเถิด
สอนไม่เหมือนกัน แล้วจะเข้าใจกันได้ยังไง
ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน ไม่งั้นก็ได้แต่เถียงกันไปเรื่อย

จบดีกว่า
 


  คำตอบที่ 96  
 

BK

19 พ.ย. 52
เวลา 22:50:48
ดีแล้วครับ จบเหอะ เพราะผมคุยโดยตรงกับผู้นำ และคุยมานาน
ไม่มีประโยชน์จริง
ส่วนตัวผม ผมได้พูดในสิ่งที่ผมอยากพูดทั้งหมดแล้ว

ขอให้เรารับผิดชอบในส่วนของเราให้ดี และ เตรียมตัวที่จะรายงานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเมื่อเราไปอยู่จำเพาะพระพักตร์พระองค์ละกันครับ
 


  คำตอบที่ 97  
 

SHINONO

19 พ.ย. 52
เวลา 23:09:21
คุณ mm ครับ

จริงหรือครับที่คุณตอบไปแล้วหลายอย่าง
ถ้าเป็นความต่าง ในความเหมือน คงไม่เป็นปัญหา
แต่มันคือความต่างในความแตกต่าง มันเลยเป็นปัญหา
แนวการสอนไม่เหมือนกัน จะไม่เป็นปัญหาต่อจิตวิญญาณถ้าทุกอย่างดำรงอยู่ด้วยหลักข้อเชื่อที่ถุกต้องในพระคัมภีร์ สัตย์ชื่อต่อพระเจ้า สัตย์ซื่อต่อวิถีการนำคนมาเชื่อ สัตย์ซื่อต่อตัวเอง
แต่ถ้าแนวการสอนไม่เหมือนแล้วยังแตกต่างจากในพระคัมภีร์ ก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวครับ ถ้าทุกสิ่งได้ขยายออกไป จนยากจะแก้ไข
คริสเตียนทุกคนล้วนเป็นผู้อารักขา ในสิ่งที่พระเจ้ามอบไว้ให้ดูแลก็ต้องทำตามในสิ่งที่มอบไว้ให้ดูแล ไม่ได้ด้วยวิธีหนึ่งก็วิธีใดที่สามารถทำได้
ชีวิตคริสเตียนควรเป็นชีวิตที่เข้าใจในน้ำพระทัยพระเจ้าและดำเนินชีวิตที่ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเติบโตขึ้นอย่างเต็มล้น

การจบของคุณ ผมของฝากไว้ในการดูแลของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพและยิ่งใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยความกรุณา และอุดมด้วยความรักอยางล้นเหลือ
ขอพระเจ้าทรงเมตตาท่านครับ
ขอพระเจ้าอวยพระพร
 


  คำตอบที่ 98  
 

Usa

23 ก.พ. 53
เวลา 19:39:18
ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับใบปลิวจากพี่ IYF ตอนที่พี่ๆเค้ามารับสมัครนักศึกษาที่สนใจไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยนะคะ พอฟังรายละเอียดแล้วก็เลยลองถามเรื่องค่าใช้จ่ายการไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศเพราะใฝ่ฝันอยากไปต่างประเทศมานานแล้วโดยส่วนตัวก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษมากๆๆด้วย ฐานะทางบ้านก็ไม่ดี คือมองดูแล้วไม่มีทางใดเลยที่จะได้ไปต่างประเทศจะสอบชิงทุนก็คงไม่ได้เพราะเรียนไม่เก่งด้วย แล้วจากการสอบถามข้อมูล พี่ๆเค้าก็บอกว่าเสียเพียงค่าตั๋วเครื่องบินแล้วก็ค่าวีซ่าซึ่งในแต่ละประเทศก็ไม่เท่ากัน แต่โดยที่เป็นคนช่างสงสัยไม่เชื่ออะไรง่ายและไม่อยากถูกหลอกแต่ก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่มีมาตรงหน้าจึงลองสมัครเข้าฟังเกี่ยวกับแนะนำIYFและตัวโครงการ การไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศ วันนั้เสียค่าใช้จ่ายไป100บาท เป็นค่าเข้าร่วมในหนึ่งวันก็คุ้มดีนะคะ ก็ได้ชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับโครงการมากมายและก็มีรุ่นพี่ที่เค้าไปมา มาเล่าประสบการณ์ประเทศที่ตนได้ไปมาก็มีพี่ที่เค้าไปเคนย่า เขมร เกาหลี ถ้าจำไม่ผิดมีอินเดียด้วยนะคะ ก็พอได้ฟังก็รู้สึกว่าเสียเพียงค่าตั๋วเครื่องบินแล้วก็ค่าวีซ่าจริงๆ วันนั้นก็ได้ชมการแสดง Culture จากอินเดียด้วย ช่วงกลางวันได้ทานอาหารกลางวันฝีมือคนเกาหลีด้วยเป็นอาหารเกาหลีที่เค้าเรียกว่า โต๊กโบ๊กกี ด้วย(ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกรึเปล่านะคะ)วันนั้นช่วงบ่ายไม่ว่างพอกินเสร็จก็ขอตัวพี่เค้ากลับก่อน วันนั้นก็ยังไม่อะไรมากแต่ประทับใจการแสดงของเค้ามากๆเลยนะคะเห็นพี่พิธีกรบอกว่าเป็นนักศึกษาอาสาสมัครจากต่างประเทศมากจากหลายประเทศด้วยกันที่เลือกมาเป็นอาสาสมัครที่ไทย พวกเค้าแสดงได้ดีมากๆๆคะแววตาและรอยยิ้มที่ตรึงตามากๆๆจะว่าไปก็เพิ่งเคยเห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วนความสุขที่ทำให้ผู้ชมที่ชมอยู่แอบอมยิ้มและมีความสุขไปด้วย
หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่จะมาโพสต์เล่าให้ฟังอีกนะคะ
 


  คำตอบที่ 99  
 

Usa

24 ก.พ. 53
เวลา 20:18:35
หลังจากที่ได้ไปฟังเกี่ยวกับตัวโครงการแล้วก็รู้ศึกว่าเชื่อถือได้จึงเข้าร่วมworkshopมาเรื่อยๆในworkshopก็มีกิจกรรมมากมายมีการแสดงวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศสวยงามมากๆและได้ดูการเต้นของทีมเต้นที่IYF ที่เรียกว่าrighteous star อะคะ ดีนะคะประทับใจทุกโชว์และทุกเช้าเย็นจะมีการฟังบรรยายเกี่ยวกับโลกของจิตใจผ่านทางพระคัมภีร์ด้วยและมีGroup Meetingทุกวันเช่นกันช่วงบ่ายบางวันมีพาไปนอกสถานที่ ที่เคยไปคือวังตระไคร้กับตลาดน้ำอัมพวาใน workshopอาหารการกินทีี่นอนก็โอเคนะคะอาจไม่ได้เลิศระดับภัตตารคารแต่ก็สมควรแก่ราคาอะคะ ช่วงแรกที่รู้จักที่นี่ได้ฟังเรื่องโลกของจิตใจผ่านทางพระคัมภีร์เรื่อยก็เกิดคำถามมากมายนะคะว่าหนูต้องเปลี่ยนศาสนาไหมคะและยังฟังพระคัมภีร์ไม่เข้าใจด้วย พี่เขาก็บอกว่ามีอะไรอยากพูดอยากถามได้เต็มที่ พวกพี่เค้าใจเย็นกันมากๆพร้อมตอบทุกข้อสงสัยช่วงนั้นก็ยังได้แต่เข้าใจแต่ไม่เข้ามาในใจอย่างแท้จริง
พี่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรปล่อยให้เป็นธรรมชาติไม่ต้องฝืน
 


  คำตอบที่ 100  
 

Usa

24 ก.พ. 53
เวลา 20:29:04
หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปที่คริสตจักรIYFเรื่อยๆช่วงแรกไปเพราะได้เจออาสาสมัครที่มาจากประเทศอื่นๆมากมายได้เรียนภาษาอังกฤษกับอาสาสมัครชาวอเมริกันที่มาอยู่ที่ไทยด้วยมีสอนเต้นสอนวัฒนธรรมและทุกครั้้งก็จะมีฟังอาจารย์เทศนาธรรมเกี่ยวกับโลกของจิตใจผ่านทางพระคัมภีร์อีกเช่นเคย มีได้คุยเดียวสามัคคีธรรมเดียวกับพี่ๆหลายๆคนที่เป็นผู้รับใช้พระเจ้าก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆมีความสุขเมื่อได้ฟังและมาที่นี้ เราคุยพูดได้ทุกเรื่องสอนให้เรารู้จักพูดเปิดใจของเรามันดีมากๆบ้างเรื่องเราไม่เคยบอกใครแต่เราคุยกับพี่เค้าได้ทุกเรื่องจนทุกวันนี้สามารถพูดเปิดใจได้อย่างสบายใจเพราะมีความเชื่อว่าถึงเราไม่บอกใครเก็บเอาไว้เหมือนไม่มีใครรู้แต่จริงๆแล้วเราปิดพระเจ้าไม่ได้พระเจ้ารู้ทุกอย่างจน
 


| หน้า 1 2 3 4 5 6 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127