ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  International Youth Fellowship (IYF)  
 

gel

30 ส.ค. 51
เวลา 4:20:34

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
คิดยังไงกับองค์กรนี้ ตอนนี้องค์กรนี้ได้เข้าไปในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ได้ยินมาองค์กรนี้เข้ามาในรูปแบบการเข้าค่าย มีการคัดตัวไปเกาหลี ที่สำคัญ"คำสอนบางอย่างมันรู้สึกแปลกๆ"
 


คำตอบที่ 41-60 ทั้งหมด 109 คำตอบ | หน้า 1 2 3 4 5 6 |
  คำตอบที่ 41  
 

non

3 พ.ย. 52
เวลา 18:48:11
เราไปเวิกชอปมาครั้งนึงค่ะ
เค้าบอกว่าไม่ได้บอกให้เปลี่ยนหรือเกี่ยวข้องกับศาสนา
แต่มันเป็นเรื่องของจิตใจ
แต่ในความคิดเรานะ คนเราก็ใช้จิตใจในการนับถือหรือยึดเหนี่ยวศาสนา
ถ้าหากเค้ามาพูดเกี่ยวกับเรื่องจิตใจมันก้อไม่ต่างอะไรกับเปลี่ยนแนวความคิดหรือศาสนา(ในบางเรื่องนะคะเพราะแนวความคิดบางเรื่องแปลกๆบางเรื่องก็ดี)

เอ่อคือว่า เค้าบอกให้เราเปิดใจด้วยค่ะ อันที่จิงเราก็เปิดใจที่จะฟังอยุ่แล้วอะนะแต่อยากถามเค้ามากเลยค่ะ
แล้วคุณล่ะ? เปิดใจรึเปล่า

สำหรับเรานะคนที่เปิดใจต้องเป็นคนที่ยอมรับได้ทุกศาสนา มิใช่ว่าเพียงคนอื่นไม่ยอมรับฟังคุณแล้วคุณก็จะมาบอกว่าคนอื่นไม่เปิดใจ

อันที่จิงแนวคิดบางความคิดก็ดีนะคะแต่บางอันรับไม่ได้จิงๆ

ต้องลองไปเวิกชอปดูนะคะแล้วคุณก็จะรู้ว่าเป็นยังไง ^^
 


  คำตอบที่ 42  
 

mm

3 พ.ย. 52
เวลา 19:08:38
คุณ มศว ครับ เราไม่ได้บอกว่า เด็กที่เข้าร่วมกับเรา สมบูรณ์แบบแล้วนะครับ
สิ่งที่เราทำ ก็คือ อยากแก้ไขพวกเขาไงครับ และเด็กที่เข้าร่วมกับเรา ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เราจะรู้ความคิดของเขาทุกคน ในเวลาอันสั้นนะครับ
เด็กที่จริงจังก็มี เด็กที่มาเพื่ออย่างอื่นก็มี เราไม่ได้ปฏิเสธหรอกครับ
แต่เราทำเพื่อค้นหาเด็กสักคนที่พบพระเยซูจริงๆ
เด็กที่มาเพื่ออย่างอื่น เราก็ไม่สามารถไปบังคับเขาได้

เราผิดหรือครับ ที่เป็นเกาหลี เราเผยแพร่ในเมืองไทยมาแล้ว 13 ปี
เราเข้าไปที่มหาลัยปีละครั้ง เพราะว่า มันเป็นโครงการปีต่อปี
และปีนี้เราเพิ่งทำ รุ่นที่ 4 แต่ที่เกาหลี เขาทำมาแล้ว 10 กว่ารุ่น
และทั่วโลก เรามีมูลนิธิของเราแล้วกว่า 80 ประเทศ เราไม่ใช่เพิ่งทำตามกระแส
เด็กที่ไปกับเรา ก็ต้องอยู่กับเราในทุกประเทศ ไม่ได้อยู่กับคนอื่น
เราได้ทำความร่วมมือ กับ องค์การยูเนสโก แล้ว ว่า ทำเพื่อเยาวชนทั่วโลก

ผมบอกอีกครั้งว่า เราจะไม่แก้ตัวอะไรกับข้อกล่าวหาของคุณ
แต่เราขอบอกว่า เราจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงของเด็กในโครงการของเรามาก
เราบอกพวกเขาตรงๆในค่ายว่า พระเยซูเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงพวกเขาได้
และผู้ทีไปกับเรา ต้องเรียนพระคัมภีร์ด้วย

เราใช้เงินเยอะไม่ใช่เพื่อ ให้เด็กไปเที่ยว เราทำทุกอย่างเพื่อให้เด็กรู้จักพระเยซู
ให้เขารู้ว่า พระเยซูเท่านั้น ที่จะปลดปล่อยความเศร้า ความทุกข์ทรมาน ความสิ้นหวังในจิตใจของเขาได้
เราได้พบเด็กที่ทุกข์ทรมานกับความบาปมามากมายหลายคน เมื่อพวกเขาพบกับพระเยซู พวกเขาก็เปลี่ยนแปลงมาก
และเราก็พบกับเด็กที่สนใจแต่เนื้อหนังมากมายด้วย แต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เราใช้พระคำของพระเจ้าจูงนำพวกเขา ไม่ใช่เนื้อหนัง

ถ้าคุณ บีเค และคุณ มศว ทิ้งอคติ และเข้าร่วมสังเกตุการณ์กับเราสัก 1 work shop คุณก็จะเข้าใจ อย่างแท้จริงด้วยตัวเอง
แต่คุณคงไม่มาแน่ๆ ผมจึงไม่แก้ข้อกล่าวหาให้ทั้งหมดได้
เพราะ พูดยังไง คุณก็คงไม่ฟังอยู่แล้ว

เอาเป็นว่า สงสัยอะไรก็ถามมาตรงๆเลยก็ได้ครับ
แล้วผมจะมาตอบเรื่อยๆครับ
 


  คำตอบที่ 43  
 

mm

3 พ.ย. 52
เวลา 19:15:56
คุณ non ครับ อะไรที่คุณรับไม่ได้ครับ เราจะได้แก้ไขครับ

เราต้องขอโทษด้วย กับสิ่งที่คุณไม่ชอบนะครับ
จริงๆแล้วเราไม่ใช่มืออาชีพนะครับ เราทำด้วยความเชื่อในพระเจ้า
เราทำด้วยใจจริงๆ ไม่ใช่เพื่อเงิน หรือ ชื่อเสียง

ก็ขอบคุณมากที่เข้ามาร่วมกับเรานะครับ
 


  คำตอบที่ 44  
 

บีเค

3 พ.ย. 52
เวลา 20:17:18
13 ปี ปีละครั้ง
รวมกันแล้ว 13 ปี มันกี่วันหล่ะครับ
นั่นแหล่ะครับที่เป็นปัญหาแหล่ะ
ท่านไม่รู้หรือว่าท่านมาทีหนะ มันเป็นปัญหาจริง ๆ

สิ่งที่ผมพูดผู้ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ไม่ใช่กล่าวหาแต่เป็นข้อเท็จจริงบางส่วนเท่านั้นที่ผมประสบด้วยตัวเอง ไม่ใช่ใครเล่ามเลย
ซึ่งถ้าต้องการพยาน (สำหรับคริสเตียนถ้าพูดเสียงเดียวเป็นการกล่าวหาลอย ๆ) มีเพรียบเลยครับ ทั้งคริสตจักรต่าง ๆ และ องค์กรคริสเตียนที่ทำงานกับมหาวิทยาลัย มันเป็นการดีที่ท่านต้องให้คนบาปกลับใจ
แต่
ท่านต้องมาดูบรรยากาศ มาดูสิ่งที่เขาเป็นอยู่
ท่านมาปีละครั้งถามตรง ๆ เหอะ ท่านเห็นอะไร นักศึกษาเขาเป็นยังไงเขาทำอะไร เขาน่าสงสารแค่ไหน
ท่านมา แล้วท่านก็ไป ทิ้งปัญหาไว้ให้เราตามแก้เยอะมาก ๆ

เขามาอยู่ประจำครับ แล้วเรียนรู้ว่านักศึกษาแต่ละที่เขาต้องการอะไรจริง ๆ แล้วท่านจะรู้ว่า กลุ่มคนที่เข้าร่วม Workshop กับท่านนั่นหน่ะเป็นคนกลุ่มไหน เป็นคนที่โหยหาพระเจ้าจริงมั๊ย แล้วเป็นคนที่คนที่อื่นเขากำลังพยายามสร้าง หรือ ประกาศอยู่หรือเปล่า

อีกครั้งครับ ลองคิดดูอย่าว่าผมไม่เปิดใจเลยผมเปิดรับทุกกลุ่ม เราทำงานด้วยกัน แต่ท่านไม่เคยมาฟังปัญหา ท่านต้องการแค่คนร่วมกิจกรรมของท่าน ผมไม่อยากพูดแรง ๆ ว่าท่านอยากเห็นจำนวนคนที่เข้าร่วม โดยไม่คำนึงถึงคนกลุ่ม อื่น ๆ

อย่างน้อยที่สุดน่าจะเช็คว่า เป็นคริสเตียนมั๊ย เข้าร่วมกลุ่มคริสเตียนกลุ่มไหนอยู่มั๊ย แล้ว ลองปฏิเสธคนที่เขามีกลุ่มคนประกาศอยู่แล้วบ้าง ไม่ใช่ยิ่งเป็นผู้เชื่อใหม่จากโบสถ์อื่น ยิ่งดี
ลองคิดดูนะ ที่ผมพิมพ์ ผมรับผิดชอบในคำพูดของผมต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
ไม่ใช่พูดลอย ๆ แล้วใส่ร้ายใคร เอามุมที่ผมสะท้อนไปลองคิดไตร่ตรองดูนะครับ
 


  คำตอบที่ 45  
 

mm

3 พ.ย. 52
เวลา 21:36:26
คุณ บีเค ก็อ่านไม่เข้าใจ เราเผยแพร่ในเมืองไทย 13 ปี
แต่เราเพิ่งทำ งานกับ นศ. 4 ปีเท่านั้น

เราไปทำปัญหาอะไรให้เหรอครับ
ช่วยแจงให้ละเอียดด้วยครับ
คุณคิดว่าชีวิตคนเป็นเหมือนธุรกิจที่แย่งลูกค้ากันหรือครับ

ผมคิดว่า ถ้าคุณใจกว้างพอนะ คุณน่าจะคิดได้ว่า
ถึงแม้ คนของคุณมาเข้าร่วมกับเรา ถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็ไม่ติดตามเราหรอก
ถ้าคุณมั่นใจว่า คุณสามารถจูงนำเขาได้ คุณก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรนี่ครับ

ถ้าพวกเราทำเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว มันก็ปกปิดไม่ได้หรอกครับ
เราไม่ได้กำไรอะไรจาก นศ. เลย และ คนของเราเองถ้าอยากไปร่วมกับใคร
เราก็ไม่ปิดกั้นเลย เพราะ เรารู้ดีว่า เรากำลังทำอะไร เพื่อใคร

เราเองก็ไม่เคยบอกว่า ไม่เข้าร่วมกับใคร แต่พวกคุณเองที่ปิดกั้นเรา
แล้วจะให้ทำยังไงดีล่ะครับ
 


  คำตอบที่ 46  
 

บีเค

3 พ.ย. 52
เวลา 21:50:41
ปัญหาผมได้เขียนมาข้างต้นเยอะเลยครับท่าน mm
ทั้งปัญหา ทั้งแรงจูงใจที่ผิด

ลองไล่อ่านสิ่งที่ผมเขียนตั้งแต่ต้นเลยครับ
ผมว่า ถ้าท่านเข้ามาคุยดี ๆ ว่าที่จะทำอะไร อย่างไร ยังไง
อันนี้ควรทำมั๊ยหรือไม่ มันเป็นผลดีต่อพี่น้องมั๊ย
ผมว่าหลาย ๆ ฝ่ายน่าจะทำงานด้วยกันได้

แต่เท่าที่ผมรู้แน่ ๆ คือท่านเข้ามาเอง แล้วมาเป็นภาระหรือปัญหาสำหรับคนที่เขาทำอยู่แล้ว มันก็เกิดข้อโต้แย้งขึ้น ผมเองไม่เคยโต้แย้งกับกลุ่ม IYF เคยไปนั่งรอคุยกับผมนำที่เขาตามน้อง ๆ ของผมที่เป็นผู้นำชมรม
แต่ไม่เจอ

ท่านถามว่าควรทำยังไง ถ้าคำถามนี้มีขึ้นตั้งแต่เริ่มเข้ามา คงไม่มีปัญหา
แต่ท่านเข้ามาแบบไม่ปรึกษา หรือ หารือว่าจะทำร่วมกันกับองค์กร ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหา ท่านทำ ทำ และ ทำโดยไม่คำนึง พอกลุ่มอื่นเขาไม่เห็นด้วย ท่านก็ว่าเขาปิดกั้น

บอกตรง ๆ ว่ายากครับ ผมถึงบอกว่าลองคิดถึงสิ่งที่ผมเขียนมาแล้วพิจรณาใหม่เถอะครับ ถ้าท่านเป็นผู้นำ ที่สามารถวางแผนงานได้ ลองเอาเรื่องนี้ไปคุยกันดูว่า มีพี่น้องที่เป็นคนที่กำลังรับใช้พระเจ้าอยู่เขากำลังมีปัญหาเพราะสิ่งที่เราทำ เราจะทำยังไงที่จะช่วยพี่น้องให้เขาทำงานได้ง่ายขึ้น

นอกเสียจากว่า ท่านคิดว่าคำสอนอื่นผิดหมด แล้วท่านจะเข้ามาแก้ไขคำสอนใหม่เพียงคนเดียว โดยดึงทั้งผู้เชื่อจากโบสถ์อื่น หรือ กลุ่มอื่น และ ผู้ที่ไม่เชื่อมาร่วมกลุ่มกับท่านเพียงกลุ่มเดียว อันนั้นผมคงจะไม่เขียนอะไรเพิ่มต่อจากนี้

ลองคิดดูอีกทีนะครับ
 


  คำตอบที่ 47  
 

บีเค

3 พ.ย. 52
เวลา 21:52:22
บัดนี้ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ของข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว
ไม่มีใครแต่งตั้งข้าพเจ้าให้ทำ แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าข้าพเจ้าควรพูดในเรื่องนี้เพราะมันสำคัญต่อชีวิตคริสเตียนใหม่และ กลุ่มผู้สนใจที่ข้าพเจ้าดูแลอยู่ให้เขาไม่ไปตามกระแสของโลกนี้จนเกินไป
ถ้าสิ่งใดไม่ถูกต้องข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
 


  คำตอบที่ 48  
 

mm

3 พ.ย. 52
เวลา 22:38:49
คุณอยู่มหาลัยไหนเหรอครับ คุณบีเค

เราไม่เคยบอกว่า คนอื่นสอนผิด
มีแต่เราถูก ต่อต้านว่า สอนผิด

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองถูกต้อง คุณก็ทำไปซิครับ ผมไม่ต้องการชนกับคุณหรอก
ผมก็ต้องทำตามความเชื่อของผมนะครับ

เราไม่ได้ทำแบบนี้ เฉพาะที่เมืองไทยนะครับ เราทำแบบนี้ทั่วโลก
เข้าไปดูก็ได้ที่ goodnews.or.kr
 


  คำตอบที่ 49  
 

ให้ระวัง มูนนี่

4 พ.ย. 52
เวลา 0:15:41
ไม่รู้จักองค์กรนี้
แต่ให้ระวัง มูนนี่ จากประเทศเกาหลีอ้างชื่อพระเยซูในการประกาศในประเทศไทย ประกาศในรูปแบบขององค์กรต่างๆ และมูลนิธิอยู่ในขณะนี้
 


  คำตอบที่ 50  
 

มศว

4 พ.ย. 52
เวลา 13:14:15
มีแต่เด็กที่ไม่เชื่อพระเจ้าจริงเท่านั้นแหละที่ชอบไปโบสถ์ข่าวประเสริฐ คนเชื่อจริงเค้าไม่อยากไปกันหรอก รู้มั๊ยทำไมคนไม่เชื่อจริงเค้าชอบไป แล้วคนที่เชื่อจริงไม่ชอบไป จะบอกให้ คนไม่เชื่อจริงเค้าชอบไปเพราะมีกิจกรรมสนุกๆ ไปเต้นกับเด็กเกาหลี ไปเล่นเกมส์ทำกิจกรรม ไปเล่นเปียโน หรืออะไรต่อมิอะไรตามประสาวันรุ่นที่ชอบสนุก ส่วนคนที่เชื่อจริงไม่ชอบไปเพราะโบสถ์มัวแต่เน้น "เปลือกนอก" แต่ไม่เน้น "แก่นแท้" ในโบสถ์มีการอธิษฐานเพียงเล็กน้อย เพราะคนส่วนใหญ่ที่นั่นไม่ชอบอธิษฐาน(นอกจากคุณmmมั้ง) เด็กที่รับเชื่อบางคนก็ไม่ถวายสิบลด(เพราะเค้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าจริง) ที่โบสถ์ไม่เน้นการสอนพระคัมภัร์จริงๆจังๆ อีกทั้งขาดการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์มาก เพราะใช้แต่ระบบของมนุษย์ เด็กที่รับเชื่อพอเค้าเริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เค้าเริ่มเบื่อกิจกรรมแบบเด็กๆแล้วเค้าก็ห่างหายไม่ไปโบสถ์ เพราะฐานรากชีวิตคริสเตียนไม่มั่นคง เมื่อเค้าเปิดใจแล้วพวกคุณก็ป้อนเปลือกให้เค้า สิ่งที่เค้าได้รับก็แค่เปลือกจริงๆ รากฐานของเค้าจึงตั้งอยู่บนทรายไม่ใช่บนศิลา ฝนตกทีเดียวไปหมด อันนี้พูดในกรณีเฉพาะเด็กรับเชื่อนะ ไม่นับขาจร หมายถึงเด็กที่ร่วมงานกับคุณแบบจริงๆจังๆหนะ

จริงๆเราเคยเข้าทั้งWork Shop ทั้งไปโบสถ์ข่าวประเสรฺฐมาแล้ว และเห็นว่าพวกคุณทำอะไรกันบ้าง สิ่งที่อยากแนะนำคือ ขอให้อธิษฐานกันเยอะๆ อยากให้พระเยซูเป็นศูนย์กลาง ให้เป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้าจริงๆ ขอให้ให้ความสำคัญกับการนมัสการมากกว่านีอีก เพราะการนมัสการเป็นหัวใจของคริสตจักร ถ้าทำอยากนี้แล้วพระเจ้าจะเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน เราไปแล้วรู้สึกว่ามันจะเป็นที่เที่ยวเล่นของวัยรุ่นมากกว่าโบสถ์นะ พระสิริพระเจ้าเจือจางมากๆ

เราไม่ได้คาดหวังว่าเด็กที่เข้าร่วมโครงการของคุณต้องเป็นคนที่ดีพร้อม100เปอร์เซ็น ที่พูดไปข้างบนไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่เราหมายความว่าให้เค้ารู้จักพระเจ้าจริงๆ ให้เค้ามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า แล้วเค้าก็จะรักพระเจ้าเอง หลังจากนั้นเค้าก็จะได้รับการสร้างจากพระเจ้าให้เติบโต และเข้มแข็ง และการรับใช้จะตามมาเองด้วยภาระใจ แต่ที่เราเคยเห็นพวกคุณมัวแต่ยัดกิจกรรมวัยรุ่นให้พวกเค้า โดยไม่ได้เน้นที่พระเยซูเลย เค้ารับเชื่อเพราะอยากร่วมกิจกรรม ไปโบสถ์เพราะชอบสิ่งที่พวกคุณจัดเตรียมไว้ให้(ไม่ใช่เพราะอยากมาหาพระเยซู พระเยซูไม่ได้อยู่ในหัวเค้าจริงๆเลย อันนี้พูดเฉพาะคนที่รับเชื่อเท่านั้นนะ) พอเค้าเริ่มเบื่อกิจกรรมเค้าก็ไม่อยากไปโบสถ์แล้ว แต่หากพวกคุณเน้นที่พระเยซู แล้วให้เค้ามีประสบการณ์กับพระเจ้าจริงๆ กิจกรรมเปลือกนอกพวกนั้นก็ไม่ใช่สิ่งจูงใจหลักในชีวิตของพวกเค้าอีกต่อไป แม้ว่าเค้าจะได้ไปเกาหลีหรือไม่ได้ไป แม้ว่าวันอาทิตย์จะมีกิจกรรมหรือไม่มี แม้ว่าจะได้เต้นหรือไม่ได้เต้นพวกเค้าก็ต้องไปโบสถ์และถวาย10ลดอยู่ดีหากพระเยซูเป็นเป้าหมายหลักในการไปโบสถ์ของเค้า แต่นี่พวกเค้าไม่เคยมองที่พระเยซูเลย เค้ากระหายหาแต่กิจกรรมที่พวกคุณคอยป้อน

พวกคุณหว่านอะไรก็ได้อย่างนั้น หว่านพระกิตติคุณ สิ่งที่ได้รับคือความรอดของเด็กๆ หว่านกิจกรรมแบบวัยรุ่นเกาหลี เด็กก็แห่กันมาเป็นขโยง > รับเชื่อ > ทำกิจกรรม > รับใช้ > เริ่มเบื่อ > เลิกไปโบสถ์

จะมีวัยรุ่นสักกี่คนที่เข้าโครงการของคุณพอเมื่อรับเชื่อแล้วมีชีวิตเพื่อพระเยซูอย่างแท้จริง
 


  คำตอบที่ 51  
 

มศว

4 พ.ย. 52
เวลา 13:24:08
อยากให้พวกคุณผู้เชื่อแท้ลองย้อนมองดูตัวเองว่าเชื่อพระเยซูเพราะอะไร ไปโบสถ์เพราะอะไร อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้พวกคุณรับใช้พระเจ้าอยู่อย่างทุกวันนี้ แล้วสร้างเด็กๆเหล่านั้นที่สนใจโครงการของพวกคุณให้เป็นอย่างพวกคุณ กรุณาอย่างสร้างรูปเคารพใหม่ๆให้กับพวกเค้า กิจกรรมแบบวัยรุ่นเป็นสิ่งที่ดี เพราะสร้างแรงจูงใจได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายจริงๆคือพระเยซู
 


  คำตอบที่ 52  
 

SHINONO

5 พ.ย. 52
เวลา 9:28:35
เห็นด้วยกับคุณ บีเค และคุณ มศว ครับ
คุณ mm เป็นคนเกาหลี หรือคนไทย ครับ ก่อนอื่นอยากให้รักประเทศไทยก่อนครับ
การเชื่อ การนมัสการพระเจ้าต้องมาจากจิตวิญญาณและความจริง ไม่ได้แค่เปลือกนอกหรือกิจกรรมต่างๆ เพราะเมือไหร่ที่ชีวิตต้องประสบปัญหาเขาหลายนั้นจะสามารถรู้และต่อสู้เผชิญกับมันได้ โดยการอธิษฐานพึ่งพาพระองค์และขอสติปัญญาจากพระองค์

และจากที่อ่านการตอบกระทู้ของคุณ คริสเตียนแท้ทุกคนก็สังเกตุและรู้ได้ว่า คุณเพี้ยนและตกขอบไป ถึงแม้ว่าคุณจะอ้างพระคัมภีร์ แต่ไม่ได้มาจากจิตวิญญาณและขาดการทรงนำ อย่านำพระคำของมาอวดอ้างแบบผิดๆ และวิธีการคิดของคุณก็ผิดอย่างชัดเจน คุณเอาค่านิยมทางโลกมาเป็นตัวล่อถือว่าเป็นการหลอกลวงแล้วหละครับ ซึ่งผิดและขาดความจริงใจอย่างชัดเจนครับ
จะยกตัวอย่างที่คุณกล่าวมา
" เราไม่เคยบอกว่า การไปต่างประเทศกับเรานั้น เป็นการไปเที่ยว
แต่ไปเพื่อ ฝึกฝนจิตใจ และได้ฝึกภาษาไปด้วย
การฝึกฝนจิตใจนั้น ต้องผ่านความยากลำบาก เช่น เมื่ออยู่ต่างประเทศพูดกับใครไม่รุ้เรื่อง ก็ยากลำบากแล้ว ตอนนั้นพวกเขาได้พบตัวตนที่แท้จริงได้
เมื่อยากลำบาก ตอนนั้น คือ โอกาสที่พวกเขาจะได้พึ่งพาพระเจ้า
และได้รับการจูงนำผ่านทางพระคำ "
ขอประทานโทษนะครับ คุณกล่าวอ้างอย่างนี้ เหมือนดูดี เป็นเหตุผล
แต่ขอถามว่าใช่หรือครับ ต้องทำแบบนี้ การผจญความทุกข์ยากลำบากมันต้องการจากสถานการณ์ในชีวิตที่เป็นจริงของเขา เช่นเรียนไม่รู้เรื่อง มีปัญหาทางบ้าน ทะเลากับเพื่อน มีปัญหาเรื่องสุขภาพร่างกาย อะไรทำนองนี้ จากนั้นพวกคุณต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้กับเขา เป็นเพื่อนปลอบประโลมและหนุนน้ำใจเขา อธิษฐานกับเขา แต่นี้คุณเป็นคนจำลองความยากลำบากให้กับเขาไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเพราะเขาคิดว่าในที่สุดคุณต้องมาช่วยเขา อย่างนี้จะเรียกว่าอะไรครับ เป็นมายาสร้างภาพหรอกลวงครับ

และที่สำคัญขอให้คุณสารภาพบาปกลับใจอย่างแท้จริงเถอะครับ อย่าเป็นเพียงแค่นึกเอาเอง ถึงแม้คุณจะมั่นใจว่ากลับใจแล้ว แต่ดูจากแค่การเขียนของคุณก็บอกได้ชัดเจนแล้ว ไม่เอ๊ะใจหรือครับว่า ทำไมคริสเตียนหลายคนในบอร์ดไม่เห็นด้วยกลับคุณทั้งๆที่คุณก็อ้างพระคัมภีร์มาตลอด เพราะว่าคริสเตียนเหล่านั้นมีของประทานในการสังเกตุวิญญาณครับ ว่าสิ่งในใดมาจากพระเจ้า และสิ่งใดมาจากมาร (ซึ่งไม่เกี่ยวกับสังกัดเลยสักนิดเดียว)

ขอพระเจ้าทรงโปรดเมตตาให้คุณได้สัมผัสกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์อย่างจริงเพื่อจะได้รู้ว่าสิงใดควรทำและสิ่งไม่ควรทำ
ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่านครับ
 


  คำตอบที่ 53  
 

puzzle

7 พ.ย. 52
เวลา 17:09:49
พิมพ์เท่าไหร่ก็มีแต่คำไม่สุภาพ หาไม่เจออ่ะครับ

ถามสั้นๆ ทำไมถึงต่อต้านอ่ะครับ

ผมเข้าร่วมโครงการนี้ ตอนนี้ผมเชื่อว่า ใจผมก็มีพระเจ้าอยู่ ผมชอบคำสอนในพระคัมภีร์ครับ แล้วการที่โครงการนี้ทำให้คิดได้แบบนี้ก็ดีไม่ใช่หรอครับ


 


  คำตอบที่ 54  
 

BK

7 พ.ย. 52
เวลา 17:24:23
ขอย้ำว่าไม่ได้ต่อต้าน แต่ขอให้เปลี่ยนแนวทาง เปลี่ยนวิธีที่มันไม่เป็นภาระให้เพื่อนผู้รับใช้ และ คริสตจักรอื่น ๆ แค่นั้นเองครับ
น้องเป็นผู้สนใจ น้องยังไม่เข้าใจว่า การรับใช้พระเจ้าคืออะไร การร่วมมือกันประกาศพระคริสต์คืออะไร และการเป็นทำกิจต่าง ๆ แล้วทำให้พี่น้องคนอื่นลำบากนั้นมันหนักแค่ไหน เดี๋ยวซักหน่อยคงรู้ครับถ้าพระเจ้านำน้องจริง ๆ
 


  คำตอบที่ 55  
 

puzzle

7 พ.ย. 52
เวลา 17:26:48
มันยากต่อการเข้าใจจริงๆ เหอๆ

 


  คำตอบที่ 56  
 

momoko

10 พ.ย. 52
เวลา 4:32:43
แหม...เหมือนทะเลาะกันเรื่องการเมืองเลยแหะ
เก่งๆกันทั้งนั้น...เหมือนเว็บบอร์ดพวกขายตรงวิจารณ์กันเลยนะเนี่ย

ผมว่าในเรื่องนี้ ไม่มีใครถูกหรือผิดหรอกครับ
ทุกอย่างอยู่ที่ทัศนะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
และทุกคนล้วนมีเจตนาดีและอยากประกาศกันหมดทุกคน

สำหรับผมที่หัวออกแนวด้านการตลาด-ธุรกิจ
ผมชอบวิธีนำเสนอของ IYF นะครับ ไม่ว่าเขาจะสอนผิดหรือถูก
เพราะถ้าให้เข้าใจง่ายๆคือ เขาทำตลาดให้คนสนใจเป็น
และเขาเก็บข้อผิดพลาด มาแก้ไข ทำให้วิธีประกาศสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ต่างกับ...ที่ได้แค่ติ แต่ไม่ทำอะไรเลย
ทำไมเราไม่เอาวิธีของเขามาประยุกต์ใช้บ้างล่ะครับ
ไหนบอกอยากให้คนไทย อยากให้เพื่อนมนุษย์รอด...?
แล้วไหนจะไปตัดสินว่าคนนั้นคนนี้ทำผิด คนนั้นคนนี้สอนผิด...?
พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ไม่ใช่เหรอครับ
บางทีคนที่ติๆทั้งหลาย ก็อาจจะสอนผิดโดยไม่รู้ตัวก็มีนะ

"คนที่ไม่มีปัญหา..คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย"
"การล้มเหลวที่แท้จริง...คือการไม่พยายามซักเรื่อง"
 


  คำตอบที่ 57  
 

SHINONO

10 พ.ย. 52
เวลา 10:38:17
คุณ momoko

คุณเองแหละครับเหมือนนักการเมืองและนักธุรกิจ หาผลประโยชน์ใส่ตัวเองก่อนโดยไม่คำนึงถึงว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากไหนจะหลอกลวง ด้วยสิ่งที่เย้ายวนจากโลก เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ได้คนมา เป็นใช้ได้อย่างนั้นหรือครับ
ถ้าเป็นคริสเตียนที่คำนึงถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริงถูกต้องตามครรลองครองธรรมซื่อสัตย์ ครับ คุณจะ หลอกเค้าก่อนแล้วมาค่อยมาพูดเรื่องพระเจ้าที่หลังไม่ได้หรอกครับ คุณ momoko อย่าทำเหมือนคนบางคนที่มีอำนาจเงินมาซื้อและหว่านล้อมทำให้หลงผิด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสะสมมากๆ จะแก้ไขไม่ได้นะครับ

คุณไม่ต้องกลัวเรื่องการประกาศว่าจะไม่เกิดผลหรอกครับ พระเจ้าทรงบอกอยู่แล้วว่าเราคริสเตียนทุกคนต้องปลูก รดน้ำผู้คนเหล่านี้ให้ได้รับอาหารฝ่ายจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พระเจ้าจะทรงทำให้เติบโตด้วยวิถีทางของพระองค์เองครับ
คุณอย่าทำเหมือน ซาราย ที่ใช้ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ กลัวว่าจะเป็นไปไม่ได้ ขาดความเชื่อไม่วางใจพระเจ้า

คุณจะไม่สนใจอะไรว่าถูกผิดไม่ได้หรอกครับ ผิดก็ต้องว่าผิด ถูกก็ต้องว่าถูก
คุณคิดว่าแบบ IYF ทำถูกแล้ว นี่คือการทำงาน คุณกำลังคิดผิดและดูถูกพี่น้องคริสเตียนคนอื่นๆที่ เค้าก็ทำงานแต่ทำแบบเริ่มต้นที่ถูกเพื่อเป็นการปูพื้นฐานแบบหยั่งรากลึกเหมือนเม็ดพืชที่ตกลงบนดินดี
แต่สิ่งที่คุณคิดเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย เพื่อกอบโกยผู้คนหวังผลแบบหว่าน เหมือนพืชที่ต้องอยู่ก้อนหิน หรือกลางหนาม หรือริมทางเดิน

โปรดคิดก่อนที่พูดครับคุณ momoko เพราะทุกอย่างที่คุณพูดเหมือนคุณ คือ IYF เอง และอย่าลืมว่า "จิตใจของคนที่มีสติปัญญาย่อมอยู่ที่ข้างขวามือของตน แต่จิตใจของคนเขลาย่อมอยู่ที่ข้างซ้ายมือของตัว แม้เมื่อคนเขลากำลังเดินไปตามทางเขาก็ขาดสำนึกและตัวเขามักแสดงแก่ทุกคนว่าตนเป็นคนเขลา"
ปัญญาจารย์ 10:2-3
โปรดสัตย์ซื่อ ยึดมั่นในความเชื่อ ตรงไปตรงมา มีจิตสำนึกแห่งการรู้สึกผิดชอบชั่วดี ดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระเจ้า อย่าเห็นแก่ประโยชน์ฝ่ายเนื้อหนังของตนเอง จงเห็นแก่แผ่นดินของพระเจ้า สร้างและปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักพระวจนะที่แท้จริง อย่าหลอกล่อเขาในทางโลก เพื่อหวังว่าเขามาเชื่อพระเจ้า เพราะท่านจะปลูกฝังค่านิยมทางโลกให้กับเขาโดยไม่รู้ตัว

ขอพระเจ้าอวยพระให้ท่านมีสติปัญญาอย่างแท้จริงด้วยครับ
 


  คำตอบที่ 58  
 

momoko

10 พ.ย. 52
เวลา 11:36:52
เอาเถอะครับ
ยังไง บอร์ดนี้ก็ไม่ใช่บอร์ดสำหรับคนเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆอยู่แล้ว
เวลาใครพูดอะไรที่ไม่ตรงใจ หรือคำสอนที่เชื่อกัน
เช่น ชีวิตคริสเตียนต้องลำบาก.... เงินเป็นสิ่งชั่วร้าย....
กลายเป็นเป็นคำสอนแบบดาบ 2 คม
ซึ่งธรรมดาของมนุษย์ก็ขี้เกียจอยู่แล้ว และพอปลูกฝังความเชื่อแบบนี้เข้า
ก็กลายเป็นว่า คริสเตียนส่วนใหญ่ ไม่ทำอะไรเลยกับเรื่องบริหารเงิน
ทำให้ความยากจนมาสู่ชีวิตในที่สุด
แล้วก็บอกอีกว่า เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า....พระเจ้าต้องให้เราจนเหรอคับ?
หรือเราไม่ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเงินเองมากกว่า?

สำหรับผม ถ้าให้เลือกความเชื่อ หรือ ความรู้ ผมเลือกความรู้นะครับ
เช่น ที่ยุคก่อนๆ คนทั้งโลกมีความเชื่อว่าโลกแบน...
แต่ความรู้ ทำให้เรารู้ว่าโลกกลม
หรือ เรามีความเชื่อว่ามีผีวิญญาณชั่ว หลอกลวงคน
แต่ความรู้ ทำให้เรารู้ว่า ผีวิญญาณชั่วไม่มีจริงอยู่บนโลก
เป็นปรากฎการของจิตส่วนบุคคล และที่สุดแล้วคือความคิดของคนนั้นเอง

เรื่องผิด เรื่องถูก สำหรับผมไว้ให้พระเจ้าตัดสินเถอะครับ
คิดไปก็มีแต่จะให้ชีวิตไม่พัฒนา เพราะกลัวแต่จะทำความผิด
เลยไม่ลองทำอะไรเลย แม้แต่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ก็กลัวผิดนั้นผิดนี้
ใช้ชีวิตอยู่บนความกลัวพระเจ้าจะลงโทษ ขาดอิสระ......
 


  คำตอบที่ 59  
 

หล่อฟาด

10 พ.ย. 52
เวลา 11:38:28
เดี๋ยวนี้เค้าใช้กลยุทธิ์ทางการตลาดในการประกาศแล้วฤา
เนี่ยะแหละปัญญาของโลกมักขัดขวางปัญญาจากพระเจ้า
 


  คำตอบที่ 60  
 

BK

10 พ.ย. 52
เวลา 11:54:24
นี่แหล่ะครับ สิ่งที่เป็นความคิดที่น่ากลัว ทุกอย่างมันเป็นการตลาดไปหมดแล้ว
เรื่องจิตวิญญาณ ไม่ต้องสนใจกันหล่ะ
ขอแค่คนสนใจ
ขอแค่จำนวนที่มานั่งในการประชุม

วิถีของโลกกำลังกลืนกินหลักความเชื่อที่น่าจะใส่ใจ
 


| หน้า 1 2 3 4 5 6 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127