ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  คริสเตียนกับโรคซึมเศร้า  
 

คริสเตียน

21 มิ.ย. 50
เวลา 16:04:56

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
พี่น้องครับ พี่น้องมีความเห็นอย่างไรกับคริสเตียนที่เป็นโรคซึมเศร้า ภาษาอังกฤษใช้คำว่า depression ... มีอยู่สองแนวทางที่อยากให้พี่น้องวิเคราะห์และแสดงความเห็นว่า (ก) มันเป็นโรคฝ่ายกายภาพที่เกี่ยวข้องกับ การเสียสมดุลของระดับสารเคมีในสมอง หรือว่า (ข) มันเป็นโรคฝ่ายจิตวิญญาณกันแน่ครับ .... ถ้าหากพี่น้องท่านใดเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคนี้ ทั้งที่เคยเป็นหรือว่ามีคนใกล้ชิดเป็นโรคนี้ อยากให้ช่วยแบ่งปันและแนะนำด้วยนะครับ
 


คำตอบที่ 1-20 ทั้งหมด 30 คำตอบ | หน้า 1 2 |
  คำตอบที่ 1  
 

ก๊ก

21 มิ.ย. 50
เวลา 21:05:09
อาจเป็นได้กับคริสเตียนที่มีอดีตที่ข่มขื่น ส่วนใจเกี่ยวกับเรื่องของจิตใจ และเมื่อจิตใจอ่อนแรง วิญญาณจิตก็พลอยแย่ไปด้วย เราว่ามันเกี่ยวข้องกันนะ ที่โบสถ์เรามีอาจารย์ให้คำปรึกษา และช่วยทำบำบัดภายใน เราเห็นหลาย ๆ คนก็ดีขึ้น แต่บางทีต้องอาศัยเวลาบ้างเหมือนกัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นโรคฝ่ายไหน พระเจ้าก็ช่วยได้เสมอ
 


  คำตอบที่ 2  
 

ผ่านมา

22 มิ.ย. 50
เวลา 9:00:22
เรื่องนี้ไม่รู้เหมือนกัน สอมงยังคงเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยปริศนา พูดถึงคำว่าซึมเศร้า ทุกคนก็ต้องนึกถึงจิตใจกันใช่ไหม แต่ว่าเราก็มียาสำหรับระดับสารเคมีในสมองด้วย สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควบคู่ไปกับการรักษาทางจิตบำบัด
เราเลยว่ามันมี2แบบ ทั้งแบบแรกอยู่ดีๆสารเคมีในสมองเกิดจะไม่สมดุลกันขึ้นมา เลยทำให้เกิดโรค อันนี้ต้องใช้ยาอย่างเดียว แบบที่2คือมีปัญหามากจนซึมเศร้า อันนี้ต้องใช้คำปรึกษา ยาได้ผลแค่ช่วงที่กิน
 


  คำตอบที่ 3  
 

รัก

22 มิ.ย. 50
เวลา 10:41:59
จงรักษาจิตใจของท่าน ด้วยความระวัง ระไว รอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้นจากใจ
จิตใจที่จะมีความชื่นชมยินดี หรือมีความหดหู่ ก็ขึ้นอยู่ที่เราว่าเอาอะไรใส่จิตใจทุกวัน
และข่าวประเสริฐของพระเจ้าเป็นฤทธิ์เดช พระวจนะพระเจ้าทรงพลานุภาพ เมื่อผู้ได้ยิน ได้ฟัง เขาก็เกิดความกระตือรือร้น ขวนขวย ที่ยากจะได้สิ่งที่ประเสิรฐนั้นเป็นของตน
เพราะความเชื่อเกิดจากการได้ยิน และได้ยินเรื่องข่าวดี ข่าวประเสริฐ
แล้วอะไรเป็นข่าวประเสริฐ คือ การที่พระเยซู มาไถ่เรา เพื่อเราจะมีชีวิต (ชีวิตสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด) เมื่อเราได้รับสิ่งที่ดี และสำคัญที่สุดแล้ว เราจะหวังอะไรอื่นอีก
ขอให้ คต. มุ่งที่จะให้ความสำคัญกับชีวิต มากกว่า สิ่งที่มาบำรุง บำเรอ ชีวิต เพราะเราจะได้มีสันติสุข มีความสุข มีความยินดี มีความชื่นชม มีความเบิกบานใจ หัวใจพอกฟู ด้วยสิ่งดี ๆ ที่พระเจ้าประทานให้ แล้วความชื่นชมยินดี จะเป็นกำลังของเรา
อ.เปาโล บอกเตือนย้ำ คต. จงชื่นชมยินดีเถิด ข้าพเจ้าขอย้ำว่า "จงชื่นชมยินดี" แล้วสันติสุข ซึ่งเกินความเข้าใจ จะปกครองเหนือจิตใจเรา เราคต.ซึ่งเป็นผู้ที่มีความหวัง และ ได้รับความรอด ถ้ามีความหดหู่ใจ แล้วคนที่ไม่มีความหวังใด ๆ เลย จะแย่ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด
 


  คำตอบที่ 4  
 

นุตา

22 มิ.ย. 50
เวลา 10:48:06
คำพยาน ของคุณ 1 ที่เราเคยอ่านจากกระทู้ เรื่องดี ๆ ที่เอามาฝากกันของเว็บนี้แหละ ของคำตอบที่ 297 น่าทึ่งมาก พระเจ้าเรารัก และพร้อมที่จะปลอดปล่อยเรา...อ่านกันเร้ย.ย..ย.

" ผมอยู่คริสตจักรความหวังลาดกระบังครับ
เมื่อก่อนผมก็เคยอยากตาย คิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง(โดยเฉพาะช่วงอารมณ์อารมณ์ต่ำสุดจะอยากตายเดี๋ยวนั้นเลย) อารมณ์ขึ้นๆลงๆ บางช่วงอารมณ์ ตกต่ำสุดๆ กินข้าวไม่ค่อยได้ กว่าจะกินหมดเป็นชั่วโมงครับ กินแบบฝืนๆเพราะกินเสียชีวิต(บางช่วงก็มีกลัวตายบ้าง)...
มีวันนึงผมได้มีโอกาศ ชมคลิบวีดีโอ การล้มในพระวิญญาณของคริสตจักรใจสมานครับ ตอนนั้นผมเชื่อว่าประสบการณ์นี้สามารุเกิดกับผมได้ ผมขอด้วยความคาดหวังการปลดปล่อย โรคซึมเศร้า จากพระเจ้า ผมยืนขึ้นอธิฐาน หลังจากนั้นเหมือนมีบางอย่างแตะต้องผมให้ผมล้มลงไปข้างหลัง ผมยินยอมล้มลงไป แล้วผมก็นอนลงกับที่นอนที่ผมล้มลงไปนั้น พระเจ้ามาบอกให้ผมนอนต่อไปอีก ผมก็นอนลงไป หลังจากพระสบการณ์ จนถึงวันนี้ ผมไม่มีอาการซึมเศร้าอีกแล้วครับ... ขอบคุณพระเจ้าครับ "
 


  คำตอบที่ 5  
 

I think

22 มิ.ย. 50
เวลา 11:39:09
กำลังเป็นอยู่
 


  คำตอบที่ 6  
 

P

22 มิ.ย. 50
เวลา 12:50:02
เราเองก็เคยสับสนเรื่องนี้อยู่เมื่อคนใกล้ชิดมีอาการของโรคนี้ จิตแพทย์วินิจฉัยเป็นmajor depression(โรคจิตซึมเศร้า) จะให้กินยารักษา แต่ผู้ป่วยไม่ยอมกิน ขณะที่เราเองรู้สึกว่ามีปัญหาทางฝ่ายวิญญาน จึงใช้วิธีอธิษฐาน แล้วพบว่าอาการดีขึ้น บางครั้งรู้สึกถึงการต่อสู้(สงครามฝ่ายวิญญาน) อาการบางอย่างสัมพันธ์กับการอธิษฐาน ปัจจุบันหายดีแล้ว โดยไม่ได้ใช้ยา
เราไม่ใช่จิตแพทย์ แต่ก็เป็นแพทย์ที่พอมีความรู้เรื่องสารเคมีต่างๆอยู่บ้าง มีความเชื่อว่าการรักษาโรคที่ดีที่สุดคือการรักษาทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาน ยาอาจสามารถช่วยปรับระดับสารเคมีได้บ้าง(แต่อาจกระทบต่อสารเคมีตัวอื่นๆ เกิดอาการข้างเคียงขึ้น) แต่เมื่อยาหมดฤทธิ์ล่ะ มันไม่ไช่การรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งเกิดที่ระดับจิตวิญญาน การที่มนุษย์แยกจากพระเจ้าเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ,ความบาป,ความขัดแย้ง,ความเจ็บป่วย...
เราเชื่อว่า การรักษาจิตวิญญานที่เจ็บป่วย(หรือที่เรียกว่าการบำบัดภายใน) จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพที่ดีทั้งจิตใจและร่างกายด้วย แม้แต่โรคทางกายเช่น เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง ก็รักษา ควบคุมได้ดีขึ้น(เมื่อความเครียดลดลง) หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรคก็หายเร็วหรือไม่ติดเชื้อเลย เพราะภูมิต้านทานโรคดีขึนจากสภาพจิตใจที่แข็งแรง
 


  คำตอบที่ 7  
 

P

22 มิ.ย. 50
เวลา 12:56:08
สรุป ซึมเศร้าเป็นความผิดปกติของสารเคมี ที่(เราเชื่อว่า)มีสาเหตุจากความเจ็บป่วยฝ่ายวิญญาน ไม่ได้แปลว่านิสัยไม่ดี อาจถูกกระทำจากผู้อื่น/มารก็ได้
 


  คำตอบที่ 8  
 

ด๋อยไอซ์

22 มิ.ย. 50
เวลา 14:09:49
อาการของโรคนี้เป็นยังไงเหรอคับ
 


  คำตอบที่ 9  
 

kkk

23 มิ.ย. 50
เวลา 7:44:48
ฟิลิปปี4.8 ในที่สุดนี้ ขอ จงใคร่ครวญถึง สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ คือ ถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิส สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอ จงใคร่ครวญดู
พระเยซู มาตายบนกางเขน ทรงหลั่งโลหิต เพื่อซื้อคุณออกจาก บาป (รวมไปถึง ความเจ็บป่วย)
ทรงเป็นขึ้นจากความตาย ทรงชนะมารร้าย ที่กางเขน และมอบชัยชนะแก่ คต.คจ.แล้ว
คุณควรมีความเชื่อ อย่าปล่อยให้ มารมาใส่ความคิด ที่ไม่ถูกต้องกับเรา มารพยายาม
ทำให้เราคิดผิดๆ มันเป็นพ่อแห่งการมุสา มันโกหกเรา หลอกลวงเรา ให้ไล่มันออกจาก ใจและความคิด
ปัญหา ของคุณ อยู่ที่ ความคิด ขอพระโลหิต ชำระความคิดของคุณให้สะอาด ขอพระวิญญาณครอบ
ครองใจ และความคิด ของคุณ เปิดใจให้พระเจ้า ปิดใจกับ มาร แล้วสินติสุข ที่เกินความเข้าใจ ของพระเจ้า จะครอบครอง ความคิดของคุณไว้ใน พระเยซู อย่าเก็บตัวเอง แต่..เปลี่ยนทัศนคติใหม่
อย่ามองโลกในแง่ร้าย แต่...จงเปิดใจกว้าง ยังมีอะไรอีกมากมาย ที่ดีๆ ที่เรายังไม่รู้ ไม่เห็น อาเมนมั๊ย
 


  คำตอบที่ 10  
 

love

27 มิ.ย. 50
เวลา 11:06:46
ความหดหู่ใจ ความซึมเศร้า ความโศรกเศร้าเสียใจ ท้อใจ เหนื่อยใจ ทุกข์ใจ หมดหวัง ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ คุณต้องตัดสินใจว่า จะไม่ยืนอยู่ตรงนั้นนานเกินไป มันย่อมเกิดขึ้นได้บ้าง แต่อย่าให้มันอยู่กับเรานานไป เป็นสิ่งที่เราต้องตัดสินใจก้าวเดินออกจากจุดตรงนั้น
เหมือนตอนที่คุณตื่นนอน ลุกขึ้นแต่งตัวไปโบสถ์ หรือ ตั้งใจจะถืออดอาหาร 3 วัน สิ่งนี้เป็นเรื่องของการตัดสินใจทั้งสิ้น

การตัดสินใจ เป็นเรื่องของการยอมรับ หรือ การปฏิเสธ ว่าเราจะรับหรือไม่รับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเราหรือไม่ เป็นทางเลือกของเรา เช่น ดาเนียล เมื่อเขาถูกจับไปเป็นเชลย ในบาบิโลน เขาถูกเลือกเป็นผู้ปรนนิบัติในราชวัง และถูกบังคับให้กินอาหารสูง(ของที่ถวายแก่รูปเคารพ)
"แต่ ดาเนียล ตั้งใจ ไว้ว่าจะไม่กระทำตัวให้เป็นมลทินด้วยอาหารสูง หรือ เหล้าองุ่น ของพระราชา " และด้วยความตั้งใจ (ตัดสินใจ) แล้ว เขาก็มีความมุ่งมั่น มีความเชื่อ ไว้วางใจในพระเจ้า แล้วพระองค์ก็ทรงนำทาง คลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ออกจากความสับสนวุ่นวายได้เอง แล้วสันติสุข ที่เกินความเข้าใจ จะทรงคุ้มครองจิตใจของเรา
 


  คำตอบที่ 11  
 

ประวัติ เชียงใหม่

23 ก.ค. 50
เวลา 6:42:10
เป็ฯคริสมาสี่ปี พี่น้องต่อต้านมาก เมียผมกับผมตกงาน เหลือแต่เสื้อคริสเตียน กับรถซ๊บีอาร์ มีทะเบียน อยู่เชียงใหม่ครับ น้องชายก็มาฆ่าตัวตายเพราะเงิน ผมบางวันไม่มีแม้แต่เงินเติมน้ำกินมาม่า แต่ก็ยังเชื้อพระเจ้า มีแต่คนอยากได้คำพยานนะครับ แต่คนที่เป็ฯคริสเตียน ที่อยากจนไม่มีไครสนใจ อยู่เชียงใหม่ครับ อยากได้เงินทุนสักห้าหมื่น อ่านในพระคำภียร์พระบิดา จะช่วยให้เราเจอคนที่ให้ยืมเงิน มาลงทุน 083-2083703 ไปหาไครก็บอกเราเป็ฯคริสเตียน ไปบวชก็อยู๋ไม่ได้ ขอให้พระบิดามาเอาชีวิตผมสองคนผัวเมียเสียงที ก็ไม่มาเอา ส่งไปหลายที่ไม่มีคำตอบ คนล้มเหลวนะครับ ทำไมพระบิดา ลูกโดยแต่คนโกงเอาเปรียบ ช่วยคนมามากมายแต่กลับมาเป็นแบบนี้ วันนี้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารถเก่า เขาก็จะมายึด อดีตคนทำเสื้อ มีเงินเป็ฯล้าน บ่นไปก็เท่านั้น คำพระยาน เป็ฯแล้วชีวิตแย่ลงครับ พระบิดา มีแผนการที่ดีให้เรา แล้วในรหว่างรอคอยหละ อายุ45 แล้วเคยแต่ค้าขาย จะให้ลูกทำอะไรในวันนี้บอกด้วย หรือคำตอบอยู่ในสายลม

ประวัติ
 


  คำตอบที่ 12  
 

ยาดีมีถ้ายอมอ่าน

23 ก.ค. 50
เวลา 7:23:49
คุณ คำตอบที่ 11ครับ

พระเจ้าสอนให้เราสวมยุทธภัณธ์ทั้งชุด คุณสวมแล้วหรือยังครับ ในเอเฟซัส

จะออกรบแต่ไม่ยอมสวมเครื่องแต่งกายที่ปกป้องตัวเอง ก็ตายลูกเดียวครับ



พระเจ้าบอกว่าจงรับยุทธภัณธ์ทั้งชุด
จงสวมยุทธภัณธ์ทั้งชุด ของพระเจ้า

ยุทธภัณธ์ทั้งชุด มีแค่ความเชื่อ
ที่รวมข้อเชื่อของคริสเตียนทั้งหมดไว้ตรงนั้นอย่างครบถ้วน

รักษาได้ทุกโรค ทุกอาการ ปกป้องมารได้ด้วยอย่างครบถ้วน
 


  คำตอบที่ 13  
 

ยาดี

23 ก.ค. 50
เวลา 7:33:36


www.jaisamarn.org/webboard/question.asp?QID=3419
 


  คำตอบที่ 14  
 

jackเชียงใหม่

23 ก.ค. 50
เวลา 18:55:37
ถึงคำตอบที่11 จงคุกเข่าของท่านลง..และให้อย่าให้ความเย่อหยิ่งของคุณนั้นผยองขึ้น..เพราะว่าคุณไม่ได้ถ่อมใจ..
เพราะว่าคุณไม่ได้เข้าใจ..และไม่ได้รู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง..จึงมีความคิดที่ต่อว่าพระองค์..
จงกลับใจใหม่เดี๋ยวนี้..เพราะพระเจ้าเป็นผู้ใดและท่านเป็นแค่ผงคลีดินเท่านั้น..
ควรจะขอบคุณพระเจ้ามากกว่าที่มาใช้ถ้อยคำที่แฝงการต่อว่าในที่นี้..
จงกลับใจใหม่..จงกลับใจใหม่เถิด.คุณประวัติเชียงใหม่
 


  คำตอบที่ 15  
 

jackเชียงใหม่

23 ก.ค. 50
เวลา 19:02:15
ถึงคำตอบที่11 จงกลับใจใหม่เถิด และให้ความคิดคำพูดของคุณสรรเสริญพระเจ้า..
เพราะว่าคำพูดของคุณแฝงไปด้วยการต่อว่าพระเจ้าของผม..แค่การที่เรามีชีวิตอยุ่..
มีร่างกายที่ครบ32ส่วนไม่มีโรคร้าย..มีร่างกายแข็งแรงอย่างนี้ก็ถือเป็นการขอบพระคุณ..
อีกอย่างนึง..จงเปลี่ยนความคิดของคุณใหม่ตั้งแต่วันนี้..แม้คุณจะอายุ45ปี แต่การรู้จักพระเจ้า..
คุณรู้จักพระเจ้าเหมือนคนอายุ45ไหมครับ..ทุกอย่างอยู่ในแผนการณ์ของพระเจ้า..ถ้าพระองค์..
รับคุณไปตอนนี้คุณว่าคุณจะยืนอยู่ที่ไหน..ใช่บนสวรรค์ไหมครับ..
 


  คำตอบที่ 16  
 

vzrsfebup qtna

24 ธ.ค. 50
เวลา 21:20:56
ghqbzdu homilseu cjbhx sfaiouv ceomkqsw dowuvckz eyrcqdlm
 


  คำตอบที่ 17  
 

kkk

25 ธ.ค. 50
เวลา 4:49:50
ขึ้นอยู่กับ การมอง (ทัศนะคติ) อยู่ที่ มองโลกอย่างไร? มองผู้คนอย่างไร? มองเห็นตัวเองอย่างไร?
คต. คือผู้ที่มองหรือเห็นตัวเอง ตามที่พระวจนะพระเจ้าได้บอกไว้ คือ เมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว เราคือผู้ที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แนะ...กลายเป็นสิ่งใหม่ ทั้งสิ้น เราคือ บุตรของพระเจ้า เราเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต เพราะผู้ที่อยู่ในเรา เป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลก เราเป็นทายาท เป็นมรดก ของพระเจ้า เป็นประชากรของพระเจ้า เป็นปุโรหิต เป็นแสงสว่าง เป็นเกลือ เรารู้ว่า พระเจ้ารักเรา และยอมตายเพื่อนำเราออกจากการเป็น ทาสบาป ทาสมาร ทาสเนื้อหนัง เราเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เราเป็นพระกายของพระองค์ เป็นคนของแผ่นดินสวรรค์ เราจะครอบครองร่วมกับพระองค์ฯลฯ
เมื่อคต.ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ มองเห็น ตัวเองอย่างที่พระเจ้าต้องการให้เราเห็น และเป็น และมี และ เมื่อเรารู้ว่า เราเป็นใคร ในพระคริสต์แล้ว เราคือผู้ชนะ และเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต
คต.มีพระเจ้าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ที่สถิตอยู่ด้วยกับเรา อาศัยอยู่ในเรา เราไม่กลัวใคร หรือสิ่งใด เราไม่วิตก กังวล ซึมเศร้า เครียด เพราะเรารู้ว่า พระองค์ไม่มีวันทอดทิ้งเรา แม้ถ้าเรา พลาดไป พระองค์ก็จะอภัยให้เรา(ถึงคนชอบธรรมล้มลง ก็จะลุกขึ้นได้อีก) ขึ้นกับสิ่งที่เรารู้ รู้ในความจริง เพราะถ้าเราไม่รู้ ไม่เชื่อในสิ่งที่พระเจ้าบอกเราไว้ มาร หรือ มนุษย์ ก็จะทำให้เรามอง หรือเห็นตัวเอง หรือเห็นอนาคต อย่างผิดๆ จึงทำให้คต. ล้มเหลว ไม่มีชีวิตชีวา วิตกกังวล ซึมเศร้าได้
 


  คำตอบที่ 18  
 

ลูกแกะตัวอ้วน

25 ธ.ค. 50
เวลา 12:13:22
อืม ถือว่ามาแบ่งปันก็แล้วกันเนอะ เราก็เคยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน ไปหาจิตแพทย์แล้วก็กินยาด้วย ส่วนตัวเราคิดว่าอันนั้นไม่ได้ช่วยอะไรมากนักคิดว่าทำไมอยู่ดีๆสารเคมีในสมองถึงไม่เท่ากันล่ะ แล้วสารเคมีในสมองมีผลต่อความคิดเราขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าส่งเพื่อนมาประกาศเล่าเรื่องราวของพระเจ้า พอได้ฟังก็บอกว่านี่แหละคือคำตอบที่เราต้องการ เรามีความหวังว่าพระเจ้าจะรักษาให้เราได้จริงๆ เราเข้าใจเลยนะสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนตัวของเราเอง เราเชื่อว่าโรคซึมเศร้าเป็นสงครามฝ่ายวิญญาณอันนึง มารซาตานรู้ว่าความคิดของเรานั้นมนุษย์เองควบคุมได้ยากที่สุด นี่แหละมารก็เลยใช้ความคิดของเรามาทำลายเราเอง ค่อยๆใส่ความคิดแง่ลบ ความคิดแย่ๆ ความกลัวต่างๆเข้ามา แล้วทำให้เราติดกับดักของมัน ติดกับดักความคิดของมัน แต่พระเจ้ามาทันเวลาเสมอ พระเจ้าจะไม่ปล่อยให้เราล้มลงโดยที่ไม่ทำอะไรเลย แต่บอกก่อนเลยว่ากระบวนการของพระเจ้ามีเวลาซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของพระเจ้า สำหรับตัวเราเองพระเจ้าค่อยเปลี่ยนความคิดเรา เปลี่ยนท่าทีของเราในทีละเรื่องๆทำให้เราเติบโต ทำให้เรามีความชื่นชมยินดีมากขึ้น เราได้รับการเยียวยาแล้วจากพระเจ้า เราหายดีแล้ว เชื่อเถอะว่าพระเจ้ามีแผนการที่ดีสำหรับเราทุกคน
"พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า "(ยรม.29:11)
 


  คำตอบที่ 19  
 

อดีต

26 ธ.ค. 50
เวลา 13:00:18
การเป็นคริสเตียน กับการเป็นโรคซึมเศร้า มีความสัมพันกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะ

ตลอดชีวิต คริสเตียน ต้องต่อสู้กับความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง และต้องล้มลุกคลุกคลาน
ไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย

จะเป็นคนที่สบถ ลำพึงรำพัน หวลคิดถึงความผิดบาปของตัวเอง แม้พระเจ้ายกโทษให้ครั้งหนึ่งแล้ว
แต่ก็เผลอใจไปตามตัญหาอยากของตน

ดูเหมือนคริสเตียน จะมีลักษณะดังกล่าว

อาการของคริสเตียน จะรู้สึกว่าตัวบกพร่อง คล้าย ๆ โรคซึมเศร้ามาก ๆ

มัทธิว 5:3 บุคคลผู้ใดรู้สึก บกพร่อง ฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุขเพราะแผ่นดินสวรรค์
เป็นของเขา..

การต่อสู้กับความต้องการของตัวเองทั้งชีวิต จะมีอะไรดีกว่า ความหวังในพระคริสต์

โรม 7:23 - 25

แต่ข้าพเจ้าเห็นมีกฎอีกอย่างหนึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้า ซึ่งต่อสู้กับกฎแห่งจิตใจของข้าพเจ้า
และชักนำให้ข้าพเจ้าอยู่ใต้บังคับกฎแห่งบาป ซึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้า..

โอย ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้ ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่างกายนี้
ซึ่งเป็นของความตายได้..

ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ฉะนั้น
ทางด้านจิตใจของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของพระเจ้า แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนัง
ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป..


 


  คำตอบที่ 20  
 

รัก

26 ธ.ค. 50
เวลา 14:35:13
คนที่หดหู่ ควรจะเป็นชาวโลกที่เขาไม่รู้จักพระเจ้า
เรา คต. ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าแล้ว ก็เป็นสุข
ท่านไม่รู้หรือว่า.........
พระเจ้าได้ทรงไถ่บาปท่าน เราจึงเป็นคนบริสุทธิ์เข้ามาตราฐานของพระองค์
เราได้รับความรอด โดยพระคุณ ไม่ใช่โดยการกระทำดี
ฤทธิ์อำนาจ ในสวรรค์ก็ดี แผ่นดินโลกก็ได้ ได้ทรงมอบให้แก่เราแล้ว
พระเจ้าที่ทรงอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก
ทรงประทานผู้ช่วยผู้หนึ่งคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่กับเรา คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
เราไม่ต้องตกนรก ไม่ถูกพิพากษา ไม่ถูกสาบแช่ง ไม่ถูกลงโทษใด ๆ เลย
ให้เราได้รับพระพร ร่วมกับอับราฮัม โดยทางความเชื่อ
ให้กำลัง และสติปัญญาแก่เรา ในการดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะ และอื่น ๆ อีกมากมายยยยยยยยย

จงใคร่ครวญ ถึงสิ่งที่จริง ,นับถือ ,ยุติธรรม , บริสุทธิ์, น่ารัก, ทรงคุณ , ล้ำเลิศ , คือถ้ามีสิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็จงใคร่ครวญดู ฟป.4.8
อย่าไปใคร่ครวญ ถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่งาม ความบาป ความทุกข์ยาก ลำบาก เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเรายาวออกไปได้อีกศอกหนึ่งหรอก
คต.ไม่ได้เป็นผู้ที่หลอกตัวเอง หรือเอาหัวมุดดิน แต่เป็นผู้ที่พร้อมจะเผชิญความจริงแห่งชัยชนะที่พระเยซูทรงทำสำเร็จแล้วที่กางเขน และความจริงจะทำให้ท่านเป็นไท
 


| หน้า 1 2 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127