ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  10 คำทำนายสะท้านโลก  
 

BOYZ

28 มี.ค. 50
เวลา 8:53:01

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
10 คำทำนายสะท้านโลก

"โลกนี้จะมีวันอวสานไหม?" "โลกนี้จะแตกไหม?" "สงครามนิวเคลียร์ล้างโลกจะเกิดขึ้นไหม?" คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่พวกเรามักได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอ

พระคัมภีร์คริสเตียนได้บอกอย่างชัดเจน?ว่า "โลกนี้จะมีวันหนึ่งที่จะอวสาน" และการอวสาน(สิ้นสุดของโลก)ก็เกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์ด้วย

ทำไมการสิ้นสุดของโลกจึงเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์?

พระเยซูคริสต์ตรัสอย่างชัดเจนว่า "การเสด็จมาครั้งแรกของพระองค์ มาเพื่อกำจัดบาป (รับแบกบาปแทนมนุษย์) โดยการตายไถ่บาปบนไม้กางเขน"

หลังจากที่พระองค์ตายแล้ว 3 วัน พระองค์ก็ทรงฟื้นจากความตาย และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นนั้นพระองค์ได้ตรัสอีกว่า "ในไม่ช้าเราจะกลับมาอีก มาเพื่อรับคนที่สำนึกว่าตนเองเป็นคนผิดบาป และเชื่อในเรา ไปอยู่สวรรค์กับเรา แต่คนที่ปฏิเสธการช่วยเหลือจากเรา เขาก็ต้องพบกับการพิพากษาที่ยุติธรรมของเรา ตามผลการกระทำของเขาเอง"

แต่ด้วยความรักที่พระเยซูคริสต์มีต่อมนุษย์ พระองค์จึงได้ตรัสคำ ทำนาย 10 ประการ ไว้ล่วงหน้า เพื่อถ้ามนุษย์ได้เห็นคำทำนาย 10 ประการ เหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว เขาจะได้กลับใจสำนึกในความผิดบาป และหันกลับมา หาพระเจ้าผู้ทรงสร้าง และรักเขา (ก่อนที่จะสายเกินไป ถ้าเหตุการณ์ 10 ประการนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แสดงว่าโลกใกล้มาถึงจุดจบของมันแล้ว)

ผู้อ่านที่รัก 10 คำทำนายข้างล่างต่อไปนี้ ได้เกิดขึ้นจริงตาม ที่พระเยซูได้ทรงทำนายไว้แล้ว นั่นคือ...



คำทำนายประการที่ 1 ประเทศอิสราเอลจะต้องรวมตัวกันเป็น ประเทศขึ้นมาใหม่ (มัทธิว 24:32-35)
ซึ่งคนในประเทศนี้ ได้แตกกระจัดกระจายไปทั่วโลกถึง 2590 ปี มาแล้ว แต่เมื่อปี ค.ศ.1948 คือเมื่อสี่ถึงห้าสิบปีก่อน คนอิสราเอลที่กระจัดกระจายไปทั่ว โลกนั้น ก็ได้กลับมารวมตัวเป็นประเทศอิสราเอลอีกครั้งหนึ่งจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นจริงดังคำทำนายแล้ว.



คำทำนายประการที่ 2 จะมีผู้ที่อ้างตัวว่า "ฉันคือพระเยซูคริสต์" (มัทธิว 24:5)
ซึ่งพวกเราก็เห็นชัดในข่าวที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ คือ นาย จิม โจนส์ และ นาย เดวิท โคเรซ ซึ่งอ้างตัวเป็นพระเยซูคริสต์ (ในอดีตไม่เคย มีคนมาอ้าง เพิ่งจะมีในยุคนี้ นั่นแสดงว่าโลกนี้ใกล้ถึงอวสานแล้วจริง ๆ)



คำทำนายประการที่ 3 จะเกิดสงคราม กับข่าวลือเรื่องสงคราม (มัทธิว 24:6)
เริ่มตั้งแต่การประท้วง การขัดแย้งภายในประเทศ และลุกลามไปจนถึงสงครามโลก นับตั้งแต่ต้นศตวรรตที่ 20 นี้เป็นต้นมาได้เกิดสงครามโลกถึง 2 ครั้ง และข่าวลือสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ลือกันเรื่อย ๆ



คำทำนายประการที่ 4 จะเกิดแผ่นดินไหวในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก (มัทธิว 24:7)
ซึ่งพวกเราก็ประจักษ์กันด้วยสายตาอยู่แล้ว และการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งนั้น ก็ทวีความรุนแรง และกลืนชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นที่น่าสังเกตอย่างนึงก็คือ ประเทศที่ไม่เคยมีแผ่นดินไหว ก็เริ่มมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นแล้ว เมืองไทยของเราก็เริ่มไหวเช่นกัน



คำทำนายประการที่ 5 จะเกิดการกันดารอาหาร (มัทธิว 24:7)
เพราะการสงคราม และประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดินฟ้าอากาศ เริ่มแปรปรวน อากาศเป็นพิษ สภาพแวดล้อมเริ่มเสื่อมโทรม ปัจจุบันนี้มีคนมากกว่า ครึ่งโลกที่กำลังขาดอาหาร และปัจจุบันนี้ก็มีเด็กตายเพราะขาดอาหาร เฉลี่ยแล้ว วันละประมาณ 40,000 คนทั่วโลก



คำทำนายประการที่ 6 จะมีคนสอนผิดเกิดขึ้นอย่างมากมาย (มัทธิว 24:23-24)
คนเหล่านี้จะอ้างตัวว่า เขาสามารถช่วยคนให้รอดได้ และเขาเป็นพวกคริสเตียนแท้จริง แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านี้ เป็นพวกสอนผิด พวกเขาจะล่อลวงคนให้เชื่อในพระคัมภีร์ คำสอน ซึ่งเป็นความคิดของมนุษย์ หรือเป็นคำสอนที่พวกเขาคิดขึ้นเอง คุณคงจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว เช่น พวกฝรั่งผูกเน็คไทขี่จักรยาน หรือพวกแฟมิลี่ที่คอยจับเด็กที่มีปัญหาเพื่อขาย ตัวหาเงินเข้านิกาย หรือลัทธิโอมชินลิเคียว ที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ



คำทำนายประการที่ 7 จะมีโรคระบาด โรคร้ายที่รุนแรง และร้ายกาจเกิดขึ้นในโลก (ลูกา 21:11)
ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าโรคเอดส์ หรือ อีโบล่า กำลังกระจายไปทั่วโลก แม้แต่วงการ แพทย์เองก็หมดปัญญาในการรักษาหรือแก้ไขโรคเหล่านี้ได้



คำทำนายประการที่ 8 ความรู้ของมนุษย์จะทวีมากขึ้น (ดาเนียล 12:4)
นี่เป็นเรื่องจริงที่พวกเราปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะความรู้ และความเจริญของคนในยุคนี้นั้น ก้าวหน้า และก้าวเร็วกว่าคนในอดีต หลายร้อย หลายพันเท่า



คำทำนายประการที่ 9 ความผิดบาปจะทวีความรุนแรงมากขึ้น (มัทธิว 24:12) (2 ทิโมธี 3:1-5)
การล่วงประเวณี การกระทำผิดเรื่องเพศ การหย่าร้าง กำลังเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม การอกตัญญูต่อพ่อแม่ การทำให้พ่อแม่เสียใจเป็นเรื่องปกติ การฆ่ากัน การทะเลาะวิวาท จะเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม คนเราจะยิ่งนับถือศาสนา แต่เปลือกนอก แต่แก่นแท้ของศาสนานั้นเขากลับปฏิเสธ นี่กำลังแสดงให้เห็นว่า ความผิดบาปกำลังทวีความรุนแรงมากจริง ๆ



คำทำนายประการที่ 10 ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ จะต้องกระจายไปทั่วโลก แล้ววาระสุดท้ายของโลกก็จะมาถึง (มัทธิว 24:14)
ซึ่งวันนี้เราก็เห็นแล้วว่า ข่าวประเสริฐเรื่อง พระเยซูคริสต์นั้นกำลังแพร่กระจายออกไปทั่วโลกจริง นั่นแสดงว่าโลกของเรากำลัง จะใกล้ถึงที่สุดของมันแล้ว



หลังจากคำทำนายทั้ง 10 ประการ ได้สำเร็จแล้ว วันนั้นโลกของเราใบนี้จะต้อง ถูกเผาผลาญด้วยไฟบรรลัยกัลป์ และหลังจากนั้นดวงตาทุกคู่ของมนุษย์ จะได้เห็นการพิพากษาอันเที่ยงธรรมของพระเยซูคริสต์ (2เปโตร 3:10)

ท่านผู้อ่านที่รัก บัดนี้ท่านได้เห็นแล้วว่า คำทำนาย 10 ประการ ของพระเยซูคริสต์ ได้สำเร็จไปแล้ว 9 ประการ และขณะนี้พวกเรากำลังอยู่ในคำทำนายประการที่ 10 คือ การได้ยินข่าวประเสริฐ นั้นแสดงว่าพระเยซูคริสต์ใกล้ที่จะเสด็จมาครั้งที่ 2 แล้ว วันที่พระองค์จะทรงพิพากษามนุษย์นั้นก็ใกล้เข้ามาเช่นกัน

สำหรับคนเหล่านั้นได้ รับการยกโทษบาปจากพระองค์แล้ว เขาไม่กลัวกับการพิพากษาที่กำลังจะมา แต่สำหรับผู้ที่มีความผิดบาปซ่อนอยู่อย่างมากมายในชีวิต เขาก็จะต้องได้รับการพิพากษา และรับโทษตามการกระทำของเขา และต้องอยู่ในนรกเป็นนิตย์



อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

www.ccma.i-p.com






-----------------------------------------------------------------------
ใช้เพื่อบอกให้ชาวโลกรู้ และเป็นพยานเพื่อพระคริสต์

-----------------------------------------------------------------------

ขอเน้นย้ำ สำหรับบางกระทู้ที่เอาพระคัมภีร์มาตัดต่อ แล้วอ้างสารพัด
อยากบอกว่า พระเยซู ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า = ตรีเอกานุภาพ และไม่มีพระเจ้าอื่น

-----------------------------------------------------------------------
 


คำตอบที่ 61-80 ทั้งหมด 89 คำตอบ | หน้า 1 2 3 4 5 |
  คำตอบที่ 61  
 

ส้ม

24 มิ.ย. 52
เวลา 10:19:43
FAO ระบุว่า จำนวนคนอดอยากมีจำนวน 10,20 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11 % จาก 915 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวประเมินโดยใช้พื้นฐานจากข้อมูลที่วิเคราะห์โดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐ นับเป็นวิกฤตการณ์ที่คุกคามต่อความสุขสงบ และความมั่นคงของโลก

ผู้คนคงจะอดอยากเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
อย่าลืมขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารประจำวัน
 


  คำตอบที่ 62  
 

7up

24 มิ.ย. 52
เวลา 23:48:44
มีอะไรดีๆ เอามาลงอีกนะครับ เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออนาคต
 


  คำตอบที่ 63  
 

Listen!

29 มิ.ย. 52
เวลา 9:57:33

!!!!!!! เราเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว !!!!!!!!
เพื่อเราจะพิจารณา โดยพระวิญญาณจะสอนให้เรารู้ว่า เวลานั้นมันใกล้แล้วจริงๆ

และเราจะต้องเตรียมตัว ระวังระไวรอบด้าน โดยไม่ประมาทอย่างเด็ดขาด

วันและโมงที่ไม่มีใครรู้ (มัทธิว24:36-44 ,มก13:32-37 ลก17:26-30,34-36)



 


  คำตอบที่ 64  
 

ฝากไว้ตรงนี้

29 มิ.ย. 52
เวลา 10:05:35

จงอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน เพื่อทุกคนจะพ้นจากการทดลอง

ในยุคสุดท้าย การทดลองจะหนักขึ้น บางคนอาจหลุดออกจากทางพระเจ้าไปอย่างน่าเสียดาย ...1ปต5:6-11

หน้าที่อีกอย่างที่เราทุกคนต้องช่วยกัน คือ อธิษฐานเผื่อกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เตือนสติกัน และรักซึ่งกันและกันให้มาก
 


  คำตอบที่ 65  
 

Play

29 มิ.ย. 52
เวลา 10:12:31

ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า [ อฟ 6:10-18 ]

พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้นและเมื่อเสร็จแล้วจะยืนมั่นได้ เหตุฉะนั้นท่านจงยืนมั่น เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของผู้ชั่วร้ายนั้นเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่างและจงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อวิสุทธิชนทุกคน...อาเมน

 


  คำตอบที่ 66  
 

เร

10 ก.ค. 52
เวลา 10:40:26
สำนักข่าวซินหัวรายงานเหตุแผ่นดินไหวระดับปานกลางเมื่อเย็นวาน(9 ก.ความ) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 336 คน ทำลายบ้านเรือนพังราบถึง 30,000 หลัง

ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวแห่งชาติจีนรายงานว่าเมื่อเวลา 19.19 น.ของวันพฤหัสบดี จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ริกเตอร์อยู่ที่เมืองเหยาอัน ห่างจากเมืองคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนานราว 200 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้พื้นดินลึก 10 กิโลเมตร และตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีก 8 ครั้ง

มณฑลยูนนานถือเป็นเขตเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากมีเขตรอยต่อเชื่อมต่อมณฑลเสฉวน ศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ริกเตอร์ เมื่อปีที่แล้ว ที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 80,000 คน

เรื่องนี้ก็เกิดบ่อย ๆ ขึ้น
 


  คำตอบที่ 67  
 

4U

11 ก.ค. 52
เวลา 9:52:05
เรื่อง แผ่นดินไหว ...เด็ก ๆๆ ไปเลย
หวัด 2009 มาแรงก่า.. แพร่ไปทั่วโลก ชนิด คุมไม่อยู่แล้ว
ศูนย์ อนามัยควบคุมโรค ยกระดับ 6 เป็นแดงทั้งแผ่นดิน....โลก (ไม่ใช่ม๊อบนะ)
ได้ยินว่า ...ถ้าคุมไม่ได้ อาจปิดประเทศกันเลย....

ทำไม ข่าวประเสริฐ ไม่แพร่ เหมือนหวัดนี้ บ้างนะ
ถ้ามีใคร ไอ จาม สัมผัส กันแล้วความเชื่อติดต่อกัน จนระบาดไปทั่ว...
ป่านนี้ "โลก..ก็กลายเป็นสวรรค์" ..."แผ่นดิน สวรรค์ มาตั้งอยู่"
 


  คำตอบที่ 68  
 

BOYZ

29 ส.ค. 52
เวลา 13:32:59
กลับมาดันกระทู้ครับ
 


  คำตอบที่ 69  
 

69

29 ส.ค. 52
เวลา 15:34:38
B = T
 


  คำตอบที่ 70  
 

B_T

29 ส.ค. 52
เวลา 15:36:51
:)
.........

:(

........

T.T
 


  คำตอบที่ 71  
 

madon

15 ม.ค. 53
เวลา 9:41:58
มาอธิษฐานเผื่อ

ป.เฮติ กัน ขอพระเจ้าให้สถานการณ์ที่ยุ่งยากได้รับการคลี่คลายโดยด่วน...ให้คนที่รอดตาย ไม่ปล้น หรือฆ่ากัน เพราะอดอยาก และขอพระองค์ระงับโรคระบาดโดยด่วน

พระเยซูใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว
สัญญาณบนท้องฟ้า ก็เตือนอีกแล้ว

สุริยุปราคาวงแหวน ครั้งเดียวของปี 15 ม.ค.นี้ มัทธิว24:29
`ดวงอาทิตย์จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป'

ใกล้แล้วพี่น้อง......ใครยังไม่กลับใจมาเชื่อพระเยซู รีบตัดสินใจน้า

.......

อ่านดูกันเพื่อเตือนใจตัวเองตลอดเวลา ว่าอย่าประมาทเด็ดขาด

3 เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอกเทศ พวกสาวกมาเฝ้าพระองค์ส่วนตัวกราบทูลว่า "ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร สิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และวาระสุดท้ายของโลกนี้"

4 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง

5 ด้วยว่าจะมีหลายคนมาต่างอ้างนามของเรา กล่าวว่า `เราเป็นพระคริสต์' เขาจะล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป

6 ท่านทั้งหลายจะได้ยินถึงเรื่องสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยังไม่มาถึง

7 เพราะประชาชาติจะลุกขึ้นต่อสู้ประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อสู้ราชอาณาจักร ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและโรคระบาดอย่างร้ายแรงและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ

8 เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก

9 ในเวลานั้นเขาจะมอบท่านทั้งหลายไว้ให้ทนทุกข์ลำบากและจะฆ่าท่านเสีย และประชาชาติต่างๆจะเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเรา

10 คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไปและทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกัน

11 จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป

12 ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ขยายออกไป

13 แต่ผู้ที่ทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด

14 ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง

15 เหตุฉะนั้น เมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดการรกร้างว่างเปล่า ที่ดาเนียลศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวถึงนั้น ตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์" (ผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านก็ให้ผู้นั้นเข้าใจเอาเถิด)

16 "เวลานั้นให้ผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียหนีไปยังภูเขาทั้งหลาย

17 ผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาบ้าน อย่าให้ลงมาเก็บข้าวของใดๆออกจากบ้านของตน

18 ผู้ที่อยู่ตามทุ่งนา อย่าให้กลับไปเอาเสื้อผ้าของตน

19 แต่ในวันเหล่านั้น วิบัติจะเกิดขึ้นแก่หญิงที่มีครรภ์ หรือหญิงที่มีลูกอ่อนกินนมอยู่

20 จงอธิษฐานขอเพื่อการที่ท่านต้องหนีนั้นจะไม่ตกในฤดูหนาวหรือในวันสะบาโต

21 ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย

22 และถ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า

23 ในเวลานั้นถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า `ดูเถิด พระคริสต์อยู่ที่นี่' หรือ `อยู่ที่โน่น' อย่าได้เชื่อเลย

24 ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง

25 ดูเถิด เราได้บอกท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว

26 เหตุฉะนั้น ถ้าใครจะบอกท่านทั้งหลายว่า `ดูเถิด ท่านผู้นั้นอยู่ในถิ่นทุรกันดาร' ก็จงอย่าออกไป หรือจะว่า `ดูเถิด อยู่ที่ห้องลับ' ก็จงอย่าเชื่อ

27 ด้วยว่าฟ้าแลบมาจากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตกฉันใด การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นฉันนั้น

28 ด้วยว่าซากศพอยู่ที่ไหน ฝูงนกอินทรีก็จะตอมกันอยู่ที่นั่น

29 แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว `ดวงอาทิตย์จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป'

30 เมื่อนั้นหมายสำคัญแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า `มนุษย์ทุกตระกูลทั่วโลกจะไว้ทุกข์' แล้วเขาจะเห็น `บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า' พร้อมด้วยฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอันมาก

31 พระองค์จะทรงใช้เหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์มาด้วยเสียงแตรอันดังยิ่งนัก ให้รวบรวมคนทั้งปวงที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วจากลมทั้งสี่ทิศนั้น ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น

.....


พักหลังเราจได้ยินคำนี้บ่อยมาก ถึงมากที่สุด

" อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือ อย่างที่ไม่เจอมาก่อน อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "...ในรอบ....ปี


ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย (มัทธิว24:21)

สถานการณ์บนโลก บอกคริสเตียนว่า...

และถ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า

....
คนบนโลก ไม่ว่าคนนั้นจะเชื่อพระเจ้าหรือไม่ สังเกตุได้แล้วว่า โลกมันแปลกขึ้นทุกวัน ..

มัทธิว24

32 บัดนี้ จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อ เมื่อกิ่งก้านยังอ่อนและแตกใบแล้ว ท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว

33 เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งทั้งปวงนี้ ก็ให้รู้ว่าเหตุการณ์นั้นมาใกล้จะถึงประตูแล้ว

34 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าสิ่งทั้งปวงนี้จะสำเร็จ

35 ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่คำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย

36 แต่วันนั้น โมงนั้น ไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์ในสวรรค์ก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาของเราองค์เดียว

37 ด้วยสมัยของโนอาห์เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้นด้วย

38 เพราะว่าเมื่อก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายได้กินและดื่มกัน ทำการสมรสและยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่โนอาห์เข้าในนาวา

39 และน้ำท่วมได้มากวาดเอาพวกเขาไปสิ้น โดยไม่ทันรู้ตัวฉันใด เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นฉันนั้นด้วย

40 เมื่อนั้นสองคนจะอยู่ที่ทุ่งนา จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง

41 หญิงสองคนโม่แป้งอยู่ที่โรงโม่ จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง

42 เหตุฉะนั้นจงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านจะเสด็จมาเวลาใด

43 จงจำไว้อย่างนี้เถิดว่า ถ้าเจ้าของบ้านล่วงรู้ได้ว่าขโมยจะมายามใด เขาก็จะเฝ้าระวัง และไม่ยอมให้ทะลวงเรือนของเขาได้

44 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้เช่นกัน เพราะในโมงที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้นบุตรมนุษย์จะเสด็จมา

........



สังเกตความหมายของยุค อ่าน มธ16:1-4 , มก8:11-13
****************************************

54 และพระองค์ตรัสกับประชาชนอีกว่า "เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเมฆเกิดขึ้นในทิศตะวันตก ท่านก็กล่าวทันทีว่า `ฝนจะตก' และก็เป็นอย่างนั้นจริง

55 เมื่อท่านเห็นลมพัดมาแต่ทิศใต้ ท่านก็ว่า `จะร้อนจัด' และก็เป็นจริง

56 เจ้าคนหน้าซื่อใจคด เจ้าทั้งหลายรู้จักวิจัยความเป็นไปของแผ่นดินและท้องฟ้า แต่เหตุไฉนพวกเจ้าวิจัยความเป็นไปของยุคนี้ไม่ได้

พระเยซูยืนอยู่หน้าประตูแล้ว
 


  คำตอบที่ 72  
 

madon

15 ม.ค. 53
เวลา 10:32:08
วิวรณ์14

14 ข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด มีเมฆขาว และมีผู้หนึ่งประทับบนเมฆนั้นเหมือนกับบุตรมนุษย์ สวมมงกุฎทองคำบนพระเศียร และพระหัตถ์ถือเคียวอันคม


15 และมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งออกมาจากพระวิหารร้องทูลพระองค์ ผู้ประทับบนเมฆนั้นด้วยเสียงอันดังว่า "จงใช้เคียวของพระองค์เกี่ยวไปเถิด เพราะว่าถึงเวลาที่พระองค์จะเกี่ยวแล้ว เพราะว่าผลที่จะต้องเก็บเกี่ยวในแผ่นดินโลกนั้นสุกแล้ว"

.....

มัทธิว13

47 อีกประการหนึ่ง อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนอวนที่ลากอยู่ในทะเล ติดปลารวมทุกชนิด

48 ซึ่งเมื่อเต็มแล้วเขาก็ลากขึ้นฝั่งนั่งเลือกเอาแต่ที่ดีใส่ในภาชนะ แต่ที่ไม่ดีนั้นก็ทิ้งเสีย

49 ในการสิ้นสุดของโลกก็จะเป็นอย่างนั้นแหละ พวกทูตสวรรค์จะออกมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม

50 แล้วจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน"

....


มัทธิว13
36 แล้วพระเยซูจึงทรงให้ฝูงชนเหล่านั้นจากไปและเสด็จเข้าไปในเรือน พวกสาวกของพระองค์ก็มาเฝ้าพระองค์ทูลว่า "ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์เข้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยข้าวละมานในนานั้น"

37 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์

38 นานั้นได้แก่โลก ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่ลูกหลานแห่งอาณาจักร แต่ข้าวละมานได้แก่ลูกหลานของมารร้าย

39 ศัตรูผู้หว่านข้าวละมานได้แก่พญามาร ฤดูเกี่ยวได้แก่การสิ้นสุดของโลกนี้ และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่พวกทูตสวรรค์

40 เหตุฉะนั้น เขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร ในการสิ้นสุดของโลกนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น

41 บุตรมนุษย์จะใช้พวกทูตสวรรค์ของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด และบรรดาผู้ที่ทำความชั่วช้าไปจากอาณาจักรของท่าน

42 และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

43 คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในอาณาจักรพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์ ใครมีหูจงฟังเถิด

จงกลับใจใหม่ ...ใกล้แล้วจริงๆ
 


  คำตอบที่ 73  
 

แหล่ม

15 ม.ค. 53
เวลา 10:35:33
ตกลงว่าคนในโบสถ์ควรกลับใจใหม่ หรือคนนอกโบสถ์ควรกลับใจใหม่ !
 


  คำตอบที่ 74  
 

win

15 ม.ค. 53
เวลา 11:21:15

ผู้ที่เชื่ในพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่มีท่าทีแบบนี้...ควรกลับใจ

" ประชาชนนี้ให้เกียรติเราแต่ปาก ใจของเขาห่างไกลจากเรา "



คนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า...ควรกลับใจใหม่ ( พระดำรัสพระเยซูเป็นหลักพิพากษา)

พระเยซูทรงประกาศว่า "ผู้ที่เชื่อในเรานั้น หาได้เชื่อในเราไม่ แต่เชื่อในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา และผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา เราเข้ามาในโลกเป็นความสว่าง เพื่อผู้ใดที่เชื่อในเราจะมิได้อยู่ในความมื ถ้าผู้ใดได้ยินถ้อยคำของเราและไม่เชื่อ เราก็ไม่พิพากษาผู้นั้น เพราะว่าเรามิได้มาเพื่อจะพิพากษาโลก แต่มาเพื่อจะช่วยโลกให้รอด ผู้ใดที่ปฏิเสธเราและไม่รับคำของเรา ผู้นั้นจะมีสิ่งหนึ่งพิพากษาเขา คือคำที่เราได้กล่าวแล้ว นั้นแหละจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย เพราะเรามิได้กล่าวตามใจเราเอง แต่ซึ่งเรากล่าวและพูดนั้น พระบิดาผู้ทรงใช้เรามา พระองค์นั้นได้ทรงบัญชาให้แก่เรา เรารู้ว่าพระบัญชาของพระองค์นั้นเป็นชีวิตนิรันดร์ เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา" ยน12:44-50



เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อจะพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ แต่ผู้ที่มิได้เชื่อก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้า หลักของการพิพากษามีอย่างนี้ คือความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว แต่มนุษย์ได้รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาชั่ว เพราะทุกคนที่ประพฤติชั่วก็เกลียดความสว่าง และไม่มาถึงความสว่าง ด้วยกลัวว่าการกระทำของตนจะถูกตำหนิ แต่ผู้ที่ประพฤติตามความจริงก็มาสู่ความสว่าง เพื่อจะให้การกระทำของตนปรากฏว่า ได้กระทำการนั้นโดยพึ่งพระเจ้า" ยน3:16-21
 


  คำตอบที่ 75  
 

win

15 ม.ค. 53
เวลา 16:29:10
หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้

จะมีการฟื้นฟูใหญ่เกิดขึ้นที่ป.เฮติ ผู้คนจะกลับใจใหม่หันมาหาพระเจ้า
 


  คำตอบที่ 76  
 

madon

20 ม.ค. 53
เวลา 11:07:52

ประเทศเฮติ เป็นตัวอย่างนึง และสอนคนทั่วโลก

1.ภาพจำลองของกลียุค ( อีกไม่ช้า มันจะต้องเกิด )
2.ความตาย มันใกล้ตัวเรานิดเดียว ( อย่าประมาท )
3.ไม่มีใครต่อรองกับภัยธรรมชาติ ที่ไร้การควบคุมได้
4.มนุษย์ต้องทิ้งบาป ไม่ย่างนั้นต้องตายทั้งกายและวิญญาณ
5.เวลาของชีวิตในโลกเหลือน้อยลงเรื่อยๆ (จงกลับใจใหม่ หันมาหาพระเจ้าผู้ประทานชีวิตคือพระผู้สร้างเที่ยงแท้และผู้เดียว )
6.ไม่มีใครต่อสู้กับภัยธรรมชาติได้ ถึงแม้จะรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน
7.เราเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กจิ๊ดเดียว จะต่อสู้กับพระเจ้าไม่ได้เด็ดขาดและไม่มีวันชนะพระเจ้าได้

จงกลับใจใหม่ จงกลับใจใหม่ จงกลับใจใหม่



 


  คำตอบที่ 77  
 

นุ

20 ม.ค. 53
เวลา 20:49:06
คุณmadon สรุปได้ยอดเยี่ยม
 


  คำตอบที่ 78  
 

win

8 มี.ค. 53
เวลา 18:23:28


วันนี้เกิดแผ่นดินไหวที่ ตุรกี 6 กว่าริกเตอร์ อีกแล้วครับท่าน มีคนตาย40กว่าคน

ไหวรายวัน
 


  คำตอบที่ 79  
 

win

11 มี.ค. 53
เวลา 10:01:22

แผ่นดินไหวรายวัน มีผลกระทบของน้ำขึ้นน้ำลง มีผลต่อระบบธรรมชาติอย่างแน่
วันเวลาจะสั้นลง ( น้อยลง เพราะพระเจ้ากำลังเร่งเวลามา) และมีผลต่อดวงอาทิตย์ กับพระจันทร์ อย่างแน่นอน

เราเชื่อว่าภัยธรรมชาติมีผลกระทบต่อสิ่งนี้

ที่พระเจ้าทรงตรัสว่า

" แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน " มธ24:29

ซีกโลกนึง จะเห็นดวงอาทิย์มืดไป
อีกซีกโลกนึง จะเห็นพระจันทร์เป็นสีเลือด

ในไม่ช้า มนุษย์จะตะลึง และกลัวจนตัวสั่น
เมื่อเวลานั้นมาถึง ผู้ใดจะทนอยู่ได้เล่า
แต่ผู้ที่ร้องออกพระนามของพระเจ้า จะรอด ( แต่ต้องเป็นผู้ที่และยำเกรงพระเจ้าอย่างแท้จริงเท่านั้น )

 


  คำตอบที่ 80  
 

madon

22 มี.ค. 53
เวลา 11:41:04
วิกฤตหนี้กรีซทำ 'เยอรมนี' เปลี่ยน มุ่งช่วยตัวเองลดบทแกนนำยุโรป
เอเอฟพี/เอเจนซี - เยอรมนีกำลังเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นผู้นำร่วมกับฝรั่งเศสในการผลักดันชาติยุโรปให้ก้าวสู่ความเป็นสหภาพที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับกรณีวิกฤตหนี้สินของกรีซเวลานี้ นักวิเคราะห์บอกว่าเยอรมนีที่เป็นเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดของยุโรป และจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นแกนนำในการแก้ปัญหานี้ ทว่าสิ่งที่แดนดอยช์กำลังแสดงออกมาให้เห็น กลับเป็นแนวโน้มแห่งการมุ่งปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของตนเองมากกว่าของยุโรปโดยรวม

ในระยะไม่กี่วันหลังมานี้ เยอรมนีได้เปลี่ยนท่าทีจากการสนับสนุนให้สหภาพยุโรปหาทางแก้ปัญหาหนี้สินของกรีซเอง ไปเป็นการส่งเสริมให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เข้ามาเป็นผู้แสดงบทบาท ถ้าจำเป็นต้องจัดสรรเงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้กรีซ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ยังทำให้สมาชิกกลุ่มยูโรโซนทั้ง 16 ประเทศต้องหัวเสีย เมื่อเธอเสนอว่ายูโรโซนควรมีกลไกในการขับไสสมาชิกที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบของกลุ่มซ้ำแล้วซ้ำอีก

ล่าสุด ในการให้สัมภาษณ์วิทยุดอยช์ลันด์ฟุงค์ที่นำออกอากาศเมื่อวานนี้(21) แมร์เคิลกล่าวว่า เธอจะไม่คัดค้านหากมีชาติยุโรปชาติใดจะให้ความช่วยเหลือในแบบทวิภาคแก่กรีซ ท่าทีที่เหมือนกับโอนอ่อนลงของเธอนี้ มีขึ้นหลังจากที่ โจเซ บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่เป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป(อียู) ได้รบเร้ารัฐสมาชิกอียูให้อนุมัติแพกเก็จช่วยเหลือกรีซเตรียมเอาไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้ ในระหว่างที่เหล่าผู้นำของอียูจะประชุมซัมมิตกันในวันพฤหัสบดี(24)-เสาร์(26)นี้

กระนั้นแมร์เคิลก็พูดอย่างมุ่งลดความสำคัญของปัญหานี้ โดยกล่าวว่า ในระหว่างการประชุมซัมมิตคราวนี้ เหล่าผู้นำอียูไม่ควรมุ่งเน้นไปที่เรื่องการช่วยเหลือกรีซ เพราะจะทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนผันผวน เนื่องจากเกิด “การคาดหมายอย่างผิดๆ” ทั้งนี้เธอย้ำว่า กรีซจะต้องแก้ปัญหาหนี้สินของตนด้วยตนเอง

“เห็นได้ชัดว่านโยบายของเยอรมนีกำลังเน้นไปที่ผลประโยชน์แห่งชาติมากกว่า” ศาสตราจารย์ซาบีน ฟอน ออปเพล แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟรียูนิเวอร์ซิตี” ในเบอร์ลินกล่าว ส่วนทอร์สเทิน พอลเลต์ แห่งบาร์เคลย์ แคปิตอล ชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเยอรมนีรู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่ต้องทำตัวเป็นแหล่งเงินให้กับยุโรปเต็มที

ทว่า การยืนยันท่าทีของเยอรมนีอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้นักการเมืองในยุโรปหลายคนไม่พอใจ

แม้แต่ฝรั่งเศสซึ่งเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นของเยอรมนี ก็ยังอึดอัดใจกับท่าทีดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อ คริสตินา ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังเสนอให้เยอรมนีลดการพึ่งพาการส่งออกเพื่อช่วยให้ยุโรปพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ปรากฏว่าแมร์เคิลตอกกลับอย่างไม่เกรงใจว่า “เราจะไม่ยอมล้มเลิกจุดแข็งของเราเพียงเพราะว่ามีผู้ซื้อสินค้าส่งออกของเรามากกว่าสินค้าของประเทศอื่นๆ”

เจ้าหน้าที่เยอรมันหลายคนบอกว่า รัฐบาลเยอรมนีรู้สึกวิตกว่า การให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่กรีซ อาจจะถูกฟ้องร้องในศาลรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งถ้าหากรัฐบาลแพ้ความก็จะเป็นความหายนะทั้งในระดับภายในประเทศและในระดับยุโรป

ทว่า พวกนักวิเคราะห์ต่างเห็นว่า จุดยืนของแมร์เคิลที่เปลี่ยนไป สืบเนื่องจากเรื่องการเมืองภายในประเทศ ในเมื่อผลสำรวจกำลังชี้ว่า บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลกำลังเสียคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ที่สำคัญก็คือ ชาวเยอรมนีเวลานี้กำลังแหนงหน่ายยุโรปและเงินยูโรมากขึ้นๆ เห็นได้จากผลสำรวจความเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ของหนังสือพิมพ์ บิลด์ อัม ซอนแทก ที่ระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเยอรมนีถึงราวครึ่งหนึ่งยินดีที่จะกลับไปใช้เงินสกุลดอยช์มาร์กหากเงินสกุลยูโรอ่อนค่าลง

 


| หน้า 1 2 3 4 5 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127