ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  เรื่องจริงของ "สตรีมุสลิม" ที่พบทางสว่างแห่งชีวิต  
 

ฟาติมะ

12 ต.ค. 48
เวลา 18:32:03

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
ลูกคนกลาง...เด็กวันพุธ

โดย... “ฟาติมะ”

“ปลายเหรอลูก อ้าว โทษทีโทรผิด นึกว่าปลาย” จากนั้นผู้พูดก็วางหูทันที

อีกแล้ว! ครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่พ่อโทรผิด คงจะเป็นสิบเป็นร้อยครั้งได้แล้วมั้งนับตั้งแต่ฉันมาอยู่กรุงเทพฯ ดูเหมือนคำว่า “โทรผิด” สำหรับพ่อจะเป็นคำพูดติดปากอัตโนมัติทุกครั้งที่โทรหาน้องชายฉัน แต่กลับได้ยินเสียงฉันรับโทรศัพท์

พ่อจะรู้ไหมนะว่าทุกครั้งที่ฉันรับสายและได้ยินคำว่าโทรผิดนั้น ฉันร้องไห้ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงวางสายทันทีที่พ่อรู้ว่าโทรผิด ฉันขมขื่น เสียงวางหูโทรศัพท์เปรียบเสมือนเสียงกรีดทุ้มของท่อนเหล็กร้อน ๆ ที่วางนาบลงบนเนื้อหัวใจ มันเจ็บแสบ ปวดร้อน บาดแผลเก่าในหัวใจฉันถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก

นับแต่จำความได้ ฉันได้รับการเลี้ยงดูและเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่เคร่งครัด พ่อฉันทำกิจการค้าหลายอย่าง ท่านจึงเป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพนับถือมากคนหนึ่งในจังหวัดยะลา ฉันมีพี่น้องสามคน คือพี่ต้น ตัวฉัน และน้องปลาย

อาจจะจริงอย่างหลายคนพูดก็ได้ว่า ลูกคนกลางที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Wednesday child (เด็กวันพุธ) เป็นเด็กมีปัญหา ใช่...ฉันมีปัญหา เพราะตั้งแต่เล็ก ๆ มาแล้วที่ฉันเหมือนตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีใครรัก ไม่มีใครสนใจ ดูเหมือนแม่จะรักใคร่แต่พี่ต้น และพ่อจะห่วงใยแต่น้องปลาย ส่วนตัวฉันถูกกักเก็บไว้แต่ในบ้าน พ่อแม่ห้ามฉันคบหาสมาคมกับเด็ก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยพุทธและไทยเชื้อสายจีน ฉันจึงแทบไม่มีเพื่อน ถึงมีเพื่อน พวกเขาก็ต้องมาเล่นหรือทำการบ้านที่บ้านฉัน พ่อแม่ห้ามฉันออกไปข้างนอก ถ้าจะไปดูหนังกับเพื่อน ๆ พ่อก็ต้องไปด้วย ด้วยเหตุนี้ วัยเยาว์อันร่าเริงสนุกสนานของฉันจึงขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม นับเป็นการอัศจรรย์ยิ่งที่ตอนเล็ก ๆ ฉันได้เรียนที่โรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ทุกวันก่อนไปโรงเรียน แม่จะสั่งห้ามฉันไม่ให้พูดคุยกับบาทหลวงหรือแม่ชี ไม่ให้เข้าไปดูหรือยุ่งเกี่ยวกับพิธีทางศาสนาของคาทอลิก แต่สำหรับเด็ก ๆ แล้ว การยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ฉันจึงมักจะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวโบสถ์อยู่เสมอด้วยความอยากรู้อยากเห็น พฤติกรรมของฉันจับความสนใจของหลวงพ่อท่านหนึ่ง วันหนึ่ง ท่านเรียกฉันเข้าไปในโบสถ์ ฉันจึงก้าวเท้าเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และได้เเห็นรูปปั้นของพระเยซูถูกตรึงกางเขนเป็นครั้งแรก รูปปั้นนั้นใหญ่เท่าคนจริงและโลหิตสีแดงสดก็หลั่งไหลเปื้อนเปรอะออกมาตามศีรษะ มือ และเท้าของพระองค์ ด้วยความเป็นเด็ก ฉันจึงยิงคำถามมากมายใส่หลวงพ่อว่า ชายผู้นี้เป็นใคร ทำไมเขาถึงถูกทำร้ายอย่างนั้น แล้วเขาเจ็บไหม ท่านจึงเล่าเรื่องของพระเยซูคริสต์ให้ฉันฟัง

โดยปกติแล้วที่บ้านจะส่งรถมารับฉันหลังโรงเรียนเลิก ฉันจึงมักจะรอรถอยู่คนเดียวเพราะเพื่อน ๆ กลับบ้านไปหมดแล้ว และฉันต้องมายืนรอตรงหน้าประตูโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้โบสถ์ นับตั้งแต่ได้รู้เรื่องของพระเยซู ฉันจึงใช้เวลาช่วงนี้แอบมองเข้าไปในโบสถ์และถามพระองค์บ่อย ๆ ว่าเจ็บไหม ฉันรู้สึกสงสารพระเยซูมาก พระองค์คงเจ็บน่าดูสินะที่ถูกตอกตรึงด้วยตะปูเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาอันโดดเดี่ยวอ้างว้างแห่งการรอคอยเหล่านั้น ฉันเพิ่งมารู้เมื่อหนึ่งปีมานี้เองว่า พระเยซูทรงอยู่เป็นเพื่อนฉันตลอดเวลา

อีกแล้ว! ความขมขื่นน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกเก็บกดไว้ตลอดชีวิตฉันผุดขึ้นมาอีกแล้ว มันเกิดขึ้นเสมอหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์เช่นนั้นจากพ่อ ความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ เอ! ทำไมครั้งนี้มันเจ็บลึกปวดร้าวกว่าที่เคยนะ ทุกทีฉันก็ทนได้นี่ ทุกครั้งฉันจะสลัดมันทิ้งไปแล้วเสแสร้งกลบเกลื่อนด้วยการปลอบประโลมใจตัวเองว่า ตอนนี้ฉันมีความสุขแล้ว ฉันมีสามีที่รับผิดชอบ มีลูกชายที่น่ารัก มีชีวิตที่สมบูรณ์สะดวกสบาย ฉันมีทุกสิ่งแล้ว ก็เพียงพอแล้วนี่ที่จะชดเชยความขาดทั้งหลายทั้งปวงในอดีต เพียงพอแล้วที่จะถม “รู” บาดแผลในหัวใจฉันให้เต็ม กลาง! ฉันบอกตัวเอง แล้วแกจะเอาอะไรอีกล่ะ

นั่นสินะ ฉันจะเอาอะไรอีก ก็ฉันมีทุกอย่างแล้วนี่ ฉันไม่น่าจะต้องการสิ่งใดอีก แต่เปล่าเลย จิตสำนึกลึก ๆ บอกว่าฉันเหงา...ว้าเหว่ ฉันต้องการความรัก ทรัพย์สินเงินทองตลอดจนสามีและลูกก็มิอาจปิดทับหรือถมเต็มช่องว่างในหัวใจฉันได้

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกที่เก็บกดอัดอั้นอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตใจก็พลุ่งออกมาพร้อม ๆ กับน้ำตาแห่งความขมขื่นที่ทะลักล้นราวกับเขื่อนทลาย ฉันร้องไห้...ร้องจนคิดว่าบ่อน้ำตาตัวเองคงจะต้องเหือดแห้งเป็นแน่...ร้องจนหอบตัวโยน ฉันรู้สึกเหนื่อย...เหนื่อยแทบขาดใจ ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย และแล้วทันใดนั้นฉันก็นึกถึงพระเยซู…

พระเยซูที่พี่ทิพย์ พี่วนิดา และพี่น้องคริสเตียนพูดให้ฉันฟังครั้งแล้วครั้งเล่า และฉันก็รับฟังเข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาทุกคราไป พระเยซูบนกางเขนในโบสถ์คาทอลิกที่ตอนเป็นเด็กฉันแอบมองและเฝ้าถามพระองค์อยู่เสมอว่าเจ็บไหม พระเยซูที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นความรัก เป็นทุกสิ่ง พระเยซูที่สามารถเติมเต็มความรู้สึกโหวงเหวงว้าเหว่ในหัวใจได้ โอ...ใช่แล้ว ฉันต้องการพระเยซู!

ฉับพลันนั้นเอง ฉันก็รู้สึกเหมือนมีลมเย็นอันรวยรื่นพัดมาปะทะร่างฉันแผ่ว ๆ ใบไม้บนต้นไม้ประดิษฐ์แกว่งไกวไหวพลิ้ว ฉันตกใจมาก เป็นไปได้อย่างไร ฉันปิดประตูหน้าต่างหมดทุกบานแล้วนี่นา เพราะฉันไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อให้สาสมกับความขัดข้องหมองหม่นของตัวเอง แล้วก็ไม่มีใครอยู่บ้านเลย มีแต่ฉันนั่งชันเข่าทอดอาลัยในชีวิตอยู่คนเดียวหลังครัว เกิดอะไรขึ้นหรือ ฉันถามตัวเอง จากนั้นฉันก็รู้สึกเหมือนมีผ้าแพรบาง ๆ มาปกคลุมหุ้มห่อร่างฉัน ทำให้ฉันรู้สึกเย็นสบายแต่ภายในกลับอบอุ่นอย่างประหลาด ฉันตกใจแต่ขณะเดียวกันก็ชอบ เพราะฉันไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม ฉันตัดสินใจเดินหนีขึ้นข้างบน ขณะเดินขึ้นบันได ฉันก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในใจว่า “อย่ากลัวเลย เราเป็นพระเจ้า”

เมื่อขึ้นไปถึงห้องนอนข้างบนแล้ว ความตกใจกลัวทำให้ฉันเฝ้าแต่ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น เราเป็นอะไรไปหรือ

คืนนั้นเองฉันล้มตัวลงนอนหลับสนิทที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา นั่นอาจจะเป็นเพราะความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน พอใกล้รุ่งสางประมาณตีสี่ตีห้า ฉันก็รู้สึกเคลิบเคลิ้ม กึ่งฝันกึ่งตื่นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมาเคาะที่ประตูหน้าบ้าน คลับคล้ายคลับคลาว่าฉันเคยรู้จักเขามาก่อน แม้จะปฏิเสธว่าไม่รู้จักแต่ในส่วนลึกฉันกลับรู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมกับเขามาก ฉันจึงเปิดประตูให้เขาเข้ามาข้างในพร้อมกับแนะนำทุกอย่างภายในบ้าน ชี้ชวนเขาให้ดูห้องกินข้าว ห้องครัว และห้องนอนที่อยู่ข้างบน แล้วฉันกับเขาก็นั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว จากนั้นฉันก็ชี้ให้เขาดูรูปพระเยซูเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายกับสาวก ฉันยังบอกเขาเลยว่ารูปนั้นเหมือนกับเราตอนนี้เลย เราคุยกันแต่เขามิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา ฉันเป็นฝ่ายพูดคนเดียวแต่ก็สามารถรับรู้ถึงคำตอบโต้สนทนาของเขาลึก ๆ อยู่ภายในได้ หน้าตาของชายผู้นี้ยิ้มแย้มอยู่เสมอ แสดงถึงความอ่อนโยนแห่งจิตใจ เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ภายในหัวใจฉันรู้สึกถึงความเย็นสงบอย่างที่มิอาจอธิบายได้ ฉันไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย พอใกล้สว่าง เขาก็จะกลับ ฉันจึงถามเขาว่าทำไมถึงรีบกลับ ในความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้น ฉันเห็นเขายืนอยู่บนหน้าผา ฉันเห็นศีรษะอันมีผมสีน้ำตาลยาวประบ่าของเขา หน้าตาเขาอ่อนโยนสุภาพ เขาสวมเสื้อคอกลมข้างในแล้วคลุมทับด้วยเสื้อสีขาวตัวยาวถึงตาตุ่ม มีเชือกสีน้ำตาลแกมทองคาดเอว ฉันชอบรองเท้าสานที่เขาใส่มาก เขาประสานมือทั้งสองข้างไว้ใต้เอว จากนั้นก็ยิ้ม เบื้องหลังเขามีแสงสีทองสว่างจ้าเหมือนเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น แสงนั้นทำให้ดวงตาฉันพร่ามัวจนมิอาจแลเห็นใบหน้าเขาได้ ฉันถามเขาว่าให้ฉันพบเขาอีกครั้งได้ไหม ให้เขามาหาฉันบ่อย ๆ ได้หรือไม่ เขาไม่ตอบแต่ยิ้ม ความรู้สึกภายในบอกฉันว่าเราจะต้องได้พบกันอีกอย่างแน่นอน ฉันดีใจมาก

พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าวันนั้น ฉันรู้สึกสดชื่นที่สุดในชีวิต

อย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังมิได้เปิดใจออกต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เนื่องจากตลอดชีวิตที่ผ่านมา ความคิดเกี่ยวกับ ‘พระเจ้า’ ของฉันถูกตีกรอบอยู่ในแนวคิดของศาสนาอิสลาม เป็นไปได้อย่างไรที่พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ผู้ทรงชี้ชะตาชีวิตมนุษย์จะมายอมวายพระชนม์บนกางเขนเพื่อมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาจากผงคลี จะเป็นไปได้อย่างไรที่พระเจ้าผู้ทรงน่าเกรงขามคร้ามกลัวจะมารักใคร่และใส่ใจความรู้สึกของมนุษย์ตัวน้อย ๆ อย่างฉัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวบวกกับความคิดแบบเด็ก ๆ ของฉัน ฉันจึงเริ่มพิสูจน์ความรักและฤทธานุภาพของพระเจ้า ตอนนั้นโทรทัศน์ที่บ้านเสีย ฉันบอกพระองค์ว่าถ้าพระองค์มีจริงก็ช่วยส่งทีวีสีมาให้ฉันสักเครื่องสิ และแล้ววันหนึ่ง มีโทรศัพท์มาแจ้งสามีฉันให้ไปรับทีวีสีซึ่งเป็นรางวัลจากการจับฉลาก ใช่...ฉันตกใจมาก ไม่น่าเป็นไปได้เลย แต่ฉันก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ

ต่อมาฉันก็ทดลองพระเจ้าอีก ฉันขอพระองค์ให้สามีฉันกลับมาประจำการอยู่ในประเทศไทย เพื่อว่าเราพ่อแม่ลูกจะได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น แล้วก็เป็นไปตามนั้น ทว่า ความคลางแคลงสงสัยในพระเจ้าของฉันก็ยังมิเลือนหายไป ฉันยังยืนยันความคิดเดิมว่า “เป็นการบังเอิญ”

ดังนั้น ฉันจึงยังไม่เปิดใจรับเชื่อพระเจ้า อะไรกัน! พระเจ้าผู้ทรงใหญ่ยิ่งสูงสุดจะมาสนใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร ฉันจึงเดินหน้าต่อไปโดยขอพระเจ้าให้ทรงกระทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปได้เลยสำหรับมนุษย์ นั่นคือฉันขอให้มีเงินเพิ่มขึ้นในบัญชีเงินฝากเป็นจำนวนมาก โดยที่ฉันกับสามีจะไม่นำเงินไปฝากเลย แล้ววันหนึ่งสามีฉันก็กลับบ้านมาบอกว่ามีเงินจำนวนมากเพิ่มเข้ามาในบัญชี ฉันถึงกับตะลึง สามีฉันบอกว่าแปลกมาก เขาจึงส่งอีเมล์ไปถามหัวหน้าว่าเงินเพิ่มในบัญชีนั้นเป็นค่าใช้จ่ายอะไร หัวหน้าตอบเพียงว่า “อยากให้” คราวนี้ฉันพูดไม่ออกเลย ไม่ตลกอีกแล้ว มันเป็นไปได้อย่างไร กระนั้นก็ตาม ฉันก็ยังมิได้ตัดสินใจรับเชื่อ

หลังจากนั้น ฉันก็มีปากเสียงกับสามีเรื่องต้นไม้ สามีฉันชอบกล้วยไม้มาก ที่บ้านฉันปลูกกล้วยไม้ทุกชนิดทุกพันธุ์ แต่ฉันเป็นคนปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น ไม่ว่าจะดูแลรดน้ำอย่างไร ต้นไม้ก็ไม่เคยออกดอกเลย มิหนำซ้ำกลับแห้งเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด สามีกล่าวหาฉันว่าไม่เอาใจใส่ต้นไม้ ไม่เคยดูแลใส่ปุ๋ย ฉันจึงอธิษฐานกับพระเจ้าว่าฉันไม่อยากทะเลาะกับสามีเรื่องนี้อีก ดังนั้น ถ้าพระเจ้ามีจริงก็ขอให้ต้นไม้ทุกต้นที่บ้านฉันออกดอกด้วย ประมาณสิบวันหลังจากนั้นก็เกิดการอัศจรรย์ขึ้น ต้นไม้ออกดอกสะพรั่งทุกต้น แม้ต้นที่ออกดอกยากที่สุด นั่นคือกล้วยไม้ช้างกระ ซึ่งปีหนึ่งจะออกดอกเพียงครั้งเดียวหรือไม่ออกเลย กลับผลิดอกเป็นช่อที่สวยสดงดงามมาก ต้นเยอบีร่าที่ตายไปแล้วก็ผลิดอกออกใบขึ้นใหม่ ต้นโมกที่อยู่หลังบ้านซึ่งฉันไม่เคยรดน้ำเลยก็กลับแตกใบเขียวนิด ๆ แล้วก็มีก้านดอกทะลุออกมากลางลำต้นเป็นพุ่มเต็มไปหมด คราวนี้ฉันตื่นเต้นมากจนอดรนทนไม่ไหวต้องเรียกเพื่อน ๆ คริสเตียนมาดู ฉันละล่ำละลักบอกพวกเขาว่าพระเจ้าทรงทำสิ่งมหัศจรรย์ ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงกระทำไม่ได้!
คราวนี้ฉันมิอาจจะปฏิเสธพระเจ้าได้อีกแล้ว ฉันต้องการต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตอย่างรวดเร็ว ต้องการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ รับบัพติศมา ฉันยอมรับแล้วว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงวายพระชนม์บนกางเขนเพื่อไถ่บาปเรา จากนั้นวันที่สามพระองค์ก็ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เป็นพระเจ้าแห่งความรักและเมตตา แม้เราจะมิได้เห็นด้วยตาแต่เราสามารถสัมผัสพระองค์ด้วยหัวใจ พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเรา ดูแลเรา อวยพรเรา ดังที่พระคัมภีร์ไบเบิลเขียนไว้ว่า พระองค์ทรงนับผมทุกเส้นของเรา อีกทั้งยังทรงสนพระทัยชีวิตของนกกระจอกทุกตัว

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันก็ตระหนักว่าตัวเองมิได้เป็น “ลูกคนกลาง...เด็กวันพุธ” ที่มีปัญหาอีกต่อไป พระเจ้าทรงรับฉันเข้าสู่ครอบครัวของพระองค์โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ ฉันจึงมั่นใจว่าฉันเป็นบุตรหัวปี เป็นบุตรที่พระองค์ทรงรักมากที่สุด และจะเป็นเช่นนั้น…ตลอดชั่วนิรันดร์
 


คำตอบที่ 1-20 ทั้งหมด 42 คำตอบ | หน้า 1 2 3 |
  คำตอบที่ 1  
 

เด็กวันนัด

13 ต.ค. 48
เวลา 12:58:08
...ขอบคุณพระเจ้า ตอนนี้คุณกลายมาเป็นเด็กวันอาทิตย์แย้ว...ขอพระเจ้าอวยพรมั่ก ๆ
 


  คำตอบที่ 2  
 

goodnews

18 ต.ค. 48
เวลา 21:07:43
เอเฟซัส 1:10 ประสงค์ว่า เมื่อเวลากำหนดครบบริบูรณ์แล้ว พระองค์จะทรงรวบรวมทุกสิ่ง ทั้งที่อยู่ในสวรรค์ และในแผ่นดินโลกไว้ในพระคริสต์
ข้าแต่พระบิดา มีคนเชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ จะได้รับความรอดทั้งครอบครัว ขอพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ทรงชำระทุกคนในครอบครัวของเธอให้บริสุทธิ์ บรรจุพระธรรมไว้ในจิตใจ เปลี่ยนจิตใจเนื้อแทนจิตใจหิน เปลี่ยนจิตวิญญาณใหม่ ขอทรงปลดปล่อยพันธกิจการคืนดีมายังทุกคนในครอบครัวของเธอ เขาทั้งหลายจะได้รับความรอดและชีวิตนิรันดร์ทั้งครอบครัว เป็นครอบครัวแห่งสันติสุข เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า ขอพระคุณแห่งพระเยซูคริสต์ ความรักแห่งพระเจ้า และการสนิทสนมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเขาทุกคน ขอบพระคุณพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ กราบทูลขอในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
 


  คำตอบที่ 3  
 

ฟาติมะ

19 ต.ค. 48
เวลา 17:56:01
ขอบคุณ คุณ goodnews ที่อธิษฐานเผื่อค่ะ

ตอนนี้น้องชายคนเล็กไปโบสถ์แล้ว ไปครั้งเดียวแต่ไม่ยอมไปอีก กำลังอธิษฐานเผื่ออยู่ค่ะ

ส่วนพี่สาวคนโตเปิดใจมาก รวมทั้งพ่อแม่ด้วยที่เคยต่อต้านมาก แต่โดยพระคุณพระเจ้า ตอนนี้ท่านทั้งสองมีท่าทีอ่อนลงมาก แต่พยายามปกปิดไม่ให้เพื่อนบ้านและพี่น้องที่ยะลารู้

ลูกชายคนเดียวของดิฉันรักพระเจ้ามาก แต่พ่อของเขา (สามีดิฉัน) ยังไม่ยอมไปโบสถ์ แต่ก็ไม่ขัดขวางการไปโบสถ์และไปอธิษฐานในกลุ่มเซลล์ของดิฉัน

ขอบคุณอีกทีนะคะที่อธิษฐานเผื่อ อยากฝากให้อธิษฐานเผื่อให้เรื่องต่างๆ ของมุสลิมที่กลับใจเป็นคริสเตียนได้มีการตีพิมพ์และแปลออกเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อพี่น้องมุสลิมทั่วโลกจะได้อ่าน เพราะถึงเวลาแล้วที่มุสลิมที่กลับใจจะต้องออกมา "ประกาศ" พระเจ้าองค์เที่ยงแท้ค่ะ
 


  คำตอบที่ 4  
 

วาริน

21 ต.ค. 48
เวลา 11:38:13
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตของคุณ ขอบคุณพระองค์สำหรับคำพยาน ขอพระเจ้าได้รับเกียรติ จะอธิฐานเผื่อสำหรับครอบครัวของคุณค่ะ
 


  คำตอบที่ 5  
 

ฟาติมะ

21 ต.ค. 48
เวลา 20:57:39
ขอบคุณ "คุณวาริน" มากค่ะ
 


  คำตอบที่ 6  
 

ปุ๋ย

21 ต.ค. 48
เวลา 21:52:56
เป็นกำลังใจให้กับคุณฟาติมาในการติดตามพระเจ้านะคะ ขอพระพรขอพระองค์อยู่เหนือครอบครัวของคุณ
 


  คำตอบที่ 7  
 

ริวรรณ

23 ต.ค. 48
เวลา 11:54:58
ขอให้พระเจ้าแห่งความรัก และสันติสุข อยู่กับคุณตลอดไปในทุก ๆ วัน
 


  คำตอบที่ 8  
 

ฟาติมะ

23 ต.ค. 48
เวลา 14:59:27
ขอบคุณทุกๆ คนค่ะ ตอนนี้มีคนอาสาแปลคำพยานดิฉันเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ฝากอธิษฐานเผื่อด้วยค่ะ เขาบอกว่าจะเอาไปลงที่ Christianity Today ค่ะ

ขอพระเจ้าองค์เที่ยงแท้-พระเยซูคริสต์อวยพรทุกท่านนะคะ
 


  คำตอบที่ 9  
 

ยุรี

24 ต.ค. 48
เวลา 20:45:13
ขอบคุณพระเจ้า ขอคำพยานขอคุณนำความรอดไปสู่ทุก ๆ คน พระเจ้ายิ่งใหญ่จริง ๆ ค่ะ จะอธิษฐานเผื่อต่อไปค่ะ ขอให้คุณเข้มแข็งนะคะ พระเจ้ารักคุณค่ะ
 


  คำตอบที่ 10  
 

goodnews

25 ต.ค. 48
เวลา 9:28:04
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอทรงโปรดยกบาปผิดแก่พี่น้องมุสลิมทุกคน ขอพระเจ้าแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา คือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงโปรดประทานให้เขาทั้งหลาย มีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญา และความประจักษ์แจ้งในเรื่องความรู้ถึงพระองค์ และขอให้ตาใจของเขาสว่างขึ้น เพื่อเขาจะได้รู้ว่า ในการที่พระองค์ทรงเรียกเขานั้น พระองค์ได้ประทานความหวังอะไรแก่เขา และรู้ว่า มรดกของพระองค์สำหรับธรรมิกชนมีสง่าราศีอันอุดมบริบูรณ์เพียงไร และรู้ว่า ฤทธานุภาพอันใหญ่ของพระองค์มีมากยิ่งเพียงไร สำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อ ตามอำนาจของพระกำลัง และฤทธานุภาพอันใหญ่ยิ่งของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำในพระคริสต์ เมื่อทรงชุบให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย และให้สถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ในสวรรคสถาน สูงยิ่งเหนือบรรดาเทพผู้ครอง เหนือศักดิเทพ เหนืออิทธิเทพ เหนือเทพอาณาจักร และเหนือนามทั้งปวงที่เขาเอ่ยขึ้น มิใช่ในยุคนี้เท่านั้น แต่ในยุคที่จะมาถึงด้วย พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ คือซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน ขอบรรจุพระธรรมไว้ในจิตใจของเขา เปลี่ยนจิตใจเนื้อแทนจิตใจหิน เปลี่ยนจิตวิญญาณใหม่ ขอทรงส่งผู้รับใช้ของพระองค์ไปประกาศข่าวประเสริฐ ประกาศพระนามของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอด ให้เขาทั้งหลาย ไวต่อการกลับใจ ถ่อมใจ ตอบสนองต่อพระนามและพระวจนะของพระองค์ ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขาครบจำนวน ขอบพระคุณพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ กราบทูลขอในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
 


  คำตอบที่ 11  
 

ฟาติมะ

25 ต.ค. 48
เวลา 19:34:39
อาเมน

ขอบคุณมากค่ะ
 


  คำตอบที่ 12  
 

น้องเอง

16 พ.ย. 48
เวลา 16:18:41
ได้อ่านแล้วนะคะ ดีมากคะ ถูกต้องหลายครั้งที่ลืมสิ่งเจ็บปวดไป ขอบคุณพระเจ้านะพี่ที่ผ่านมาได้เกือบไปหลายครั้ง รู้สึกดีมาก ๆ เลยความรู้สึกดี ๆ กลับมาอีกครั้ง ขอพระเจ้าอวยพรพี่นะคะแล้วจะอธิษฐานเผื่อ
 


  คำตอบที่ 13  
 

น้องเอง

16 พ.ย. 48
เวลา 16:19:09
ได้อ่านแล้วนะคะ ดีมากคะ ถูกต้องหลายครั้งที่ลืมสิ่งเจ็บปวดไป ขอบคุณพระเจ้านะพี่ที่ผ่านมาได้เกือบไปหลายครั้ง รู้สึกดีมาก ๆ เลยความรู้สึกดี ๆ กลับมาอีกครั้ง ขอพระเจ้าอวยพรพี่นะคะแล้วจะอธิษฐานเผื่อ
 


  คำตอบที่ 14  
 

โสพิศ

16 พ.ย. 48
เวลา 18:02:02
จริงค่ะ รับพะรพรมากเลย
 


  คำตอบที่ 15  
 

hero

17 พ.ย. 48
เวลา 0:09:57
C:\Documents and Settings\user\My Documents\พระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้บอกอะไรแก่เรา เกี่ยวกับพระเยซู ....doc
 


  คำตอบที่ 16  
 

ศูนย์โนอาห์ ท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา

17 พ.ย. 48
เวลา 9:35:58
คุณฟาติมะ ขอบคุณพระเจ้ามาก ๆนะครับ ที่พระองค์ทรงรักและเมตตาชีวิตของคุณมากจริง ๆ และผมเชื่อว่าพระองค์ผู้เริ่มต้นการดีแล้วทุกสิ่งจะไปถึงซึ่งความสมบูรณ์ รวมทั้งครอบครัวของคุณด้วย โดยไม่มีอะไรจะมีชัยชนะเหนือพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ คุณเป็นลูกของพระองค์ที่ทรงกำหนดไว้แล้วอย่างแท้จริง
 


  คำตอบที่ 17  
 

ศูนย์โนอาห์ ท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา

17 พ.ย. 48
เวลา 9:36:02
คุณฟาติมะ ขอบคุณพระเจ้ามาก ๆนะครับ ที่พระองค์ทรงรักและเมตตาชีวิตของคุณมากจริง ๆ และผมเชื่อว่าพระองค์ผู้เริ่มต้นการดีแล้วทุกสิ่งจะไปถึงซึ่งความสมบูรณ์ รวมทั้งครอบครัวของคุณด้วย โดยไม่มีอะไรจะมีชัยชนะเหนือพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ คุณเป็นลูกของพระองค์ที่ทรงกำหนดไว้แล้วอย่างแท้จริง
 


  คำตอบที่ 18  
 

ฟาติมะ

17 พ.ย. 48
เวลา 15:23:38
ขอบคุณมากค่ะ
 


  คำตอบที่ 19  
 

ทีมนมัสการ 68

23 พ.ย. 48
เวลา 12:24:18
หนุนใจมากๆ เลยค่ะ สำหรับคำพยาน
ขอพระเจ้าสถิตย์อยู่กับคุณและครอบครัวทุกๆ คนนะค่ะ
 


  คำตอบที่ 20  
 

เล็ก

4 ม.ค. 49
เวลา 14:20:49
ขอพระเจ้าอวยพรคุณฟาติมานะคะ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิต และคำพยานของคุณ
 


| หน้า 1 2 3 |


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127