ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  ศาสนาคริส  
 

micha

10 มี.ค. 48
เวลา 12:22:15

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
อยากเปลี่ยนศาสนาจากพุธมาเป็นคริสมีวิธีอย่างไรและปฎิบัติอย่างไร ช่วยอธิบายให้ทราบหน่อยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าน่ะค่ะ
 


คำตอบที่ 121-140 ทั้งหมด 519 คำตอบ | หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 | หน้าถัดไป  หน้าสุดท้าย
  คำตอบที่ 121  
 

thaon 21_@ hotmail.com

29 เม.ย. 50
เวลา 11:14:31
อยากจะเปลี่ยนชีวิตใหม่ ต้องการรู้เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่แล้วรังสิตคลอง 3 ไม่ทราบจะไปที่ไหนดี ที่ใกล้บ้าน
 


  คำตอบที่ 122  
 

thaon 21_@ hotmail.com

29 เม.ย. 50
เวลา 11:26:10
ต้องการจะเปลี่ยนชีวิต อยากรู้เกี่ยวพระเจ้า ไม่ทราบจะสต้องทำอย่างไร บ้านอยู่แถวรังสิต คลอง 3
 


  คำตอบที่ 123  
 

davud

29 เม.ย. 50
เวลา 23:32:34
ถ้าเข้าไปแล้วยังไม่เจอสัจธรรรม ผมแนะนำให้มาศึกษาอิสลามนะครับ รับรองเจอสัจธรรมแน่นอนคับ
 


  คำตอบที่ 124  
 

พลอย R.W.B.

7 พ.ค. 50
เวลา 13:49:56
พระเจ้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตหนู
 


  คำตอบที่ 125  
 

สงกรานต์

9 พ.ค. 50
เวลา 0:44:45
ลองฟัง Fm 87.75 ทุกวันเสาร์ เวลา 19.30-22.00
วันอาทิตย์ 21.30-24.00 น.
โทร. 02-532-8219 (โทรเข้ารายการ)
พี่สงกรานต์, พี่เมย์
 


  คำตอบที่ 126  
 

สงกรานต์

9 พ.ค. 50
เวลา 0:45:55
ลองฟัง Fm 87.75 ทุกวันเสาร์ เวลา 19.30-22.00
วันอาทิตย์ 21.30-24.00 น.
โทร. 02-532-8219 (โทรเข้ารายการ)
สถานี อยู่ รังสิตคลอง 4
พี่สงกรานต์, พี่เมย์
 


  คำตอบที่ 127  
 

ปิ๊ก

15 พ.ค. 50
เวลา 13:31:20
ถ้าคุณรับพระเจ้า พระเจ้าก็จะคุ้มครองคุณ
 


  คำตอบที่ 128  
 

เฉลิมชัย จันทร์ฝั้น

22 พ.ค. 50
เวลา 10:48:23
ขอให้พระเจ้าอวยพระพรทุกท่านและพระเจ้ารักคุณ
 


  คำตอบที่ 129  
 

ยุ้ย

23 พ.ค. 50
เวลา 14:06:17
พระเจ้ารักทุกคน
 


  คำตอบที่ 130  
 

เบศ

25 พ.ค. 50
เวลา 12:19:06
จงวางใจในพระเจ้า
 


  คำตอบที่ 131  
 

ด.ญ.ขวัญชนก ถึกสุวรรณ

28 พ.ค. 50
เวลา 20:27:51
หนูเพิ่งอายุ9ขวบเองค่ะหนูรักพระเยซูที่สุดเลยค่ะหนูขึ้นไปอย่บนสหวันขอประทานโทษนะค่ะยังเขียนไม่ข้อยได้ต่อหนูจะให้พระเจ้าจับมือหนูให้หนูเล่นขิมให้ได้หนูจะอธิธากับพระเจ้าทุกวันคนคริตแท้ในพระนามพระเยซูคริตเจ้าเอเมนหนูอยูจังหวัดตราดอำเภอคลองใหญ่โรงเรียนนักคราศึกษา
ลาก่อนค่ะ
 


  คำตอบที่ 132  
 

fffffffffffffffffff

1 มิ.ย. 50
เวลา 17:47:22
รักเเละเชื่อในพระเจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 


  คำตอบที่ 133  
 

joe

2 มิ.ย. 50
เวลา 5:19:41
ให้ผมตอบตามตรงนะ
สำหรับผมศาสนามันก็เหมือนศิลปะการต่อสู้ล่ะครับ
มันมีหลายแบบ
แต่ทุกแบบมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือความตั้งใจและศึกษามาอย่างดี
ถ้าคุณตั้งใจพอคุณก็จะเก่ง ซึ่งความเก่งก็เหมือนความดีล่ะครับ

เรื่องเปลี่ยนศาสนา ผมว่าก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นะ
แต่ถ้าผมเกิดในครอบครัวพุทธผมก็จะนับถือพุทธ
ถ้าผมเกิดในครอบครัวคริสผมก็จะนับถือคริส
ผมไม่รู้ว่าผมจะเปลี่ยนทำไม ในเมื่อทุกศาสนาก็ต้องการให้คนทำดี
แถมการเปลี่ยนศาสนาเพียงคนเดียว และคนทั้งตระกูลนับถืออีกศาสนาหนึ่ง
มันไม่ลำบากขึ้นหรือ? จะทำพิธีอะไรก็ยาก
ดีไม่ดีจะวุ่นวายกว่าเดิม

เกิดมาศาสนาไหนก็อยู่ศาสนานั้นถ้าคุณยังไม่ได้เป็น"คนชั่ว"
เพราะศาสนาสอนคุณแล้วแต่ถ้ายังชั่วอีกก็คงต้องลองให้ศาสนาอื่นมาขับกล่อม
นี่อาจจะเป็นเหตุผลสำหรับผมถ้าผมต้องการเปลี่ยนศาสนาน่ะครับ
 


  คำตอบที่ 134  
 

อานะ

3 มิ.ย. 50
เวลา 1:03:06
ค่ะ ทุกศาสนาสอนเป็นคนดี แต่ ถ้าคุณรู้ถึงพระวิญญาณบริสุทธ์ที่ไม่ใช่แค่คำสอนนะ แต่สถิตอยู่กับเราจริงอย่างสัมผัสได้ เรื่อง ศาสนาก็อีกเรื่องไม่ได้ขึ้นอยู่กับครองครัวค่ะ แต่อยู่กับความเชื่อเรา ใจเราสมองเราการดำเนินชีวิตเราเรากำหนดเองได้นะ ลองสิ คุณจะรู้และสัมผัสได้ ถ้าพระเจ้าไม่มีจริงคนเป็นครึ่งค่อนโลกเขาจะงมงายกันหรอ???คิดง่ายๆคิดเล่นๆแต่เรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ค่ะ
 


  คำตอบที่ 135  
 

bb

3 มิ.ย. 50
เวลา 20:54:30
ถ้าเกิดในครอบครัวพุทธ ก็ต้องเป็นพุทธตั้งแต่เกิด ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่

เกิดในครอบครัวคริสต์ แล้ว จะเป็นคริสเตียนทุกคนนั้น ผมไม่เห็นด้วยครับ
เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีพ่อแม่เป็นคริสเตียนแล้วจะเป็นคริสเตียนอัตโนมัติ
ทุกคนต้องกลับใจใหม่เอง

พระเจ้าไม่มีหลานครับ มีแต่ลูก

แน่นอนศาสนาเปลี่ยนได้
แต่คริสเตียนไม่ใช่แค่ศาสนา แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้สร้างกับผู้ถูกสร้าง (พระเจ้ากับมนุษย์)
หรือ พูดง่าย ๆ คือ พ่อกับลูก

เพราะฉะนั้น คริสเตียนจึงไม่ค่อยอยากจะใช้คำว่าศาสนาครับ เพราะ ศาสนามันเหมือนจะแยกความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับลูกของพระองค์ เพราะพระเจ้า (พ่อ) ของคริสเตียนอยู่กับเราทุกหนแห่ง อยู่ในใจและครอบครองลูกของพระองค์ทุกคน นั่นคือสิ่งที่แตกต่างระหว่าง ศาสนากับความสัมพันธ์ครับ
 


  คำตอบที่ 136  
 

หุๆๆๆๆ

5 มิ.ย. 50
เวลา 12:50:58
ทำไมถึงเปลี่ยน
ศาสนาพุทธมัไรไม่ดีครับ
พระเครื่องคือเปลือก พระธรรมคือแก่น
ถ้าคูรรับพระไตรรักสิกขามาแล้ว พระไตรฯก็จะคุ้มครองคุณ
คุณขอให้พระเจ้ามาเข้าฝันผมหน่อยสิครับ
ขอให้เจริญในทางธรรมยิ่งๆขึ้นนะครับ
 


  คำตอบที่ 137  
 

ลองนับถือพระเจ้าได้ไหมผิดหรือเปล่า

7 มิ.ย. 50
เวลา 6:56:51
ช่วยตอบหน่อย
 


  คำตอบที่ 138  
 

ทะมวง

7 มิ.ย. 50
เวลา 7:02:48
ช่วยตอบหน่อย
 


  คำตอบที่ 139  
 

ภัทร

7 มิ.ย. 50
เวลา 9:50:20
ไม่ผิด ไม่เชื่อลองดู ผมลองมาแล้ว...
 


  คำตอบที่ 140  
 

jr

11 มิ.ย. 50
เวลา 19:26:38
1.คริสตจักรของท่านอาจจะไม่ใช่คริสตจักร !
สิ่งที่ท่านทำนั้นอาจจะไม่ใช่คริสตจักร คริสตจักรไม่ใช่ตัวอาคารสถานที่ ข้อนี้ข้าพเจ้าทราบว่าท่านก็รู้ดี คริสตจักรไม่ใช่ความแตกแยก ข้อนี้ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านก็ทราบ แต่บางท่านอาจจะไม่ได้ยอมรับในเรื่องนี้ และท่านก็พยายามหาเหตุผลขึ้นมาเพื่อหักล้างว่าตัวเองไม่ได้แตกแยก ทั้งๆที่ความจริงก็คือความจริง คำพูดอาจจะบอกว่าไม่แตกแยก แต่สิ่งที่ปรากฏในปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น และท่านอาจจะพยายามทำให้คนอื่นเห็นว่า “ดูซิ ฉันทำถูกต้องกว่า” การกระทำของท่านที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร คือการถือพวกถือคณะอยู่ รักแต่พวกพ้องโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งกลุ่มคนที่ท่านดูแลอยู่ ก็ไม่ได้ เป็นผู้ที่แยกออกมาบริสุทธิ์ ตามอย่างพระคัมภีร์ โคโลสี ๓:๑๒ และไม่ได้แยกออกจากโลก ยังเป็นของโลกอยู่ ยังประพฤติตัวตามอย่างโลกอยู่ ไม่ประพฤติตามคำอธิษฐานของพระเยซูใน ยน.๑๗ สภาพการณ์ฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรปัจจุบันนี้ เป็นการฝ่าฝืนน้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นอย่างมาก มีการแตกแยกทวีมากขึ้นๆ นี้ไม่ใช่ความผิดเล็กน้อย แต่เป็นบาปหนักทีเดียว ขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ้า ตามพระคัมภีร์ยอห์นบทที่๑๗ ซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า “ให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”
2.คริสตจักรของท่านอาจจะไม่ใช่เจ้าสาวของพระคริสต์ !
ถ้าไม่ใช่เจ้าสาวของพระคริสต์ก็เป็นหญิงแพศยาตามอย่างวิวรณ์๑๗ แท้ที่จริงแล้วท่านเป็นของพระคริสต์ แต่พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเป็นหญิงแพศยาคือ ติดป้ายชื่อว่าเป็นคณะนั้นคณะนี้ ตามจำนวนเงินและผลประโยชน์บางอย่างที่ปิดซ้อนไว้เป็นความลับ ในสายพระเนตรของพระองค์ไม่ได้มองว่าความแตกแยกเป็นเจ้าสาวบริสุทธิ์เลย เพราะพระองค์มองเป็นความแพศยา เปลี่ยนชื่อสกุลบ่อยๆ เมื่อไม่พอใจคณะเก่า หรือที่เก่าๆก็ไปที่ใหม่ บางแห่งบอกว่าเป็นของพระคริสต์ แต่มีป้ายแขวนคอว่า “ไม่มีคณะนิกาย” แต่เขาเหล่านั้นไม่รู้ตัวเองเลยว่า มีป้ายชื่อตั่งแต่เมื่อไหร่
3.คริสตจักรของท่านอาจจะไม่ใช่พระกายของพระคริสต์ !
การแตกแยกคือการหั่นอวัยวะออกจากกาย ท่านอาจจะกำลังตัดอวัยวะในพระกายไปเป็นของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ในทุกหนทุกแห่งกำลังเพิ่มทวีความแตกแยก ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งท่านเองก็มีส่วน แล้วท่านอาจจะอ้างว่าเป็นพระกายของพระองค์ ทั้งๆที่ท่านเอง ก็มีรูปแบบเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร และท่านเองก็ไม่รู้ตัว เพราะท่านชินชากับสิ่งที่ไม่ปรกติ ก็เลยสรุปเองว่าสิ่งเหล่านั้นถูกต้อง ทั้งๆที่รูปแบบองค์กรศาสนา ครอบงำโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นคณะท้องถิ่น แล้วขยายวงกว้างเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก แต่ไม่มีใครในท่ามกลางท่านทั้งหลายสังเกตเห็นได้
4.คริสตจักรไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีของประทานทั้ง 5 อย่าง เพื่อสร้างพระกายขึ้นมา (อฟ 4:11)
ปัจจุบันผู้รับใช้ในคณะองค์กรพยายามเขี่ยของประทานบางอย่างออกไป เช่น อัครทูต และผู้เผยพระวจนะ เหลือไว้เพียง ผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ ศิบยาภิบาลและอาจารย์เท่านั้น ในการสร้างคริสตจักร เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะสร้างคริสตจักรโดยขาดของประทานทั้งสองอย่างแรก คืออัครทูตและผู้เผยพระวจนะ ที่เปรียบได้กับท่อที่ส่งให้โลหิตไหลไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย นำมาซึ่งการหล่อเลี้ยง และการชำระให้บริสุทธิ์ด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ และงานของผู้เผยพระวจนะที่มีเฉพาะเจาะจงแต่กลับถูกละเลย ปัจจุบันนี้ผู้เผยพระวจนะยังคงทำงานเหมือนเดิมเหมือนในอดีต คือการตักเตือน การกล่าวโทษประชากรของพระเจ้าเมื่อประชากรไม่ดำเนินในวิถีของพระองค์ กล่าวโทษโลก และการเปิดโปงความมืด ตัวอย่างของเยเรมีย์ กล่าวโทษอิสราเอล กล่าวโทษบรรดาประชาชาติทั้งหลาย(ยรม๒:๑๕-๓๘) แต่สิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงเพิ่มเข้ามาคือ ทรงนำของประทานผู้เผยพระวจนะ เข้ามาตั้งไว้ในคริสตจักร ให้ประสานงานกับคริสตจักรทุกๆชุมชนท้องถิ่น
5.ไม่ใช่คริสตจักร ถ้าไม่มีฐานท้องถิ่นของ ทุกๆชุมชน เป็นหนึ่งเดียว ในหนึ่งเมือง
องค์ประกอบฝ่ายวิญญาณ ในท้องถิ่นหนึ่ง ต้องมีผู้ปกครองยืนเป็นเสาหลัก ผู้ปกครองต้องมีมาตรฐานของพระคัมภีร์(ทต ๑:๕-๑๖,๑ทธ๓:๑-๗) ถ้าไม่มี ถือว่าคริสตจักรท้องถิ่นที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งผู้ปกครองท้อง
ถิ่นจะอยู่ภายใต้การ ชี้นำ ของอัครทูต คือร่วมประสานงานกับทุกๆชุมชน ผ่านทางอัครทูต อันเป็นหนึ่งเดียวในหนึ่งเมือง






คริสตจักรของท่านเป็นของพระคริสต์
แต่ถือหลักคำสอนแต่เปลือกนอกหรือเปล่า?
คริสตจักรของท่านไม่ใช่คริสตจักร ทำไมหรือ?
ไม่ใช่พระกายของพระคริสต์ ทำไมล่ะ?
ไม่ใช่เจ้าสาวของพระคริสต์ เป็นไปได้อย่างไร?
ตรวจสอบได้ในรายละเอียดของหนังสือเล่มนี้ได้


คริสตจักรตายเสียแล้ว จริงหรือ?
-“เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า เจ้าได้ชื่อว่ามีชีวิตอยู่แต่ว่าเจ้าได้ตายเสียแล้ว” เพราะเราไม่ พบการกระทำของเจ้าไม่มีผลต่อพระพัตร์พระเจ้า (วว3:1)
-พระผู้เป็นเจ้ากล่าวว่า “ประชาชนเหล่านี้อ้างว่านมัสการเรา แต่คำพูดของพวกเขาไร้ความ หมายและจิตใจของเขาก็จดจ่ออยู่ที่อื่น ความเชื่อของพวกเขาก็ไม่มีอะไร มีแต่กฏเกณฑ์ของ มนุษย์ซึ่งท่องจำให้ขึ้นใจเท่านั้น (มธ15:8-9,อสย29:13)
-เพราะว่าเจ้าเป็นเหมือนอุโมงค์ฝังศพซึ่งฉาบด้วยปูนขาว ข้างนอกดูงดงามแต่ข้างในเต็มไป ด้วยกระดูกคนตายและสารพัดโสโครก เจ้าทั้งหลายก็เป็นอย่างนั้นแหล่ะ ภายนอกแลดู เหมือนว่าเป็นคนชอบธรรม แต่ภายในเต็มไปด้วยความเท็จเทียมและอธรรม (มธ23:27-28)

คริสตจักรใหญ่ซะเปล่า
-คริสตจักรพวกเราใหญ่ -โบสถ์พวกเราสวยงามและสะอาดดีปัดกวาดทุกวัน -พวกเราเป็น คริสเตียนแต่กำเนิด -คริสตจักรเรามี 80 ครอบครัว โต๊ะเก้าอี้สวยดีมีนักดนตรี เก่งๆเยอะ มี นักร้องไพเราะ มีนักเต้นประกอบท่าสวยงามดูแล้วชื่นใจ คนเหล่านั้นรวมทั้งอาจารย์ทั้ง หลายรู้ความจริงดีว่าคริสตจักรมีความหมายอย่างไร? พวกเขาเชื่อพระเจ้า 5 ปี10 ปี ไม่รู้เลยว่าพระเจ้าคือใคร ? และตัวเองเป็นใคร ? น้ำพระทัยของพระเจ้าคืออะไร ? แต่ไม่ทำตาม เลือกทำตามใจตัวเอง

ชีวิตแบบนี้หรือ ที่เป็นชีวิตคริสเตียนแท้?
1) กินเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนันก็ขอให้มาโบสถ์
2) โกหก ขโมย โกง โลภ ก็ขอให้มาสามาคีธรรมที่โบสถ์
3) เล่นชู้ ผิดประเวณี ก็ขอให้มาโบสถ์
4) ดู V.C.D. โป้ ไม่เป็นไรขอให้มาโบสถ์
5) งานแต่งมีดนตรี เสร็จงานเต้นรำกัน ล้อมวงกินเหล้ากับเขาก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้


มาโบสถ์ อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่เคยขาดนั้น
6) ด่ากัน ตีกัน เกลียดชังกัน ต่อสู้กัน ไม่รักซึ่งกันและกัน หาเรื่องให้กันฟ้องร้องกัน กล่าวโทษกันก็ไม่เป็นไร แค่เพียงให้มาโบสถ์ไม่ขาดโบสถ์ก็พอ
7) เป็นมิตรกับโลก ก็ไม่เป็นไรขอเพียงให้มาโบสถ์ก็พอ
8) ขอหวยกับต้นไม้ กับผี ก็ไม่เป็นไร แค่เพียงให้มาโบสถ์ก็พอ
9) ยามเจ็บป่วย ไปหาเจ้าพ่อหมอผี รดน้ำมนต์ให้ก็ไม่เป็นไรแค่เพียงให้มาโบสถ์ก็พอ
10) คนไม่เชื่อพระเยซู กราบไหว้รูปเคารพเราก็กราบด้วย เพื่อสามัคคีธรรมกับเขาก็ไม่ เป็นไร แค่เพียงให้มาโบสถ์ก็พอ
11) สมาชิกไม่รู้พระคำ ไม่อ่านพระคำ ไม่อธิษฐาน ขอเพียงให้มาโบสถ์ฟังแต่พวก นักเทศน์ก็พอ
12) อจ.ใหญ่ ของพวกเขาสอนว่า เราก็ยังเป็นคนบาปอยู่ ไม่มีใครหรอกเป็นผู้ชอบธรรม ทำบาปเรื่อยๆก็ไม่เป็นไร เพราะเราทั้งหลายรอดพ้นด้วยพระคุณ

แล้วรับใช้พระเจ้าหรือรับใช้กระเพาะของตัวเอง
1) อจ.ใหญ่สอนว่าเรื่องสมาชิกนั้น ทำบาปอยู่เรื่อยๆไม่เป็นไร เขาไม่สนหรอก ขอเพียง มีใจมุ่งมั่นไปโบสถ์ ถวายเงินเยอะๆก็พอใจแล้ว เวลาตาย อจ.ใหญ่ ก็จะทำพิธีฝังศพ อธิษฐานส่งวิญญาณให้ ผู้นั้นก็ไปถึงพระเจ้าแล้ว
2) ศบ.น้อย กล่าวว่าพระเจ้าเราไม่กลัวเรากลัว อจ.ใหญ่มากกว่าเวลาทำบาปเราก็เห็นแต่ เราไม่สามารถพูดบอกเขาได้ เพราะกลัวว่าเขาจะปลดออกจากตำแหน่ง กลัวจะไม่มี เงินเดือน ดังนั้นเขาทำผิดอะไรก็เรื่องของเขา เราก็เฉยๆ
3) ทางสมาชิกบางคนที่สัตย์ซื่อกล่าวว่า พวกเราเจ็บปวดจิตใจเหลือเกิน เมื่อเห็น อจ.ใหญ่ สถาปนา อจ.น้อย ที่ไม่มีปริญญาแต่ก็ตั้งให้เป็น ศจ. ชีวิตก็ไม่ได้เป็นแบบ อย่าง หรือว่าแต่งตั้งพวกเขาเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า พวกเรารู้ว่าเขา ทำไม่ถูกแต่เราก็ไม่กล้าพูดให้เขา ถ้าพูดเรากลัวว่าเขาจะไล่เราออกจากการเป็น

สมาชิกของคริสตจักร และกลัวว่า อจ.ใหญ่จะไม่ทำพิธีฝังศพให้เมื่อเราตายไป
จำเป็นที่เราจะอยู่เฉยๆ ปิดปากให้เงียบไว้ดีกว่า
4) อจ.ใหญ่ ของพวกเราเทศนาดีมาก เทศเรื่องความสัตย์ซื่อในของเล็กน้อยและให้สัตย์ซื่อในของหลายอย่าง แต่อจ.ใหญ่ทำใบบัญชีชื่อรับเงินเดือน จากต่างประเทศ ของพวกเราหล่นจึงรู้ว่า อจ.ใหญ่ยักยอกเงินเดือนเราไป คนละ 60 $ 85 $ บ้าง แล้ว จ่ายพวกเราเพียง 10 $ 15 $ เท่านั้น พวกเรา เจ็บใจมากเพราะ อจ.ใหญ่ สอนดีให้ผู้ อื่นสัตย์ แต่ อจ.ใหญ่ กลับหน้าซื่อ ใจคตเหมือนพวกฟารีสีเลย แต่เราพูดอะไรไม่ได้ 10 $ 15 $ ก็ต้องเอาไว้ก่อน (หมายเหตุ:เงินเดือนของผู้รับใช้ในประเทศที่ถูกกีดกั้นด้านการประกาศพระกิตติคุณ)
5) ส่วน ศบ.น้อยกล่าวว่า เรารับใช้พระเจ้ามาหลายปีแล้ว ถ้าอจ.ใหญ่ ตัดเงินเดือนเรา ก็จะเลิกรับใช้ ถ้าไม่มีเงินเดือน เรารับใช้ไปก็ไม่มีความหมายอะไร ไปทำไร่ทำนาดีกว่า เป็นสมาชิกธรรมดาก็พอพระเจ้าคงไม่ว่าอะไร
6) พี่น้องบางท่านกล่าวว่า อจ.ใหญ่สอนวิธีไล่ครูสอนปลอม ไม่อนุญาติให้เข้ามาสอน เพราะเขาสอนผิดเขาบิดเบือนพระวจนะ เขาสอนว่าให้เราเป็นคนชอบธรรมและ เป็นคนบริสุทธิ์ อย่าอนุญาติให้เขาเข้ามาสอน เดียวสมาชิกจะเป็นพวกบริสุทธิ์และติดตามเขาไป เพราะเขารู้พระคำภีร์เยอะ เขาพูดพระวจนะโดยไม่ต้องเปิดเลย และก็พูดถูกด้วย
7) อจ.น้อย สอนสมาชิกว่าถ้า อจ.ใหญ่สอนผิดหรือถูกก็ตาม ก็อย่าไปว่าเขา ดาวิดยังไม่แตะต้องซาอูลเลย (อจ.ใหญ่เป็นซาอูลหรือ ? ผู้แปล)
8) ผู้นำภาคแห่งหนึ่งกล่าวว่า “พวกคุณรับใช้พระเจ้ามีเงินเดือนเยอะไหม ? ถ้าเยอะ พวกเราก็จะย้ายมาเป็นผู้นำภาคให้กับกลุ่มพวกคุณ” พวกเราก็ตอบว่า “พวกเราไม่ มีเงินเดือนหรอก เพราะพวกเรารับใช้โดยไม่เห็นแก่เงินทองหรือปากท้อง พวกเรา รับใช้ตามกำลังที่พระเจ้าประทานให้ เพราะเราวางใจในพระเจ้า พระเจ้าก็ไม่ได้ ปล่อยให้เราขัดสน” ดังนั้นผู้นำภาคจึงพูดกับเราว่า“ถ้าพวกคุณไม่มีเงินเดือนให้เรา

เราก็ไม่สามารถร่วมงานกับพวกคุณได้ ต่างคนต่างทำก็แล้วกัน”
9) อจ.ใหญ่นำเงินที่พี่น้องถวายมา เอาไปช่วยผู้นำรัฐบาลที่ไม่รู้จักพระเจ้ามากมาย
แต่ละเลยพี่น้องที่เป็นคนยากจนไม่มีแม้แต่ข้าวที่จะกลอกหม้อด้วยซ้ำไป ตกลง อจ. ใหญ่รักใครกันแน่ คนของโลกหรือคนของพระเจ้า

ด้วยพระคุณ ข้าพเจ้าจึงรู้และเข้าใจในแผนการของพระเจ้า
ความจริงคริสตจักรไม่ใช่ตัวโบสถ์อาคาร แต่ขึ้นอยู่กับชีวิตของสาวก คนทั้งหลายจะเห็น คริสตจักรผ่านการประพฤติของเรา ไม่ใช่ตัวโบสถ์อาคารสถานที่ ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า ท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ใน ท่านถ้าผู้ใดทำลายวิหาร ของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายผู้นั้น เพราะวิหารของพระเจ้าเป็นที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และ ท่านทั้งหลายเป็นวิหารนั้น (1คร3:16-17) พระเจ้าตรัสว่า "เหตุฉะนั้นเจ้าจงออกจากหมู่พวก เขาเหล่านั้น และจงแยกตัวออกจากเขาทั้งหลายอย่า แตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาดแล้วเราจึงจะรับ พวกเจ้าทั้งหลาย (2คร6:17)
ข้าพเจ้าไม่ได้แยกออกจากพี่น้องแต่ข้าพเจ้าแยกออกจากความบาป ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าเป็น อวัยวะของพระคริสต์ ข้าพเจ้าไม่สามารถเอาอวัยวะของพระคริสต์ ไปเข้าส่วนกับคนที่ผิด ประเวณีหรือลามก การโสโครก การเกลียดชังกัน การแตกแยกได้ เหตุฉะนั้นพระเยซูจึงตรัส ว่าให้เราเป็นความสว่างของโลก ไม่ให้เราดำเนินชีวิตเหมือนกับโลก หรือเป็นของโลก อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ผู้ใดรักโลกความรักของพระบิดาก็ไม่ได้อยู่ในผู้นั้น ผู้ใดรักโลกผู้นั้นก็เป็นศัตรูพระเจ้า พี่น้องหลายคนเป็นศัตรูต่อพระเจ้า มีหลายคนที่เห็นพี่ น้องและผู้นำทำผิด สอนผิดจากหลักคำสอนแห่งความชอบธรรมที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า และเป็นคนหน้าซื่อใจคต และหวังผลประโยชน์ส่วนตัว จึงมีหลายคนที่ไม่พอใจออกจากที่เดิมๆ เพื่อออกไปตั้งองค์กร ใหม่ๆและหาเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ บ้างก็เดินทางไปตามชนบทเพื่อถ่ายรูปสมาชิก ตามที่ต่างๆ เขียนลายชื่อเสนอไปต่างประเทศ พอได้เงินมาแทนที่จะเอาไปช่วยพี่น้องที่ขัดสนจริงๆ แต่เอาไปสนองกิเลสตัณหาของตนเอง แบบนี้บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ? พระเจ้าจะได้เกียรติได้อย่างไร? นี้หรือความสัตย์ซื่อที่สอนตามที่ต่างๆ ความสัตย์ซื่อแบบไหนกัน ? ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้พระเจ้า ที่จะฉีกหน้ากากและเปิดเผยถึงสิ่งที่ปกปิดไว้ให้ปรากฏถ้าคุณเป็นผู้รับใช้พระเจ้าจริงๆ อย่าเฉยต่อสิ่งเหล่านี้เลย ถึงอย่างไรก็ดี
ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถที่จะเกลียดชังพี่น้องเหล่านั้นเลย แต่เกลียดความบาปของคนเหล่านั้น
ต่างหาก ข้าพเจ้าอธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้น เพื่อขอความเมตตาจากพระเจ้าให้เขาเปลี่ยน แปลงชีวิต และพระเจ้าก็จะไม่ถือโทษโกรธเขาถ้าเขากลับใจ ถ้าเขาไม่ฟังก็ไม่เป็นไร เพราะเขาจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าบัลลังค์ของพระเจ้า เขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ ข้าพเจ้าเห็นและอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ คริสตจักรตั้งแต่อดีดจนถึงปัจจุบันข้าพเจ้าเข้าใจ ในความเคลื่อนไหวทุกอย่าง ว่าแต่ละนิกาย นั้นเกิดขึ้นเมื่อไร จาก คศ.ไหน ถึง คศ.ไหน และอะไรเป็นสาเหตุแห่งการแตกแยก การแตกแยกจึงไม่มีพระวิญญาณ (ยด19) แต่การแตกแยกเป็นการหั่นอวัยวะพระกายของพระคริสต์ ให้เป็นชิ้นๆต่างหาก แต่พระกายของพระคริสต์ คือคริสตจักรที่มีสง่าราศี และเป็นแสงสว่าง ของแผ่นดินโลกอย่างแท้จริง แต่นิกายปัจจุบันกลายเป็นความมืด เพราะคนทั่วไปประณามว่าพวกศาสนาคริสต์เป็นพวกแตกแยก จริงอย่างที่เขาพูด เพราะผู้ใดก็ตามที่สร้างคณะนิกายใหม่ๆขึ้นมา ก็เป็นพวกที่สร้างความแตกแยกและชอบแบ่งเป็นพรรคเป็นพวกอย่างที่เปาโล กล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าหมายความว่าพวกท่านต่างก็กล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล หรือ ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล หรือข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส หรือข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์ พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลเพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้ รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ” (1คร1:12-13) วอทชแมน นี กล่าวไว้ในหนังสือของเขาว่า “ในยุคปัจจุบันนี้ ต่างก็กล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็น...แบ๊พติสต์ ข้าพเจ้าเป็น...เมธอดิสต์ ข้าพเจ้าเป็น...เพนเทคอสต์ ข้าพเจ้าเป็น...ลูเธอร์แลนด์” สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างกับใน1คร1:12-13
ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่น้ำพระทัยของพระบิดา พระเยซูคริสต์ต้องการความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันในพระกาย แต่นิกายมีความขัดแย้งกันและกัน เหมือนกับแขนข้างหนึ่งตัดแขน ข้างหนึ่ง ขาข้างหนึ่งเตะขาข้างหนึ่ง นั้นไม่ใช่คริสตจักรของพระเจ้า

เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่านั้นไม่ใช่คริสตจักรของพระเจ้า
ก็ดูที่ผู้นำบางคนที่ชอบให้คนอื่นอยู่ใต้อำนาจของตนเอง ชอบทำตัวเป็นแขนงซะเอง และดู ในข้อความของพระคัมภีร์ตอนนี้ ถ้าที่ใดไม่ได้ประสานกันเช่นนี้ ที่นั้นก็ไม่ใช่คริสตจักร
ถึงกายนั้นเป็นกายเดียว ก็ยังมีอวัยวะหลายส่วนและอวัยวะเหล่า นั้นแม้จะมีหลายส่วน ก็ยังเป็นกายเดียวกันฉันใด พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น (1คร12-12)
แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์ คือเนื่องจากพระองค์นั้นร่างกายทั้งสิ้นที่ติดต่อสนิท และประสานกันโดยทุกๆข้อต่อ ที่ทรง ประทานได้จำเริญเติบโตขึ้นด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่างทำงาน ตามความเหมาะสมแล้ว (อฟ4:15-16)

อย่าเป็นคนงมงายแต่จงรับผิดชอบชีวิตตนเองให้ดี เพราะว่าผู้ที่สอนคนอื่นจะถูก พิพากษามากกว่าผู้อื่นถ้าทำผิดบ่อยๆ (ยก3-1)
-เพราะว่ามีบางคนได้แอบแฝงเข้ามา ซึ่งพระคัมภีร์ได้บ่งไว้นานแล้วว่าเขาจะถูกพิพากษาลง โทษ อย่างนี้เขาเหล่านั้นเป็นคนอธรรม ที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเราเป็นเหตุให้กระ ทำความชั่วช้าลามก และเขาปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านาย และองค์พระผู้เป็นเจ้า ของ เราแต่องค์เดียว (ยด4)
-ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรที่เราจะอยู่ในบาปต่อไปเพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยพวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้ (รม6:1-2)
-เมื่อเราได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว แต่เรายังขืนทำผิดอีกเครื่องบูชาลบบาปนั้นก็จะไม่มี เหลืออยู่เลย แต่จะมีความหวาดกลัวในการรอคอยการพิพากษาโทษ และไฟอันร้ายแรงซึ่งจะ เผาผลาญบรรดาคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้า (ฮบ10:26-27)
-ผู้ใดมีชัยชนะผู้นั้นจะสวมเสื้อสีขาว และเราจะไม่ลบชื่อผู้นั้นออกจากหนังสือแห่งชีวิตเรา จะรับรองชื่อผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเรา และต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ (วว3:5)
-คนทุจริตเอ๋ยไม่รู้หรือว่าการเป็นมิตรกับโลก นั้นคือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า เหตุฉะนั้นผู้ใด ใคร่เป็นมิตรกับโลก ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า (ยก4:4)
-ต้นไม้ซึ่งไม่เกิดผลดีย่อมต้องถูกฟันลงและทิ้งเสียในไฟ(มธ7:19)
-เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลยเจ้าผู้กระทำความชั่วจงไปเสียให้พ้นหน้าเรา (มธ7:21-23) (คำพูดนี้พูดกับ คนที่รู้จักพระเจ้าดี แต่ไม่เชื่อฟัง)
-แขนงทุกแขนงในเราที่ไม่ออกผลพระองค์ก็ทรงตัดทิ้งเสีย (ยน15:2) ท่านเป็นแขนงแบบไหน?
-วิบัติแก่พวกฟารีสี คนหน้าซื่อใจคด พวกชาติงูร้าย พวกที่จะถูกลงโทษเป็นนิตย์ (มธ 23) -เจ้าไม่เย็นไม่ร้อน เจ้าเป็นแต่อุ่นๆเราจะถูกคายเจ้าออกจากปากของเรา (วว3:15-16)
-เป็นแค่กิ่งมะกอกเทศป่า อย่าอวดตัวเลย พระองค์ทรงหักทิ้งได้ (รม11:11-36)

แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป
อ่าน มธ5:3-10 แล้วอธิษฐานถามพระเจ้าว่า มีสิ่งใดบ้างในชีวิตของท่านที่ยังไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และบางอย่างที่พระเจ้าเร้าใจให้ท่านทำแต่ท่านไม่ได้ทำ ถ้าท่านได้รับการเร้าใจจากพระเจ้าอีก ขอให้ท่านอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าเพื่อท่านจะมีชัยชนะเหนือสิ่งที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะความจอมปลอมที่เกิดขึ้นท่ามกลางกองทัพของพระเจ้า เพราะความไม่สัตย์ซื่อนั้นเอง ทำให้กองทัพพ้ายแพ้มาเกือบ 2000 ปี แล้ว และสร้างความสับสนให้กับคนของพระเจ้ามาตลอดหลายยุคหลายสมัย “ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปิดเผยแผนการของพระองค์ต่อผู้แสวงหาพระองค์และพบกับความจริงนี้ในวันนี้ ที่พระองค์ปรารถนาจะให้ผู้ที่มีจิตใจถ่อมและนอบน้อม ได้เห็นและรู้จักกับพระประสงค์ของพระองค์ ขอพระวิญญาณแห่งความจริงปรากฏต่อผู้ร้องเรียกพระองค์ และเปิดเผยทุกสิ่งให้ท่านได้รู้ในพระนามพระเยซูคริสต์ เอเมน.








 


| หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 | หน้าถัดไป  หน้าสุดท้าย


กรุณาloginก่อนโพสต์
  
Jaisamarn Full Gospel Church 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127