หน้าหลัก
www.jaisamarn.org
www.jaisamarn.net
 จากใจศ.บ.
Pastor's Blog
 ศ.จ.มนูญศักดิ์ กมลมาตยากุล
 อาจารย์ประยูร ลิมะหุตะเศรณี
 Palm (Avantgo)
 Jaisamarn
 ฟังคำเทศนา ทุกสัปดาห์
หมวด
วีดีโอคลิป
มุมมองศบ.
 English language
 Leader Team
 คริสตจักรใจสมาน
 ติดต่อทีมผู้นำ
 คริสตจักรในคณะพระกิตติคุณฯ
 พันธกิจ
 คริสตจักรในเครือพันธกิจ
 ข่าวประชาสัมพันธ์
 กระดานข่าวประกาศ
 กิจกรรมและข่าวคราว
 คริสเตียน
คำอธิษฐาน
เสนอหัวข้ออธิษฐาน
วันฟ้าใส (คำพยาน)
วันฟ้าสวย
 บทเพลงนมัสการ
 บทความ
เบื้องลึกเบื้องหลัง
หมวด
250เหตุการณ์ในชีวิตพระเยซู
 Cell Church
 เกมส์สันทนาการ
MIS Jaisamarn
ปฎิทินคริสตจักรใจสมาน
 ทักทาย-หนุนใจ
Jaisamarn.net
 1Click1กำลังใจ
 WebBoard
 เพื่อนบ้าน
 เพื่อนบ้าน
 แนะนำ คริสตจักร, องค์กร
 แนะนำ www
 ติดต่อ-แนะนำ
Webmaster




Christian in Thailand


[ วันฟ้าใส ]
วันฟ้าใสของ Dr.Mathew Kuruvilla ก้อนเนื้อแห่งความวิตกกังวล
ช่วยด้วยไฟไหม้ ! ทรัพย์สมบัติในโลกนี้ล้วนไม่มีความหมาย……………….
คืนคนดีสู่สังคม กับ อ. สุนทร สุนทรธาราวงศ์ ประตูสู่....เวียดนาม
เป็นโรคหัวใจ, เป็นโรคกระเพาะ,ความดัน ฯ ก็หายหมด ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (3)
ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (2) ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (1)
รายการที่ 1-10 ทั้งหมด 49 รายการ | หน้า 1 2 3 4 5 |
วันฟ้าใสของ Dr.Mathew Kuruvilla
ชีวิตของ Dr.Mathew Kuruvilla แปลโดย อ. โกสุม ลักขณานุกุล


Dr.Mathew Kuruvilla เป็นบุตรคนสุดท้องของ นายเค ซี และนาง เกรซ คูรุวิลลา บิดาเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายข่าวของมหาวิทยาลัยปัทนา ชื่อเดิมของท่านคือ "ทันกู" หลังจากบิดาเสียชีวิตท่านจึงย้ายมาอยู่ที่เมืองโกททายัม และหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 13 ปีขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนวิทยาธิราชา ท่านต้องหารายได้เสริมด้วยการเป็นพนักงงานขายตรงตามบ้าน เพื่อนำมาเป็นค่าเล่าเรียน จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาพานิชศาสตร์ จาก ม.ซี เอ็ม เอส และได้ประสบพบความสำเร็จในการประกอบธุระกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์แพทย์ในเวลาต่อมา และได้สมรถในวัยเพียง 23 ปี เพราะเกรงว่าท่านจะอายุสั้นเช่นบิดา

     
ในปี1992 ท่านป่วยเป็นโรคแพ้ยาชนิดหรึ่งซึ่งเรียกว่าสตีเว่น จอห์นสัน แพทย์ลงความเห็นว่า ท่านจะสูญเสียการมองเห็น และร่างกายของท่านจะเสื่อมโทรมลง ในระหว่างนั้นท่านต้องทนความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายในโรงพยาบาลตาริทัส เมื่อแพทย์ไม่ได้ให้ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ พระเจ้าก็ทรงเข้ามารักษาท่านทันเวลาอย่างอัศจรรย์ ตั้งแต่นั้นมาท่านก็มีร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติ เหตุการณ์นี้นำให้ท่านใกล้ชิดพระเจ้า และเริ่มเสาะแสวงหาคริสตจักรเพื่อไปนมัสการอย่างสม่ำเสมอ เมื่อท่านถูกเชื้อเชิญให้รับบัพติสมา ท่านก็หยุดไปโบสถ์ เพราะเกิดความไม่เข้าใจ

เมื่อท่านเป็นพยานกับเพื่อนว่าพระเยซูคริสต์รักษาท่านให้หายจากโรคสตีเว่น จอห์นสัน เพื่อนคนหนึ่งของท่านก็ซักถามให้ท่านไขว้เขว "พระของอินเดียก็ทำได้เช่นกัน พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ได้อย่างไร พระทั่วไปก็ทำให้มนุษย์เกรงกลัว และขอเงินมาสนับสนุนพิธีกรรม" ดังนั้นท่านจึงหันไปศึกษาศาสนาและลัทธิมากมาย เข้าไปมีส่วนร่วมในเวทย์มนต์คาถา และไสยาศาสาตร์ เพื่อค้นหาพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ จนในที่สุดท่านกลายเป็นคนปฎิเสธพระเจ้าในเวลาต่อมา

ในปี 1955 ท่านตื่นเต้นกับข่าวการออกตัวของรถ Jeep รุ่นล่าสุด Sumojeep ซึ่งเพิ่งวางตลาดครั้งแรกในรัฐนี้ ท่านตั้งใจว่าจะต้องเป็นคนแรกที่ขับรถคันนี้ในเมืองที่ท่านอาศัยอยู่ให้ได้ ท่านจึงวางมัดจำด้วยเงินก้อนโต และได้ขับรถรุ่นนี้ออกมาจากศูนย์ในวันเดียวกันด้วยหัวใจพองโต ระหว่างทางที่ขับรถกลับมานั้น เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน รถบรรทุกที่สวนมาบดขยี้รถคันใหม่ของท่านจนแหลกไม่มีชิ้นดี ตัวท่านเองหมดสติ ถูกนำส่งโรงพยาบาลการัด ท่านรู้สึกตัวในวันที่สาม และพบว่าเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ยิ่งกว่านั้นกระดูกหักหลายซี่ ในวันที่สี่เท้าของท่านเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ท่านด้องเดินทางกลับ้านพร้อมเตียงคนไข้ ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านจะกลับมาในสภาพนี้ ขณะนั้น ไอ พี ซี ได้จัดการประชุมฟื้นฟูที่สนามโรงเรียนมัธธัมบาลัม เมืองโกททายัม โดยมี ศบ. อาโมส เอ ซิงคห์ เป็นผู้เทศนา ครอบครัวท่านจึงแบกท่านมางานี้ คำเทศนาในวันนั้นทรงพลานุภาพอย่างยิ่ง ศบ. อาโมส ซิงค์ ได้เปิดเผยถึงนิมิต 3 ประการเกี่ยวกับตัวท่าน

นิมมิตที่ 1 มีปลาตัวหนึ่งติดเบดของนักตกปลา 2 ครั้งแล้ว แต่ปลาตัวนั้นกลืนตะขอเบ็ดเข้าไป และหนีไปได้ แต่ตะขอนั้นลงไปจับอยู่ที่ซี่โครงของปลาจนสาหัส
-ท่านได้รับการผ่าตัด เนื่องจากไส้ติ่งแตกเป็นเวลาถึง 8 ชม. แต่รอดชีวิตได้
-ท่าเคยเป็นโรคสตีเว่น จอห์นสัน แต่ก็ไท่ตาย
-อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ท่านเคลื่อนไหวได้ยากมาก และซี่โครงท่านก็หัก

นิมิตที่ 2 ที่ชายฝั่งทะเล มีหญิงชรา กับเด็กหนุ่มกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง
-หญิงชราเป็นเครื่องหมายของคริสตจักรธรรมเนียมนิยม และเด็กหนุ่มคนนี้ คือ คริสตจักรยุคใหม่ที่เคลื่อนไหวด้วยการฟื้นฟูของพระวิญญาณบริสุทธิ์

นิมิตที่ 3 เมื่อ ศบ. อาโมส กำลังเทศนาอยู่นั้น มีน้ำมันหยดหนึ่งไหลลงมาจากหน้าผากของท่านอย่างมากล้น จนกลายเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่ซึ่งนำการฟื้นฟูไปถึงทั่วโลก เริ่มต้นที่โกททยัม และไฟนี้จะกระจายไปทั่วโลก คำเทศนานี้นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านได้ยอมมอบชีวิตให้องค์พระเยซูคริสต์ และจำนนต่อพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ หลังจากนั้น ศบ. อาโมส ได้อธิษฐานให้ท่าน "ลุกขึ้น แล้วเดิน" โดยไม่ต้องมีใครช่วยพยุง ในพระนามพระเยซูคริสต์ ท่านได้สัมผัสฤทธิ์อำนาจแห่งการรักษาจากพระเจ้า จนท่านกล่าวด้วยปากของตนเองว่า "ผมไม่อาจเชื่อเลยว่า จะสามารถเดินได้อีกครั้ง" ผมรู้สึกมีสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจลงมาเหนือผม แม้ว่าผมจะผ่านการอัศจรรย์ของพระต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจเช่นนี้มาก่อน และนี่คือความสุขจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นั่นเอง ซึ่งแตกต่างจากความสัมพันธ์กับหนังสือ และศาสนา แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพระเยซูคริสต์เจ้า และพระโลหิตของพระองค์ได้ทรงชำระความรู้สึกผิดของผมไปจนหมดสิ้น" หลังจากนั้นท่านใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งที่เดินโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า หลังจากนั้นท่านจึงรับบัพติสมาในปี 1995
ปัญหาด้านการเงินประดังเข้ามาสู่ชีวิตของท่าน เนื่องจากท่านอยู่ในสภาพทุพลภาพมานาน ธุรกิจการค้าของท่านจึงปิดตัวลง ด้วยหนี้สินมากมาย มันเป็นความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับท่าน แต่นั่นคือเวลาที่ท่านได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น วันหนึ่งเมื่อท่านเทใจต่อพระเจ้าอธิษฐาน ท่านเห็นนิมิตว่า มีที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยเพลิงเผาผญาลที่น่ากลัวอย่างยิ่ง มีชายผู้หนึ่งอยู่ในกองเพลิงนั้นร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง นิมิตนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านประกาศพระกิตติคุณแห่งความรอดแก่ประชาชนที่อยู่ล้อมรอบท่าน และนำเขาเหล่านั้นมาถึงความรอดปลอดภัยในพระเยซูคริสต์ ท่านวิ่งไปประกาศเหมือนคนบ้าคลั่งก็ไม่ปาน ท่านทบทวนนิมิตดังกล่าวอีกครั้งว่า และพบว่าในภาพนั้น ท่านเห็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในกองเพลิงนั้น คือ องค์พระเยซูคริสต์ ซึ่งตรัสเรียกให้มนุษย์เข้ามาร่วมงานกับพระองค์ เพื่อให้ราชกิจนั้นสำเร็จ ท่านจึงตอบพระองค์ว่า "ผมพร้อมแล้ว" ท่านเริ่มต้นจากการเป็นนักเทศน์ฝึกหัด คอยเทศนาแทนนักเทศน์ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ เพื่อไม่ต้องการให้พี่น้องคริสเตียนที่ตั้งใจมาคริสตจักรแล้วต้องผิดหวัง
     
ในปี 1998 Dr.Mathew Kuruvilla ได้อธิษฐานขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าให้มีโอกาสได้พบกับ ศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ในรายการประกาศใหญ่ที่เมือง โคชินเกราเลา ในประเทศอินเดีย และเนื่องจากคนเสริฟอาหารไม่มาทำหน้าที่ ผู้จัดการจึงให้ Dr.Mathew Kuruvilla มาทำหน้าที่แทน และ ศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ได้อธิษฐานวางมือเจิมท่านตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตั้งแต่นั้นมา Dr.Mathew Kuruvilla มีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นเศรษฐีแห่งดวงวิญญาณ ทุกวันนี้ท่านยังมุ่งไปข้างหน้า และหวังว่าจะเห็นประเทศอินเดียได้รับความรอด และปฎิบัติตามคำแนะนำของศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ที่ว่า "อย่าอธิษฐานเผื่อการฟื้นฟูเท่านั้น แต่จงทำให้เกิดการฟื้นฟู อย่ารอให้เหล็กร้อน แล้วค่อยดี แต่จงตีเหล็กจนกว่าจะร้อน
คริสตจักรของ Dr.Mathew Kuruvilla เริ่มจากการรวมตัวของคริสเตียนจำนวน 5-6 คน แต่เพราะการกลับใจใหม่ และหมายสำคัญ มีคนจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาจนต้องย้ายห้องประชุมบ่อยครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนคน และปัจจุบัน คริสตจักรเดอะเฮเว่นลี่ฟีสต์ มีสมาชิกกว่า 1 แสนคน ต้องซื้อโรงงานที่นันทาคอม ซึ่งมีพื้นที่ 14,000 ตารางฟุต แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก 15,000 คนที่เข้ามาประชุมแต่ละรอบ นอกจากนั้นท่านยังมีเด็กกำพร้า 2 ล้าน 5 แสนคน อยู่ในการดูแล ขออธิษฐานเผื่อ Dr.Mathew Kuruvilla ในพันธกิจด้านต่าง ๆ ของท่าน



Jaisamarn Full Gospel Church
Sukhumvit 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok 10110
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127
Ramkhamhaeng 307 Ramkhamhaeng road 68 Huamark, Bangkapi Bangkok 10240
Tel.+66(0)2735-2130-1
Vibhavadi 381 Vibhavadi-Rangsit Rd.,SamSen-Nai, Phayathai, Bangkok. 10400
Tel. +66(0)2616-5958-9