| [ วันฟ้าใส ] |
| วันฟ้าใสของ Dr.Mathew Kuruvilla |
ก้อนเนื้อแห่งความวิตกกังวล |
| ช่วยด้วยไฟไหม้ ! |
ทรัพย์สมบัติในโลกนี้ล้วนไม่มีความหมาย
. |
| คืนคนดีสู่สังคม กับ อ. สุนทร สุนทรธาราวงศ์ |
ประตูสู่....เวียดนาม |
| เป็นโรคหัวใจ, เป็นโรคกระเพาะ,ความดัน ฯ ก็หายหมด |
ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (3) |
| ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (2) |
ความกลัวที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า (1) |
|
รายการที่ 1-10 ทั้งหมด 49 รายการ
|
| หน้า
1
2
3
4
5
|
|
|
วันฟ้าใสของ Dr.Mathew Kuruvilla |
|
| ชีวิตของ Dr.Mathew Kuruvilla แปลโดย อ. โกสุม ลักขณานุกุล |

|
Dr.Mathew Kuruvilla เป็นบุตรคนสุดท้องของ นายเค ซี และนาง เกรซ คูรุวิลลา บิดาเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายข่าวของมหาวิทยาลัยปัทนา ชื่อเดิมของท่านคือ "ทันกู" หลังจากบิดาเสียชีวิตท่านจึงย้ายมาอยู่ที่เมืองโกททายัม และหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 13 ปีขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนวิทยาธิราชา ท่านต้องหารายได้เสริมด้วยการเป็นพนักงงานขายตรงตามบ้าน เพื่อนำมาเป็นค่าเล่าเรียน จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาพานิชศาสตร์ จาก ม.ซี เอ็ม เอส และได้ประสบพบความสำเร็จในการประกอบธุระกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์แพทย์ในเวลาต่อมา และได้สมรถในวัยเพียง 23 ปี เพราะเกรงว่าท่านจะอายุสั้นเช่นบิดา
|
|
|
ในปี1992 ท่านป่วยเป็นโรคแพ้ยาชนิดหรึ่งซึ่งเรียกว่าสตีเว่น จอห์นสัน แพทย์ลงความเห็นว่า ท่านจะสูญเสียการมองเห็น และร่างกายของท่านจะเสื่อมโทรมลง ในระหว่างนั้นท่านต้องทนความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายในโรงพยาบาลตาริทัส เมื่อแพทย์ไม่ได้ให้ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ พระเจ้าก็ทรงเข้ามารักษาท่านทันเวลาอย่างอัศจรรย์ ตั้งแต่นั้นมาท่านก็มีร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติ เหตุการณ์นี้นำให้ท่านใกล้ชิดพระเจ้า และเริ่มเสาะแสวงหาคริสตจักรเพื่อไปนมัสการอย่างสม่ำเสมอ เมื่อท่านถูกเชื้อเชิญให้รับบัพติสมา ท่านก็หยุดไปโบสถ์ เพราะเกิดความไม่เข้าใจ
เมื่อท่านเป็นพยานกับเพื่อนว่าพระเยซูคริสต์รักษาท่านให้หายจากโรคสตีเว่น จอห์นสัน เพื่อนคนหนึ่งของท่านก็ซักถามให้ท่านไขว้เขว "พระของอินเดียก็ทำได้เช่นกัน พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ได้อย่างไร พระทั่วไปก็ทำให้มนุษย์เกรงกลัว และขอเงินมาสนับสนุนพิธีกรรม" ดังนั้นท่านจึงหันไปศึกษาศาสนาและลัทธิมากมาย เข้าไปมีส่วนร่วมในเวทย์มนต์คาถา และไสยาศาสาตร์ เพื่อค้นหาพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ จนในที่สุดท่านกลายเป็นคนปฎิเสธพระเจ้าในเวลาต่อมา
ในปี 1955 ท่านตื่นเต้นกับข่าวการออกตัวของรถ Jeep รุ่นล่าสุด Sumojeep ซึ่งเพิ่งวางตลาดครั้งแรกในรัฐนี้ ท่านตั้งใจว่าจะต้องเป็นคนแรกที่ขับรถคันนี้ในเมืองที่ท่านอาศัยอยู่ให้ได้ ท่านจึงวางมัดจำด้วยเงินก้อนโต และได้ขับรถรุ่นนี้ออกมาจากศูนย์ในวันเดียวกันด้วยหัวใจพองโต ระหว่างทางที่ขับรถกลับมานั้น เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน รถบรรทุกที่สวนมาบดขยี้รถคันใหม่ของท่านจนแหลกไม่มีชิ้นดี ตัวท่านเองหมดสติ ถูกนำส่งโรงพยาบาลการัด ท่านรู้สึกตัวในวันที่สาม และพบว่าเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ยิ่งกว่านั้นกระดูกหักหลายซี่ ในวันที่สี่เท้าของท่านเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ท่านด้องเดินทางกลับ้านพร้อมเตียงคนไข้ ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านจะกลับมาในสภาพนี้ ขณะนั้น ไอ พี ซี ได้จัดการประชุมฟื้นฟูที่สนามโรงเรียนมัธธัมบาลัม เมืองโกททายัม โดยมี ศบ. อาโมส เอ ซิงคห์ เป็นผู้เทศนา ครอบครัวท่านจึงแบกท่านมางานี้ คำเทศนาในวันนั้นทรงพลานุภาพอย่างยิ่ง ศบ. อาโมส ซิงค์ ได้เปิดเผยถึงนิมิต 3 ประการเกี่ยวกับตัวท่าน
นิมมิตที่ 1 มีปลาตัวหนึ่งติดเบดของนักตกปลา 2 ครั้งแล้ว แต่ปลาตัวนั้นกลืนตะขอเบ็ดเข้าไป และหนีไปได้ แต่ตะขอนั้นลงไปจับอยู่ที่ซี่โครงของปลาจนสาหัส
-ท่านได้รับการผ่าตัด เนื่องจากไส้ติ่งแตกเป็นเวลาถึง 8 ชม. แต่รอดชีวิตได้
-ท่าเคยเป็นโรคสตีเว่น จอห์นสัน แต่ก็ไท่ตาย
-อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ท่านเคลื่อนไหวได้ยากมาก และซี่โครงท่านก็หัก
นิมิตที่ 2 ที่ชายฝั่งทะเล มีหญิงชรา กับเด็กหนุ่มกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง
-หญิงชราเป็นเครื่องหมายของคริสตจักรธรรมเนียมนิยม และเด็กหนุ่มคนนี้ คือ คริสตจักรยุคใหม่ที่เคลื่อนไหวด้วยการฟื้นฟูของพระวิญญาณบริสุทธิ์
นิมิตที่ 3 เมื่อ ศบ. อาโมส กำลังเทศนาอยู่นั้น มีน้ำมันหยดหนึ่งไหลลงมาจากหน้าผากของท่านอย่างมากล้น จนกลายเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่ซึ่งนำการฟื้นฟูไปถึงทั่วโลก เริ่มต้นที่โกททยัม และไฟนี้จะกระจายไปทั่วโลก คำเทศนานี้นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านได้ยอมมอบชีวิตให้องค์พระเยซูคริสต์ และจำนนต่อพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ หลังจากนั้น ศบ. อาโมส ได้อธิษฐานให้ท่าน "ลุกขึ้น แล้วเดิน" โดยไม่ต้องมีใครช่วยพยุง ในพระนามพระเยซูคริสต์ ท่านได้สัมผัสฤทธิ์อำนาจแห่งการรักษาจากพระเจ้า จนท่านกล่าวด้วยปากของตนเองว่า "ผมไม่อาจเชื่อเลยว่า จะสามารถเดินได้อีกครั้ง" ผมรู้สึกมีสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจลงมาเหนือผม แม้ว่าผมจะผ่านการอัศจรรย์ของพระต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจเช่นนี้มาก่อน และนี่คือความสุขจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นั่นเอง ซึ่งแตกต่างจากความสัมพันธ์กับหนังสือ และศาสนา แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพระเยซูคริสต์เจ้า และพระโลหิตของพระองค์ได้ทรงชำระความรู้สึกผิดของผมไปจนหมดสิ้น" หลังจากนั้นท่านใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งที่เดินโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า หลังจากนั้นท่านจึงรับบัพติสมาในปี 1995
ปัญหาด้านการเงินประดังเข้ามาสู่ชีวิตของท่าน เนื่องจากท่านอยู่ในสภาพทุพลภาพมานาน ธุรกิจการค้าของท่านจึงปิดตัวลง ด้วยหนี้สินมากมาย มันเป็นความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับท่าน แต่นั่นคือเวลาที่ท่านได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น วันหนึ่งเมื่อท่านเทใจต่อพระเจ้าอธิษฐาน ท่านเห็นนิมิตว่า มีที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยเพลิงเผาผญาลที่น่ากลัวอย่างยิ่ง มีชายผู้หนึ่งอยู่ในกองเพลิงนั้นร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง นิมิตนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านประกาศพระกิตติคุณแห่งความรอดแก่ประชาชนที่อยู่ล้อมรอบท่าน และนำเขาเหล่านั้นมาถึงความรอดปลอดภัยในพระเยซูคริสต์ ท่านวิ่งไปประกาศเหมือนคนบ้าคลั่งก็ไม่ปาน ท่านทบทวนนิมิตดังกล่าวอีกครั้งว่า และพบว่าในภาพนั้น ท่านเห็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในกองเพลิงนั้น คือ องค์พระเยซูคริสต์ ซึ่งตรัสเรียกให้มนุษย์เข้ามาร่วมงานกับพระองค์ เพื่อให้ราชกิจนั้นสำเร็จ ท่านจึงตอบพระองค์ว่า "ผมพร้อมแล้ว" ท่านเริ่มต้นจากการเป็นนักเทศน์ฝึกหัด คอยเทศนาแทนนักเทศน์ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ เพื่อไม่ต้องการให้พี่น้องคริสเตียนที่ตั้งใจมาคริสตจักรแล้วต้องผิดหวัง |
|
ในปี 1998 Dr.Mathew Kuruvilla ได้อธิษฐานขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าให้มีโอกาสได้พบกับ ศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ในรายการประกาศใหญ่ที่เมือง โคชินเกราเลา ในประเทศอินเดีย และเนื่องจากคนเสริฟอาหารไม่มาทำหน้าที่ ผู้จัดการจึงให้ Dr.Mathew Kuruvilla มาทำหน้าที่แทน และ ศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ได้อธิษฐานวางมือเจิมท่านตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตั้งแต่นั้นมา Dr.Mathew Kuruvilla มีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นเศรษฐีแห่งดวงวิญญาณ ทุกวันนี้ท่านยังมุ่งไปข้างหน้า และหวังว่าจะเห็นประเทศอินเดียได้รับความรอด และปฎิบัติตามคำแนะนำของศจ.ไรน์ฮาร์ด บองเก ที่ว่า "อย่าอธิษฐานเผื่อการฟื้นฟูเท่านั้น แต่จงทำให้เกิดการฟื้นฟู อย่ารอให้เหล็กร้อน แล้วค่อยดี แต่จงตีเหล็กจนกว่าจะร้อน
|
| คริสตจักรของ Dr.Mathew Kuruvilla เริ่มจากการรวมตัวของคริสเตียนจำนวน 5-6 คน แต่เพราะการกลับใจใหม่ และหมายสำคัญ มีคนจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาจนต้องย้ายห้องประชุมบ่อยครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนคน และปัจจุบัน คริสตจักรเดอะเฮเว่นลี่ฟีสต์ มีสมาชิกกว่า 1 แสนคน ต้องซื้อโรงงานที่นันทาคอม ซึ่งมีพื้นที่ 14,000 ตารางฟุต แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก 15,000 คนที่เข้ามาประชุมแต่ละรอบ นอกจากนั้นท่านยังมีเด็กกำพร้า 2 ล้าน 5 แสนคน อยู่ในการดูแล ขออธิษฐานเผื่อ Dr.Mathew Kuruvilla ในพันธกิจด้านต่าง ๆ ของท่าน |
|
Jaisamarn Full Gospel Church
Sukhumvit 10-12 soi 6 sukhumvit Rd. klongtoey Bangkok 10110
Tel. +66(0)2253-0082 , +66(0)2253-9081-4 FAX +66(0)2653-0127
Ramkhamhaeng 307 Ramkhamhaeng road 68 Huamark, Bangkapi Bangkok 10240
Tel.+66(0)2735-2130-1
Vibhavadi 381 Vibhavadi-Rangsit Rd.,SamSen-Nai, Phayathai, Bangkok. 10400
Tel. +66(0)2616-5958-9
|